โต้กันยับ! เมล์ ปอ.6 ตีกันโชว์ผู้โดยสาร โยนผิดอีกฝ่ายขับแย่ คู่กรณีแฉพูดเย้ย “สะใจที่ได้ชน” (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “FillcEo Kub” ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอของคนขับรถ และกระเป๋ารถเมล์สาย ปอ.6 (พระประแดง-บางลำพู) กำลังทะเลาะกันบน ถ.ย่านเจริญนคร มุ่งหน้าไปทางบางลำพู คาดว่าทั้งสองฝ่าย เกิดอุบัติเหตุขับรถชนท้ายกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะมีปากเสียงทะเลาะวิวาท

ภาพคลิปเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ

ล่าสุด วันนี้ (5 ม.ค.) ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้ลงพื้นที่ไปที่ท่าน้ำพระประแดง ซึ่งเป็นอู่ของรถเมล์สาย 6 ทราบมาว่ารถโดยสารประจำทาง ปอ. 6 ทั้งสองคันเป็นรถคนละบริษัทกัน คือ บริษัท เศวกฉัตร จำกัด และ บริษัท ศรีสวัสดิ์ ยนต์กิจ จำกัด

ทีมข่าวได้เดินทางไปที่อู่รถของ บริษัทเศวกฉัตร ได้พบกับคนขับรถเมล์และกระเป๋ารถเมล์ เป็นรถคันที่ถูกชนท้าย ตามที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ นายชาญณรงค์ จงมี หรือ “ก้าน” คนขับรถเมล์ ระบุว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เวลา 08.00 น. ตนได้ขับรถเมล์ไปยัง ถ.เจริญนคร ซ.6-8 สังเกตเห็น นายสมชาย บวรศิริกาลกุล หรือ หมู คนขับรถเมล์อีกคัน กำลังขับรถแข่งกับรถเมล์คันอื่นอีก 2 คัน แต่ตนไม่ได้สนใจอะไร

อู่รถเมล์ สาย 6

นายชาญณรงค์ บอกต่อว่า ตอนที่ตนขับรถจอดส่งผู้โดยสารที่ป้ายรถเมล์วัดสุวรรณ รถของนายสมชาย ได้ขับมาอีกเลน แล้วจอดส่งผู้โดยสารเช่นเดียวกัน แล้วได้จอดรถไว้ ตนจึงขับรถออกไปตามปกติ และเปิดไฟเลี้ยวออกไปอีกเลน เมื่อถึงบริเวณช่วงกลางสะพานคลองสาน ตนเข้าใจว่า รถของนายสมชาย จะแซงไป แต่ปรากฏว่าขับรถมาชนท้ายรถของตน

พอหลังจากเกิดอุบัติเหตุ ตนจึงลงจากรถแล้วถามทางคู่กรณีว่า “มึงชนรถกูทำไม” นายสมชาย จึงพูดในทำนองเอาเรื่องเก่ามาพูดว่า ก่อนหน้านี้เคยขับแซงกัน จึงเกิดการด่าทอตามภาพในคลิป หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปากคลองสาน จึงพาไปเจรจากันที่โรงพัก นายสมชาย ยอมรับว่า ตั้งใจขับรถชนจริง

นายชาญณรงค์ จงมี หรือ “ก้าน” คนขับรถเมล์

นอกจากนี้ นายชาญณรงค์ บอกอีกว่า ตนไม่เคยมีเรื่องกับนายสมชาย มาก่อน แต่คู่กรณีมักมีเรื่องกับคนอื่นอยู่บ่อยๆ เพราะเป็นคนใจร้อน และไม่ยอมใคร ตนก็เคยคุยกับนายสมชายอยู่บ้าง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ นายสมชาย พูดในทำนองว่า “สะใจและตั้งใจที่จะชน” ตอนนั้นยอมรับว่า โมโหนายสมชายจริง แต่เลือกที่จะไม่พูด เพราะอีกฝ่ายมีอาวุธลงมาด้วย อาวุธที่พบคือ เกียร์เหล็ก ท่อแป๊ปที่เหลาเป็นปากฉลาม จะเอามาแทงตน พร้อมถามด้วยว่า “มึงอยากตายใช่ไหม” ขณะเกิดเหตุ รถของตนมีผู้โดยสารประมาณ 40-50 คน โดยตนไม่ได้มีปัญหาเรื่องขับรถแย่งรับผู้โดยสาร

