สะพานพุทธ ไม่ปลอดภัย!เหยื่อแฉ โจ๋โชว์ปืนขู่ไถเงิน –นศ.ผวาเคยเจอขอเงิน 20 (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Pipat Wattanapanit” ได้โพสต์เรื่องราวว่า ขณะที่ตนและกลุ่มเพื่อนไปถ่ายทำหนังสั้น บนสะพานพระพุทธยอดฟ้า แล้วถูกคนร้าย 2 ปล้นเงิน ระหว่างที่เกิดเหตุ พยายามโทรศัพท์แจ้งสายด่วน 191 ขณะนั้นเห็นคนร้ายมีอาวุธคล้ายปืนอยู่ จึงพยายามต่อรองกับคนร้าย และให้เงินไปเพียง 100 บาท หลังเกิดเหตุ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหลายสถานีตำรวจเข้ามาสอบปากคำ พร้อมบอกกับตนว่า “โชคดีแล้วที่ไม่เป็นไร แถวนี้โดนแบบนี้เป็นปกติ”

ล่าสุดวันนี้ (9 ม.ค.) นายสรากร รุจิราวรรณกร หรือ “แต๊ง” เปิดเผยว่า วานนี้ (8 ม.ค.61) เวลาประมาณ 23.30 น. ตนและกลุ่มเพื่อนอีก 4 คน อยู่ระหว่างการพักกองการถ่ายหนังสั้น มีฉากหนึ่งต้องถ่ายทำ บนสะพานพระพุทธยอดฟ้า เพื่อนคนหนึ่งได้แยกตัวไปที่รถ เพื่อจะเปลี่ยนแบตเตอรี่กล้อง ส่วนเพื่อนอีกคนได้เดินไปบริเวณทางลงสะพาน โดยตนและนักแสดงอีก 2 คน กำลังถ่ายรูปเล่นกัน

นายสรากร รุจิราวรรณกร หรือ “แต๊ง” ผู้เสียหาย

ขณะนั้นมีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดใกล้กับจุดที่ตนยืนอยู่ จากนั้นคนซ้อนท้ายได้เดินเข้ามาหาแล้วพูดว่า “พี่ขอตังค์ 200” พร้อมกับทำท่าว่า มีอาวุธปืนอยู่ข้างหลัง ตนสังเกตเห็นว่า มีด้ามปืนอยู่หลังคนร้ายจริง ทั้งตนและเพื่อน รู้สึกกลัวมาก เพราะคนร้ายพยายามพูดจาข่มขู่ เหมือนต้องการของที่พวกตนมี คือ กล้องถ่ายภาพ 2 ตัว และไมค์ ที่เป็นอุปกรณ์ถ่ายทำหนังสั้น ตนจึงพยายามเจรจากับคนร้ายว่า มีเงินไม่ถึง 200 บาท ให้ 100 บาทได้หรือไม่ และบอกให้คนร้ายเดินกลับไปที่รถจักรยานยนต์จึงจะให้เงิน คนร้ายจึงยอมเดินกลับไปที่รถ รับเงินไป 100 บาท

ขณะเกิดเหตุ นายสรากร เห็นว่ามีคนอยู่บนสะพานหลายกลุ่มที่ห่างกัน แต่ตนไม่กล้าที่จะตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ เนื่องจากคนร้ายมีอาวุธ จึงพยายามพูดให้คนร้ายเย็นลง เพื่อความปลอดภัย ส่วนตัวไม่เคยทราบมาก่อนว่า บริเวณสะพานพุทธฯ จะเป็นจุดที่มีวัยรุ่นกรรโชกและปล้นทรัพย์คนทั่วไปอยู่เป็นประจำ

นายพิพัฒน์ วัฒนพานิช หรือ “จิว” เพื่อนของนายสรากร ผู้เสียหาย

ด้านนายพิพัฒน์ วัฒนพานิช หรือ “จิว” เพื่อนของนายสรากร เปิดเผยว่า ระหว่างที่กำลังถ่ายทำหนังสั้น ตนเห็นรถจักรยานยนต์ของคนร้ายมาจอดอยู่นานพอสมควร แต่ไม่ได้รู้สึกแปลกใจ เมื่อถึงช่วงพักกองถ่าย จึงเดินลงไปทานน้ำ ส่วนช่างภาพอีกคนกลับไปเอาแบตเตอรี่กล้องที่รถ

ขณะที่ ตนกำลังเดินกลับ มาห่างจากกลุ่มของเพื่อนประมาณ 6-7 เมตร เห็นว่า เพื่อนอีก 3 คน ที่ยังอยู่บนสะพาน ถูกคนร้ายพยายามพูดจาข่มขู่ และเห็นว่าคนร้าย ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์มีอาวุธปืนอยู่ในมือด้านหลัง และคนร้ายที่ซ้อนก็ทำท่าคล้ายกับมีปืนเช่นเดียวกัน จึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ

