สภาทนายชี้ ไร้ศักดิ์ศรี มืออาชีพรับงานผ่านนายหน้า – ประธานบอยจ่อฟ้องพวกดิสเครดิต (คลิป)

จากกรณีที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการ มูลนิธิทีมงานทนายประชาชน นำลูกความ 3 คนไปออก “รายการต่างคนต่างคิด” ช่องอมรินทร์ทีวี 34 เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากถูกหลอกให้โอนเงินในการจ้างทนายความ แล้วไม่ได้เงินคืน

ล่าสุด วันนี้ (10 ม.ค.61) นายษิทรา ได้พา นางอนุสรา วงศ์สนิท ผู้เสียหาย พร้อมด้วย น.ส.ณัทกาญจน์ภร แอกทอง เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายธนาพิพัฒน์ ชัยธนาธนธัต หรือ ประธานบอย ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และได้มอบคลิปหลักฐานของ นางอนุสรา ที่ ประธานบอย นำไปไลฟ์สดในเฟซบุ๊กส่วนตัว ให้กับพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน

“ทนายษิทรา”พาแจ้งความ สน.บางยี่ขัน

จากนั้นได้เดินทางไปยื่นเรื่องต่อ ประธานศาลฎีกา ให้ตรวจสอบ การละเมิดอำนาจศาลกรณีที่ ประธานบอย บอกว่าสามารถวิ่งเต้นคดีให้กับ นายวารษา กล่อมไสยาศน์ ได้ในชั้นศาลฎีกา รวมทั้งส่งเรื่องไปยังสำนักงานอัยการ จ.อุบลราชธานี เพื่อให้ตรวจสอบคลิปเสียงการสนทนาจำนวน 3 คลิป

พา “นายวารษา กล่อมไสยาศน์”ไปยื่นเรื่องศาลฎีกา

ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ นายธนาพิพัฒน์ หรือ “ประธานบอย” ประธานคณะกรรมการองค์การตรวจสอบและต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นของชาติ ขณะอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ในรายการต่างคนต่างคิด เมื่อวานนี้ (9 ม.ค.61) ตนไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกคู่กรณีโจมตีแทบไม่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเลย รวมถึงมีการนำคู่กรณีมาร่วมรายการมากกว่าที่นัดหมายกันไว้ จึงไม่ได้เตรียมตัวเรื่องข้อมูลหลักฐานมาชี้แจง

“ประธานบอย”แจงนักข่าว

เกี่ยวกับคู่กรณีที่ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี ข้อหาหมิ่นประมาทที่ สน.บางยี่ขัน นั้น ประธานบอย กล่าวว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ไม่รู้สึกเป็นกังวลใดๆ เพราะเป็นสิทธิ์ของคู่กรณี ซึ่งตนก็กำลังรวบรวมหลักฐาน เพื่อแจ้งความกลับด้วยในข้อหาแจ้งความเท็จ

ขณะที่ นายพัฒนา จาติเกตุ อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ สภาทนายความ เผยว่า ในกรณีที่มีบุคคลที่ไม่ได้เป็นทนายความ มาอวดอ้างหรือโอ้อวดว่าตนเองสามารถที่จะดำเนินคดีได้ สุดท้ายไม่เป็นจริง ผู้เสียหายสามารถแจ้งดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง หลอกลวง ได้ เนื่องจากไม่จัดหาทนายมาให้ตามที่ตกลงกัน และถือว่า ผิดสัญญาระหว่างกัน สามารถเรียกร้องเงินคืนได้ทันที โดยไม่ต้องมีหนังสือยกเลิกสัญญา

นายพัฒนา จาติเกตุ อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ สภาทนายความ

ส่วนทนายความที่ร่วมมือด้วย จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ทนายความ มีโทษตั้งแต่พักใบอนุญาต ไปจนถึงยกเลิกใบอนุญาต โดยฝากเตือนไปถึงประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อบุคคลตามสื่อออนไลน์ และหากต้องการความช่วยเหลือด้านกฎหมาย สามารถติดต่อมายัง “สภาทนายความ”ได้เลย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

keyboard_arrow_up