บขส.ยอมรับผิด กรณีพนักงานรถปรับอากาศ ไล่ผู้โดยสาร ลงระหว่างทาง พร้อมขอโทษครอบครัวผู้โดยสาร (คลิป)

วันนี้ (9 ม.ค.2561) เวลา 10.00 น. น.ส.พรพิมล กลิ่นหอม นายสถานีเดินรถสุราษฎร์ธานี  บริษัทขนส่งจำกัด พร้อมด้วย นายวรกิตติ ไชยชนะ หัวหน้าสำนักงานขนส่ง จ.สุราษฎร์ธานี (สาขาเกาะสมุย)  ได้เชิญครอบครัวของ นายมงคล ทองโบราณ พร้อมด้วยภรรยาและลูกทั้ง 2 คน เดินทางมายังสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอเกาะสมุย เพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของ นายมงคล ที่ถูกพนักงานบนรถปรับอากาศประจำทางสาย กรุงเทพ-เกาะสมุย ให้ลงจากรถที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เมื่อช่วงดึกของคืนวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่าน เนื่องจากลูกชายคนเล็กของ นายมงคล ร้องให้เสียงดัง จนทำให้คบขับรถคนที่ 2 ที่นอนพักผ่อนอยู่ในขณะนั้นนอนไม่หลับ

น.ส.พรพิมล กลิ่นหอม นายสถานีเดินรถสุราษฎร์ธานี  บริษัทขนส่งจำกัด

น.ส.พรพิมล กลิ่นหอม ได้กล่าวขอโทษในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของ นายมงคล ที่ทางพนักงานของบริษัท ได้ตัดสินใจผิดพลาดลงไป พร้อมทั้งได้มอบเงินเยี่ยวให้กับทางผู้เสียหายที่ต้องใช้จ่ายในการเดินทาง ร่วมทั้งค่าที่พัก เป็นจำนวน 4,730 บาท นอกจากนี้ทาง น.ส.พรพิมล ยังกล่าวอีกว่า ทางบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ทางบริษัทเองก็ได้มีบทลงโทษกับพนักงานในเรื่องนี้อยู่แล้ว นอกจากนี้ทางทางบริษัทจะได้มีการแก้ไข เรื่องที่เกิดขึ้น โดยการจัดอบรมพนักงานของบริษัทในเรื่องของการให้บริการ ผู้โดยสารให้ดีกว่านี้

นายวรกิตติ ไชยชนะ หัวหน้าสำนักงานขนส่ง จ.สุราษฎร์ธานี (สาขาเกาะสมุย)

นายวรกิตติ ไชยชนะ หัวหน้าสำนักงานขนส่ง จ.สุราษฎร์ธานี (สาขาเกาะสมุย) เปิดเผยว่า ทางขนส่งเองในวันนี้  ก็ได้มีการเปรียบเทียบปรับคนขับรถคันดังกล่าว ฐานไม่นำพาผู้โดยสารส่งไปถึงจุดหมายปลายทาง เป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราโทษปรับที่สูงสุด นอกจากนี้จะมีการดำเนินสั่งพักใบอนุญาตขับรถของ นายกิตติพงศ์  สายสุด คนขับรถคนที่ 1 และ นายสถาพร  อยู่เกิด คนขับรถคนที่ 2 เป็นเวลา 1 เดือน และจะเรียกทั้งคนขับและบริกรบนรถ เข้าอบรมที่ขนส่งเป็นเวลา 3 ชม. พร้อมทั้งจะทำให้หนังสือถึง บริษัท ขนส่ง จำกัด ให้ดำเนินแก้ไขเรื่องดังกล่าว เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก

นายมงคล ทองโบราณ และครอบครัว รับมอบเงินเยียวยา

ด้านนายมงคล ทองโบราณ และครอบครัว กล่าวว่าก็มีความรู้ดีขึ้น ที่ทางบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ในสิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของตน แต่ก็อยากจะบอกข้อเท็จให้ทุกคนทราบว่า ลูกชายคนเล็กของตนร้องให้เสียงดังจริง แต่ไม่ได้ร้องให้นานเกือบ 2 ชม. อย่างที่ทางพนักงานบนรถของบริษัทออกมาให้ข้อมูลกับสื่อก่อนหน้านี้  ตนจึงอยากบอกให้ทุกคนรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงกันในเรื่องนี้  ในส่วนเรื่องเงินเยี่ยวยาก็รู้สึกพอใจที่ได้เงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับคืนมา แต่อยากฝากให้บริษัทได้มีการแก้ไขปรับปรุงเกี่ยวกับเรื่องการบริการและการดูแลผู้โดยสารบนรถให้ดีมากกว่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้กับครอบครัวอื่นอีก

keyboard_arrow_up