นางพรรัตน์ เทียรสวัสดิ์ หรือ อ้วน กระเป๋ารถโดยสารประจำทาง

ด้าน นางพรรัตน์ เทียรสวัสดิ์ หรือ “อ้วน” กระเป๋ารถโดยสารประจำทาง เปิดเผยว่า ตอนเกิดเหตุตนไปถามคู่กรณีว่า ก่อนว่า “ทำไมต้องมาชนด้วย เรื่องส่วนตัวก็คือเรื่องส่วนตัว เรื่องงานก็คือเรื่องงาน ไม่เกี่ยวกัน อีกทั้งผู้โดยสารอยู่บนรถเยอะแยะ ทำไมจึงมีปัญหาชนท้ายกันแบบนี้ ไม่เกรงใจผู้โดยสารหรือ”

นางพรรัตน์ บอกว่า ที่พูดออกมาเป็นเพราะความโมโห เนื่องจาก อีกฝ่ายมีอาวุธลงมาด้วย ตนเกรงว่าจะเกิดการทำร้ายกัน จึงลงไปห้ามปราม ส่วนเรื่องที่ใครด่าก่อนนั้น นางพรรัตน์ บอกว่า คู่กรณีเริ่มก่อนในการด่าคำหยาบคาย และมีการพูดจาท้าทายด้วย ตนเลยโมโหเลยด่ากลับตามในคลิป

นางพรรัตน์ เทียรสวัสดิ์ กระเป๋ารถโดยสารประจำทาง พูดคุยกับผู้สื่อข่าว

นอกจากนี้ นางพรรัตน์ ยังถามกลับด้วยว่า ตนเป็นกระเป๋ารถโดยสารแล้วเข้าไปห้ามคนขับนั้นตนผิดหรือ ถ้าห้ามไม่ได้จะปล่อยให้ตีกันไปเลย พอตนเข้าไปห้าม มีคนมาหาว่า “ชอบคนขับ ออกตัวแทนคนขับบ้าง” ตนเป็นเพียงคนห้ามปราม ใครอยากจะคิดว่า ตนอารมณ์ร้อนก่อนก็ให้คิดไป ส่วนตัวตนไม่ขอชี้แจงอะไร เพราะตนไม่เคยมีประวัติทะเลาะกับใคร และต่อจากนี้ หากคนขับมีปัญหากันอีก ตนจะไม่ยุ่งให้ไปเจรจากันเอง

นางพรรัตน์ ยอมรับว่า ตนเป็นกระเป๋ารถโดยสารมานาน ไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่มาครั้งนี้ สงสัยว่า “ต้องไปทำบุญล้างซวยซัก 7 วัด”

สำหรับกรณีนี้ เจ้าของอู่รถบริษัท เศวกฉัตร จำกัด ให้ข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เจรจาไกล่เกลี่ย และให้ประกันเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหาย ขณะนี้ รถของอู่ได้ส่งซ่อมแล้ว ในวันจันทร์ (8 ม.ค.) เวลาประมาณ 09.00 น. ทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ได้เรียกให้ทางอู่ทั้งสองฝ่ายเข้าไปชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้น ส่วนตอนนี้ตนได้พูดคุยกับคนขับรถและกระเป๋ารถโดยสารของตนแล้ว เบื้องต้นได้เรียกมาตักเตือนเรื่องมารยาทในการพูดจา แต่ยังไม่ลงโทษพักงาน เพราะถือว่าเป็นการกระทำความผิดครั้งแรก

