ยังไม่ทันใช้ตังค์! รวบลูกศิษย์ใจบาปอุ้มตู้เซฟเงินบริจาควัดดัง รับเพิ่งพ้นคุก1เดือน

ตำรวจจับกุมตัวโจรแก๊งวัดไทร ที่ก่อเหตุโจรกรรมตู้เซฟเงินบริจาคพระอารามหลวงชื่อดังฝั่งธนบุรี

วันที่ 10 ม.ค.61 พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ ทองแพ รอง ผกก.สส.สน.บางขุนเทียน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยผลการ จับกุมนายทัตชัย ไทยพุ่ม หรือ “กอล์ฟ วัดไทร” อายุ 23 ปี และ นายนรินทร์ หรือแมค สีมงคลรัตน์ อายุ 20 ปี พร้อมของกลาง รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่, ตู้เซฟขนาดความจุประมาณ 100 ลิตรที่ถูกงัดฝาออกแล้ว 1 ใบ, เงินสด 1,325.50 บาท, เครื่องเจียรไฟฟ้าพร้อมค้อนและสิ่ว 1 ชุด, หมวกนิรภัย 1 ใบ และหมวกแก๊ปอีก 1 ใบ โดยจับกุมตัวทั้ง 2 รายได้ในบ้านเลขที่ 17/12 หมู่ 2 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กทม.

พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา มีผู้แทนจากวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน ว่า ตู้เซฟรับเงินบริจาค ซึ่งวางอยู่ในพระอุโบสถของทางวัดถูกโจรใจบาปลักเอาไป จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนรีบเดินทางไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ทั้งหมดในอาณาบริเวณวัด พบภาพคนร้ายทั้ง 2 ราย คือ นายทัตชัย และ นายนรินทร์ เป็นผู้ก่อเหตุลักลอบเข้าไปในพระอุโบสถก่อนช่วยกันอุ้มตู้เซฟบริจาคทั้งใบออกมา และพากันหลบหนีออกมาทางข้างๆ กำแพงวัด

จากการตรวจสอบรูปพรรณสัณฐานคนร้ายทั้งคู่ พบว่าตรงกับข้อมูลประวัติอาชญากรรมเก่าๆ จึงนำกำลังไปตรวจสอบที่บ้านพัก ของ นายนรินทร์ กระทั่งพบผู้ต้องหาทั้งคู่อยู่ด้วยกัน พร้อมรถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุ และของกลางทั้งหมด

จากการสอบสวน นายทัตชัย สารภาพว่า ปัจจุบันไม่ได้ประกอบอาชีพ ไม่มีญาติพี่น้องและพ่อกับแม่ก็เสียชีวิตไปหมดแล้ว จึงอาศัยนอนในศาลาวัดไทร ย่านถนนเอกชัย กวาดลานวัดแลกข้าวพระกินไปวันๆ ต่อมาตนได้ไปรู้จักกับ นายยศสรัล ศักดิ์ถนอมศรี หรือ “ปิ๊ง วัดไทร” อายุ 30 ปี ชักชวนตนให้ลองเสพยาบ้าจนติด กระทั่งตนโดนตำรวจ สน.บางขุนเทียน จับข้อหามียาบ้าไว้ในความครอบครองเพื่อเสพ ติดคุกเพิ่งออกจากเรือนจำคลองเปรม มาได้ราว 1 เดือน เมื่ออกมาก็มาพบ นายยศสรัล อีก คราวนี้นายยศสรัล จึงวางแผนให้ตนเดินทางไปร่วมก่อเหตุขโมยเงินตามตู้บริจาคของวัดต่างในพื้นที่บางขุนเทียนหลายครั้ง ล่าสุดครั้งนี้ นายยศสรัล คิดการใหญ่วางแผนให้ตนเข้าไปในพระอุโบสถของทางวัด เพื่อโจรกรรมตู้เซฟ ตนจึงชักชวน นายนรินทร์ เพื่อนสนิท ให้เดินทางไปด้วยกัน

พอเข้าไปเอาตู้เซฟออกมาได้แล้วก็นัดพบกันที่บ้านพักของ นายนรินทร์ โดย นายยศสรัล ยังได้พาเพื่อนอีก 2 คน ซึ่งตนไม่ทราบชื่อ มาช่วยกันใช้เครื่องมือเปิดฝาตู้เซฟ และนำเงิน ออกมาได้ ราวๆ 3,000 บาท จากนั้น นายยศสรัล กับเพื่อนอีก 2 คน ก็แยกย้ายกันหลบหนี โดยทั้ง 3 คน ขอแบ่งเงินค่าช่วยชำแหละตู้เซฟเอาไปรวมกันประมาณ 1,700 บาท เหลือเงินไว้ให้ตนกับ นายนรินทร์ นำมาแบ่งกันทั้งสิ้น 1,325.50 บาท แต่ยังไม่ได้ใช้เงินก็ถูกตำรวจบุกมารวบตัวไว้เสียก่อน

โดยทางเจ้าทหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือรับของโจร แก่ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวได้ทั้ง 2 ราย ส่วน นายยศสรัล หัวโจกกับเพื่อนอีก 2 คน ที่หลบหนีไปได้ กำลังรวบรวมพยานหลักฐานไปทำการขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญาธนบุรีในข้อหาเดียวกัน

keyboard_arrow_up