ตอนเกิดเหตุ ตนพยายามมองไปที่หน้าของนายสรากรสีหน้าไม่ดี ประกอบกับ ได้ยินคนร้ายพูดทำนองว่า “ตกลงพี่จะให้ผมเปล่า” แล้วถลกเสื้อขึ้นมาทำท่าขยับด้ามปืนข่มขู่ ตอนนั้นจึงรีบแจ้งรายละเอียด กับเจ้าหน้าที่ทั้งทะเบียนรถจักรยานยนต์ และจุดเกิดเหตุ จนท้ายที่สุด นายสรากรได้ให้เงินคนร้ายไป ก่อนที่ทั้งสองคนจะขับรถออกไป คนร้ายใช้เวลาในการเจรจาข่มขู่ประมาณ 2-3 นาที

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 สถานี คือ สน.ปากคลองสาน สน.บุปผาราม และ สน.พระราชวัง มา สอบปากคำตน และเพื่อน ตอนที่ตนเห็นหน้าคิดว่า “เห็นก็รู้ว่าหน้าโจร” ซึ่งตนติดใจเรื่องความปลอดภัยบนสะพาน เพราะจุดเกิดเหตุ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวมาเดินเล่นเป็นประจำ ฉะนั้นจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องควรตรวจตราพื้นที่ดังกล่าวอย่างเข้มงวดมากกว่านี้

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปากคลองสาน เผยว่า ขณะนี้ได้เรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำแล้ว 2 ราย เหลืออีก 3 ราย กำลังอยู่ในระหว่างประสานงานกับ สน.บุปผาราม ในการติดตามตัวคนร้าย ทราบว่ามีภาพใกล้เคียงกับคนร้าย ส่วนรถจักรยานยนต์ทะเบียนที่ก่อเหตุเป็นทะเบียนใหม่ อาจไม่ใช่ทะเบียนของรถคนร้ายจริง หรือนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ปลอมมาใช้

บรรยากาศบริเวณสะพานพุทธยอดฟ้า

สำหรับมาตรการในการตรวจตราบริเวณสะพานพระพุทธยอดฟ้า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการเข้มงวดกวดขันสม่ำเสมอ ในลักษณะการขับขี่ตระเวน สัญจรไปมา และไม่ได้มีเหตุในลักษณะผู้เสียหาย โดยคนร้ายทำการกรรโชกมา 1 ปีแล้ว เพิ่งจะมามีเหตุขณะนี้ หลังจากนี้จะประชาสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวบนสะพาน ให้พยายามกลับที่พักตนเอง ไม่ควรอยู่ในจุดเกิดเหตุเป็นเวลานาน และจะให้เจ้าหน้าที่สายตรวจและสายสืบเข้าไปตรวจตรามากกว่านี้ หากผู้เสียหายกลุ่มดังกล่าวจะต้องมาถ่ายทำงานอีก ให้ประสานมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่จะได้ไปควบคุมดูแล

นางสาวมาริศา ดาวช่วย และ นางสาวสุภาพร มณีศรี

นอกจากนี้ทีมข่าวยังสังเกตพบว่า มีนักท่องเที่ยวทั้งวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ มายืนชมวิวที่บริเวณสะพานพระพุทธยอดฟ้า หลายกลุ่ม ทีมข่าวจึงพูดคุยกับ นางสาวมาริศา ดาวช่วย และ นางสาวสุภาพร มณีศรี นักเรียนหญิงทั้งสองคนที่มานั่งชมวิวบนสะพาน เปิดเผยว่า ทั้งสองคนขึ้นมานั่งเล่นชมวิวบนสะพานหลายครั้ง ใช้เวลาอยู่บนสะพาน ประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง และจะกลับบ้านเวลาประมาณ 19.30 น.

ส่วนตัวไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่โดนคนร้ายขู่กรรโชกหรือปล้นเงิน แต่จะเจอในลักษณะที่มีคนมาขอเงินประมาณ 10 – 20 บาท จะแต่งตัวเหมือนคนปกติ ไม่มีอาวุธมีดหรือปืน โดยทั้งคู่ยอมรับว่า กลัวมิจฉาชีพ แต่ช่วงเวลาที่ตนมา มีกลุ่มนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม และตนจะหลีกเลี่ยงคนที่มีท่าทีน่าสงสัย ส่วนตัวยอมรับว่า ไม่ค่อยเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่มาตรวจตราเท่าใดนัก

keyboard_arrow_up