นายสมชาย บวรศิริกาลกุล หรือ หมู คนขับรถเมล์

ด้าน นายสมชาย บวรศิริกาลกุล หรือ “หมู” คนขับรถเมล์ และ นางสุพัตรา บวรศิริกาลกุล กระเป๋ารถเมล์โดยสาร ปอ.6 คู่กรณีจากอู่บริษัท ศรีสวัสดิ์ ยนต์กิจ จำกัด รถคันที่ชนท้าย ระบุว่า ในวันนี้เกิดเหตุ ตนคาดว่า น่าจะเป็นสาเหตุจากที่ นายชาญณรงค์ คู่กรณีต้องการที่จะขับแกล้งตน เพราะได้เบรกรถกระทันหัน ทำให้รถของตนชนท้ายรถของนายชาญณรงค์

นายสมชาย เล่าอีกว่า ตนรู้จักกับ นายชาญณรงค์ เพราะเป็นคนขับรถโดยสารประจำทางเหมือนกัน นายชาญณรงค์ เคยให้ตนไปช่วยขับเลื่อนรถให้อยู่บ่อยๆ แต่เมื่อวานนี้ (4 ม.ค.) เวลาประมาณ 14.00 น. ได้มีเหตุทะเลาะวิวาท คือขณะที่ออกไปขับรถส่งผู้โดยสาร รถของตนได้ขับตามปกติ แต่คู่กรณีได้หักรถออกมา ทำให้เฉี่ยวชนเข้ากับกระจกรถของนายชาญณรงค์ และไม่ได้มีการขอโทษ แต่ นายชาญณรงค์ บอกให้ตอนเย็นไปเจอกันบริเวณท่าน้ำที่อู่รถพระประแดง

ทั้งนี้ นายสมชาย ยอมรับว่า ขณะนั้นตนโมโห และอยากขอโทษผู้โดยสารที่ทำให้เกิดเหตุแบบนี้ เพราะโมโหจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ความจริงตนอยากจะขับรถหาเงินตามปกติ ไม่ได้อยากมีเรื่องกับใคร ไม่อยากวุ่นวายกับใคร ขอให้ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำมาหากิน

ตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไกล่เกลี่ย ตนอยากจบเรื่อง และอยากจะขอโทษอีกฝ่าย แต่อีกฝ่ายทำท่านิ่งใส่ ตนจึงไม่อยากพูดอะไร ตอนนี้หากผิดจริง ก็อยากจะขอโทษอีกฝ่ายอยู่ ระหว่างนี้ตนโดนพักการทำงานขับรถชั่วคราว และจะต้องชำระค่าเสียหายให้กับเจ้าของอู่

นายสมชาย บวรศิริกาล และ นางสุพัตรา หรือ แนน

นางสุพัตรา หรือแนน กระเป๋ารถโดยสาร ระบุว่า เมื่อวาน (4 ม.ค.) ตอนที่ไปเจอกันที่ท่าน้ำ อีกฝ่ายไม่ได้มีการเจรจาอะไร จึงคิดว่าคงยังติดใจเอาความ ทำให้วันนี้ รถของอีกฝ่ายพยายามที่จะขับชะลอมาแข่งกับรถของตนเอง ทั้งที่ตนกับแฟนพยายามที่จะทิ้งระยะห่างของรถด้วย พอมาถึงจุดเกิดเหตุตอนส่งผู้โดยสารเหมือนกัน รถของนาย ชาญณรงค์ที่ขับนำมา เบรกกระทันหัน ทำให้ชนท้าย

นางสุพัตรา ยังบอกว่า คนขับและกระเป๋ารถโดยสารของอีกฝ่าย เริ่มด่าทอฝ่ายตนก่อน ทำให้คนขับแฟนหนุ่มโมโหมาก เลยนำอาวุธที่เป็นด้ามจับเกียร์ลงไปด้วย

ขอบคุณคลิปภาพจากเฟซบุ๊ก “FillcEo Kub”

keyboard_arrow_up