ทนายตั้มลุยเอง! สาวร้องถูก ‘ประธานแมลงสาบ’ เชิดเงิน 1.5 แสน ขู่ไม่มีใครทำอะไรได้

ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด นำผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร หลังถูกผู้มีชื่อเสียงรายหนึ่งหลอกเอาเงินไปกว่า 1 แสนบาท โดยสัญญาว่าจะหาทนายความมาสู้คดีในชั้นศาลให้ แต่พอถึงวันนัดกลับไม่มีทนายมาช่วยเรื่องคดี

วันที่ 8 ม.ค.61 คุณอนุสรา วงศ์สนิท พร้อมด้วย ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้มีชื่อเสียงรายหนึ่ง ที่หลอกให้คุณอนุสรา โอนเงินจำนวน 150,000 บาทไป โดยอ้างว่าจะนำไปหาทนายเพื่อมาต่อสู้คดีในชั้นศาลให้ หลังจากนั้นก็ไม่เคยพบหน้าทนายที่คู่กรณีอ้างถึงเลยสักครั้ง จนถึงวันนี้ก็ต้องขึ้นศาลก็ไม่พบกับทนายคนดังกล่าว จึงมั่นใจว่าถูกหลอกอย่างแน่นอน

ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา คุณอนุสรา มีคดีความอยู่ในชั้นศาล และต้องการที่จะว่าจ้างทนายที่มีฝีมือมาว่าความให้ และมีคนแนะนำให้ติดต่อมาที่ผู้มีชื่อเสียงรายหนึ่ง โดยบอกว่าจะสามารถช่วยเหลือเธอได้ เธอจึงตัดสินใจติดต่อไปยังผู้มีชื่อเสียงรายนี้ และได้พูดคุยปรึกษากันเรื่องคดีความอยู่หลายครั้ง

ต่อมาคู่กรณีได้บอกกับเธอว่า มีทนายความอยู่และพร้อมจัดหาทนายความให้ โดยตกลงให้ดำเนินคดีแพ่งและอาญา โดยคิดค่าทนายความเป็นเงิน 150,000 บาท ด้วยความเชื่อใจ จึงหยิบยืมเงินจากคนรู้จักโอนไปให้กับคู่กรณี ซึ่งหลังจากได้รับเงินไปแล้ว ได้มีการตกลงว่าจะพาทนายไปพบก่อนขึ้นศาล แต่เมื่อยิ่งใกล้วันขึ้นศาลคู่กรณีก็ไม่พาทนายมาพบ และบอกว่าวันที่ต้องไปขึ้นศาลทนายจะไปเพียงคนเดียว โดยเธอไม่ต้องไป เธอจึงรู้สึกสงสัยและมั่นใจว่าในวันที่ต้องขึ้นศาล เธอจะไม่มีทนายแน่ๆ จึงตัดสินใจจ้างทนายความใหม่ เพื่อสู้คดีในศาล

จากนั้นเธอได้ติดต่อไปที่คู่กรณีเพื่อขอเงินที่เสียไปจำนวน 150,000 บาทคืน แต่คู่กรณีไม่ยอมคืนให้ และบอกว่ามีความรู้ด้านกฎหมายไม่มีใครสามารถเอาผิดได้ และบอกกับเธอว่าหากต้องการให้คืนเงินก็ต้องทำหนังสือขอยกเลิกสัญญาทางแพ่งและทางอาญาส่งมาให้ทางไลน์ จึงจะคืนเงินจำนวนนี้ให้ เธอจึงเขียนหนังสือดังกล่าวถ่ายรูปส่งไปให้ทางไลน์ หลังจากนั้นเธอก็ไม่สามารถติดต่อคู่กรณีได้อีกเลย อีกทั้งเงินจำนวน 150,000 บาท ยังไม่ได้รับการโอนคืนมาแต่อย่างใด

ด้านทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการ มูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เผยว่า หลังจากที่ได้รับการติดต่อจากคุณอนุสราให้เข้ามาช่วยเหลือ ก็ได้ขอดูเอกสารหลักฐานเบื้องต้นต่างๆ ก็พบว่าคู่กรณีตั้งใจที่จะหลอกลวงเงินของคุณอนุสราไปจริงๆ โดยคดีนี้เข้าข่ายคดีฉ้อโกง ซึ่งหลังจากนี้จะเดินหน้าดำเนินคดีกับคู่กรณีให้ถึงที่สุด และหากมีประชาชนคนใดที่ถูกผู้มีชื่อเสียงรายนี้หลอกลวงเงินไป ก็ขอให้รีบไปแจ้งความดำเนินคดี ภายในระยะเวลา 3 เดือน เพราะคดีลักษณะนี้มีอายุความเพียง 3 เดือนเท่านั้น

keyboard_arrow_up