แฉอีก “วีรกรรมหนุ่มมือไขควง” เหน็บเอวขู่ – เจ้าตัวปัดมีอาวุธ – แม่การันตี ลูกคนดี ขี้เล่น (คลิป)

จากกรณีที่หนุ่มขับบิ๊กไบค์ คู่กรณีขี่รถจักรยานยนต์ปาดหน้า พร้อมกับด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย และหยิบไขควงออกมาใต้เบาะขึ้นมาจะจ้วงแทง ต่อมาทางหนุ่มมือไขควงได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรีพร้อมอ้างว่า ทำไปเพราะอารมณ์ฉุนเฉียว และต้องการที่จะข่มขู่เท่านั้น

หลังจากนั้นได้มีเหยื่อ เคยถูกหนุ่มมือไขควง ทำร้ายอีกราย มาร้องทุกข์ผ่านทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ว่า เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้เหมือนกัน และผู้ที่ก่อเหตุคือชายรายดังกล่าว เพราะจดจำใบหน้า และรอยสักได้อย่างชัดเจน

นายเอ ผู้ก่อเหตุ เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ

วันนี้ (9 ม.ค.) ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ พบกับ พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ , ร.ต.อ.ชิตพงษ์ ช่างประดิษฐ์ พนง.สอบสวน และ นายโอ๊ค หนุ่มขับขี่บิ๊กไบค์ ผู้เสียหาย พร้อมด้วยครอบครัว และนายเอ หนุ่มมือไขควง ทั้งสองฝ่ายได้มีการพูดคุยปรับความเข้าใจกัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะแจ้งข้อหากับนายเอ ฐานทำร้ายร่างกาย

เหยื่อที่ได้รับความเสียหายเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายเอ ได้ยกมือไหว้ขอโทษที่อารมณ์ร้อน และแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมกับ นายโอ๊ค พร้อมยกมือไหว้ขอโทษพ่อแม่แม่นายโอ๊ค หลังจากนั้นทั้งคู่จับมือเพื่อยุติเรื่องราวทั้งหมด

นายเอ และ นายโอ๊ค ผู้เสียหาย ได้จับมือกัน

นอกจากนี้ นายเอ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนไม่อยากจะพูดอะไรมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น แค่อยากจะบอกว่าขอโทษ เพราะทุกคนเหมือนพี่น้องกัน จึงอยากให้มีน้ำใจต่อกัน

พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์

ทางด้าน พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าเกิดเรื่องราวเช่นนี้ ขอให้มาแจ้งความที่สถานีตำรวจ ไม่ใช่ไปร้องเพจ ตนอยากฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนนว่า ตั้งแต่สตาร์ทรถ ขอให้คิดว่าคนที่ร่วมทาง เป็นญาติ พี่น้องกันจะดีกว่า เพราะเชื่อว่าการใช้รถใช้ถนนต้องการมีกระทบกระทั่ง แต่อยากให้มีสติ ให้อภัยซึ่งกันและกัน

ขณะเดียวกัน นายพงษ์ อายุ 46 ปี ผู้เสียหายอีกรายที่จำได้ว่าตนเองเคยถูกหนุ่มมือไขควง ทำร้ายเช่นกัน ได้เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 19.00 น. ตนกำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่ช่องทางซ้าย บริเวณเลียบด่วนรามอินทรา สังเกตเห็นว่า ทางขวามือมีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า สีแดง กำลังขับมา พร้อมกับตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ตอนนั้นตนไม่ทราบว่า หมายถึงใครจึงไม่ได้สนใจ จากนั้นรถคันดังกล่าวได้ขับเบี่ยงซ้ายมาปาดหน้ารถ และตบหัวตน 1 ครั้ง ตนตกใจจึงขับหลบหนี

ขณะนั้นคู่กรณีได้ขับรถตามหลังมาด่าทอ ด้วยถ้อยคำหยาบคาย พร้อมแจกของลับ ก่อนจะขับรถปาดหน้าอีกครั้ง ตนจึงถามว่า “ผมไปทำอะไรให้คุณ” คู่กรณีไม่ตอบ แต่เหมือนจะหยิบสิ่งของออกมาจากใต้เบาะ ระหว่างนั้น สังเกตเห็นว่ามีสิ่งของเงาๆ คล้ายอาวุธเหน็บเอวของคู่กรณี จึงขับรถหนี จนมาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเข้าไปขอความช่วยเหลือ เมื่อคู่กรณีเห็นว่าตนยืนกับตำรวจ จึงตะโกนมาว่า “ขับรถกวนนะ” แล้วขับรถหนีไป

