ครอบครัว ‘น้องเมย’ ร้อง! 3 เดือนคดีไม่คืบ ตร.โยนเตรียมทหารไม่อนุญาตให้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

‘ครอบครัวตัญกาญจน์’ ออกมาเปิดเผยว่า ใกล้ครบ 3 เดือนการเสียชีวิตปริศนาของ “น้องเมย ” แต่คดีกลับยังไม่มีอะไรคืบหน้า

วันที่ 10 ม.ค.61 น.ส.สุพิชา ตัญกาญจน์ พี่สาวของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนโรงเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิตปริศนา เปิดเผยว่า แม้การเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของน้องชายจะใกล้ระยะเวลา 3 เดือนแล้ว แต่ความคืบหน้าของคดีกลับยังไม่มีอะไรที่ชัดเจน โดยเฉพาะเอกสารการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านนา จ.นครนายก ซึ่งในวันนี้ทางครอบครัวได้รับคำชี้แจงเพียงว่า ไม่สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่ได้เนื่องจากยังไม่ได้รับการอนุญาตจากโรงเรียนเตรียมทหาร

 ซึ่งจริงๆ แล้วตำรวจมีอำนาจในการที่จะเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องการเสียชีวิตที่มีเงื่อนงำ แต่ในวันนี้เมื่อเราสอบถามไปยัง สภ.บ้านนา ก็ได้รับคำตอบเพียงว่าได้ทำหนังสือขออนุญาตเข้าตรวจสอบพื้นที่ แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับจึงทำให้ตำรวจไม่สามารถทำงานได้ วันนี้หลักฐานที่เรามีอยู่จึงมีแค่เพียงข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์เท่านั้น ส่วนการทำงานของตำรวจ เราไม่รู้อะไรเลยจริงๆ และส่วนที่เรายังรออีกเรื่องก็คือ ผลการตรวจอวัยวะที่ยังคงต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำงานไป เพราะเราต้องการคำตอบที่ชัดเจนที่สุด เพราะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องใช้เวลา

ส่วนกรณีที่ได้รับการติดต่อจากสื่อออนไลน์ที่นำเสนอข่าวสารในแง่มุมต่างๆ ของประเทศสิงคโปร์ เพื่อขอสัมภาษณ์เกี่ยวกับวิธีการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับ “น้องเมย ” ของครอบครัวตัญกาญจน์นั้น

น.ส.สุพิชา เผยว่าเป็นเพราะสื่อดังกล่าวมีความสนใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตของน้องชาย เนื่องจากในประเทศสิงคโปร์ก็มีกรณีการเสียชีวิตของทหารในค่ายทหารที่ประเทศสิงคโปร์เช่นกัน ซึ่งแนวทางการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง มีทั้งในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการตั้งนายทหารเป็นคณะกรรมการสอบสวนเช่นเดียวกับประเทศไทย แต่การสอบสวนของเขาได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณชนอย่างละเอียด จึงทำให้ไม่เป็นที่สงสัยของสังคมมากนัก

ซึ่งสื่อจากประเทศสิงค์โปร์ ก็บอกกับเราว่าเขาให้ความสนใจเรื่องราวของน้องชาย ซึ่งเราก็ยินดีที่จะตอบคำถามเท่าที่ตอบได้ แต่อะไรที่จะกระทบกับรัฐบาล หรือกองทัพ เราก็เลือกที่จะไม่ตอบคำถาม ซึ่งเขาก็เข้าใจ

ขณะที่ นางสุกัญญา ตัญกาญจน์ แม่ของน้องเมย เผยว่าการเข้ามาสัมภาษณ์ของสื่อฯจากต่างประเทศ เป็นเพียงการเข้ามาสอบถามความรู้สึกในแง่ของการสูญเสีย และการให้ความสนใจกับแนวทางการต่อสู้ของครอบครัวที่ค่อนข้างโดดเดี่ยวและการใช้ทางนิติวิทยาศาสตร์เข้าสู้ ขณะนี้ก็ไม่มีใครกล้าออกมาให้ปากคำช่วยเรา ซึ่งก็ทำให้เราลำบากใจ เพราะความจริงมันก็คือความจริง ยิ่งเห็นรูปลูกตัวเองในผลการชันสูตรบอกได้เลยว่ารับไม่ได้

มีคนว่าเราว่าจะให้ลูกมาเป็นทหารแล้วทำไมรับไม่ได้เมื่อลูกตาย เราก็อยากจะบอกให้เขารู้ว่า เรายอมได้อยู่แล้วถ้าลูกเป็นทหารแล้วตาย ไม่ใช่ตายในลักษณะที่เรายังสงสัยแบบนี้เพราะไม่มีพ่อ-แม่คนไหนรับได้หรอก วันนี้เราจึงยังจำเป็นต้องเดินหน้าหาความยุติธรรมให้กับน้องเมยต่อไป

keyboard_arrow_up