“ปราโมทย์ แสงศร” รับเคยคิดสั้นตั้งแต่เด็ก! (คลิป)

ปราโมทย์ แสงศร นักร้อง นักแสดงมากฝีมือ เริ่มต้นเข้าสู่วงการบันเทิงจากการถ่ายแบบ “เธอกับฉัน” จากนั้นได้แคสติ้งโฆษณาโค้ก  จนทำให้ผู้จัดละครสนใจแล้วได้ดึงตัวไปเล่นละคร “กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้” เพราะละครเรื่องนี้ทำให้ปราโมทย์ แสงศร เป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จในยุคนั้น ส่งผลให้ ปราโมทย์ มีผลงานละครและภาพยนตร์ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทางด้านผลงานเพลงแรกที่ขับร้องคือ เพลงประกอบภาพยนตร์ สติแตกสุดขั้วโลก

ปราโมทย์ แสงศร นักร้อง นักแสดงมากฝีมือ

ในวันนี้ 10 มกราคม 2560 รายการ Apop บันเทิง 34 ออกอากาศเวลา 19.45 – 20.15 น. ช่วง ปล.ด้วยรักและคิดถึง ได้พูดคุยกับ ปราโมทย์ ซึ่งเจ้าตัวได้บอกว่า ส่วนตัวตอนนี้ยังชื่นชอบทำงานเบื้องหลัง ตอนนี้กำลังทำโปรเจคภาพยนตร์อยู่ งานนี้ได้เขียนบทและลงมือกำกับเองเสียด้วย อีกไม่นานแฟนคลับของได้รับชมกันอย่างแน่นอน

ส่วนมุมมองความรัก ปราโมทย์ ถือผู้ชายติสท์ๆเหมือนใครหลายๆคน แต่ครั้งนี้ได้เปิดเผยว่า นิยามความรักมันไม่มีเรื่องเพศอีกต่อไป และรู้สึกว่าสมัยนี้มีความซับซ้อนทางความรู้สึกมากขึ้น อาจเป็นเพราะครั้งหนึ่ง ความรักก็สร้างบาดแผล และความผิดหวัง จนตัวเองไม่สามารถอยู่ในที่แคบได้

ปราโมทย์ เล่าว่า ช่วงที่คบกับแฟนเก่า ทางด้านแฟนเก่าได้ไปฝึกงานอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และเจอกับคนใหม่ แล้วตกลงปลงใจถึงขั้นแต่งงาน ตอนนั้นพอตัวเองทราบเรื่องก็รับไม่ได้ ความรู้สึกตอนนั้นอึดอัดมาก รู้สึกว่าเราทำอะไรไม่ได้เลย ไปหาก็ไม่ได้ ตอนนั้นเศร้ามาก จนรู้สึกว่าอยู่ในที่แคบๆไม่ได้ รู้สึกอึดอัด ขับรถต้องเปิดกระจก ส่วนตัวเป็นคนไม่ดูละครดราม่า แต่พอมาเจอกับตัวเองคิดว่า ของจริงมันน้ำเน่ากว่าในละครเยอะ!

ภาพ ปราโมทย์ แสงศร ตอนที่เล่นเรื่อง “กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้”

นอกจากนี้ ปราโมทย์ บอกอีกว่า เคยคิดสั้นฆ่าตัวตายตั้งแต่เด็ก และเชื่อว่ามันเป็น DNA ตัวเองคิดว่าเป็นความรู้สึกที่มาอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น

ปราโมทย์ พูดกลางรายการว่า “เราเข้าใจคนที่ฆ่าตัวตายเลยนะว่า คนที่เขาคิดฆ่าตัวตายเป็นอย่างไร พอมันมีความรู้สึก เราก็พยายามจัดการกับมัน ครอบครัวมีส่วนช่วยให้หลุดจากตรงนั้นมากๆ เพื่อนๆ รวมถึงงานในวงการก็ช่วยให้เราหลุดมาจากตรงนั้น”

ถึงแม้จะวิกฤตในเรื่องความรู้สึกที่หลายๆครั้งอยากฆ่าตัวตาย แต่ปราโมทย์ ก็บอกว่า “ครอบครัวคุณพ่อและคุณแม่ก็ช่วยให้ผ่านเรื่องราวร้ายๆไปได้ สมัยก่อนอาจจะคิดว่าเรื่องความรักมาเป็นอันดับหนึ่ง ตอนนี้ก็ลดๆมันลงมาหน่อย เรื่องการทำงานก็เต็มที่ไปกับมัน ช่วยได้เยอะ”

keyboard_arrow_up