หลังเกิดเหตุตนได้เปลี่ยนรถจักรยานยนต์ เพราะเกรงว่าคู่กรณีอาจจะกลับมาทำร้าย นอกจากนี้แฟนยังแนะนำว่าให้ไปซื้อกล้องมาติดที่หมวก เพื่อบันทึกเหตุการณ์ หากเกิดเหตุเช่นนี้ จะได้มีภาพวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน

นายพงษ์ ผู้เสียหาย คู่กรณีรายที่ 2 ของนายเอ

นายพงษ์ บอกว่า เมื่อดูข่าวเมื่อวานที่ผ่านมา (8 ม.ค.61) ตนเห็นว่ามีการนำเสนอคลิปวิดีโอ หนุ่มบิ๊กไบค์ถูกรถจักรยานยนต์ปาดหน้า และถูกด่าทอ โดยเห็นว่า คู่กรณีมีลักษณะคล้ายกับที่ตนพบเจอ จึงมั่นใจว่าเป็นคนเดียวกัน

ทั้งนี้ นายพงษ์ ยังได้บอกอีกว่า ตนอยากจะไปแจ้งความ แต่กลัวจะมีผลกระทบต่องาน และครอบครัว จึงอยากฝากคู่กรณีว่าให้เลิกนิสัยแบบนี้ และให้ใจเย็นลงในการขับขี่บนท้องถนน เพราะกลัวจะเป็นภัยต่อสังคม

นายเอ ผู้ก่อเหตุ

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวได้สอบถาม นายเอ ว่าเคยมีปัญหากับผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่น ย่านเลียบด่วนรามอินทราหรือไม่ ซึ่งนายเอ บอกว่า เคยมีเรื่องขัดแย้งกับบุคคลหนึ่งจริง ที่ย่านเลียบด่วนรามอินทรา แต่จำไม่ได้ว่าวันเกิดเหตุคือวันใด วันดังกล่าวตนไปตบที่หมวกกันน็อกของ นายพงษ์ ผู้เสียหาย เพราะขับขี่รถไม่สุภาพ นายพงษ์ได้ใช้เท้าถีบรถตนกลับมาบริเวณหน้ารถเช่นกัน หลังจากนั้น ตนขับตามไป แต่นายพงษ์เลี้ยวรถเข้าไปหาตำรวจ ตนจึงตะโกนไปว่า “ไม่แน่จริงหนี”

ของใต้เบาะรถของนายเอ

นายเอ กล่าวอีกว่า วันนั้นตนถลกเสื้อขึ้นมาปาดเหงื่อ ไม่ได้พกอาวุธเสียด้วยซ้ำ เพราะรู้ว่า การพกพาอาวุธมีดผิดกฎหมาย ส่วนไขควงใต้เบาะตนมีไว้เพื่อไขน็อตบลูทูธ ที่หมวกกันน็อก และใช้ป้องกันตัว เวลาที่ไปทำธุระในเวลากลางคืน

ไขควงที่นายเอ ใช้ก่อเหตุ

ด้านนางรัตนาพร สำเนานวล อายุ 63 ปี มารดาของนายเอ กล่าวว่า ตนได้เห็นคลิปดังกล่าวแล้ว ยอมรับว่า รุนแรงจริง โดยปกติแล้วนายเอ จะเป็นคนขี้เล่น โกรธง่ายหายเร็ว ไม่ค่อยมีเรื่องกับใคร

นางรัตนาพร สำเนานวล มารดาของนายเอ

ด้านนายต้น เพื่อนบ้านของนายเอ กล่าวว่า ตนเป็นเพื่อนบ้านของนายเอ ที่ผ่านมา ตนพูดคุยกับนายเอ บ้างตามประสาเพื่อนบ้าน ส่วนมากนายเอ จะมายืมอุปกรณ์ซ่อมรถตามปกติ จากการพูดคุยนายเอเป็นคนสุภาพ มีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่ เวลาเจอกันนายเอจะยิ้มให้

keyboard_arrow_up