คุ้มค่าเสี่ยง!? เลเซอร์อวัยวะเพศขาวเสี่ยงติดเชื้อ-เป็นหมัน นานไปจะดำกว่าเดิม

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เตือนเลเซอร์อวัยวะเพศชายให้ขาว เสี่ยงกระทบการมีเพศสัมพันธ์ ชี้ระยะยาว อวัยวะเพศจะมีสีกระดำกระด่างยิ่งกว่าเดิม เล็งเพิ่มโทษ แก้กฎหมายใหม่ สถานพยาบาลต้องขออนุญาตก่อนโฆษณา วอนประชาชนเสพข้อมูลอย่างมีสติ

กรณีที่หญิงสาวคนหนึ่งโพสต์ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงการใช้เทคนิคเลเซอร์ลดการสร้างเม็ดสีผิวบริเวณอวัยวะเพศชายให้ขาวขึ้น ของสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง ทำให้มีการส่งต่อและแชร์ข้อความเป็นจำนวนมากนั้น

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ กรม สบส. กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การนำเลเซอร์มาใช้กับอวัยวะเพศชายเพื่อให้ผิวขาวเป็นอันตราย เนื่องจากผิวจะแห้ง เม็ดสีถูกทำลาย ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ และเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์ หรืออาจร้ายแรงจนถึงขั้นเป็นหมัน เพราะจุดนั้นผิวค่อนข้างบอบบาง มีเนื้อเยื่ออ่อน ใกล้อัณฑะ และไม่ถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ เพราะการทำเลเซอร์มีมานานแล้ว เช่น เลเซอร์ผิวหน้า เลเซอร์ลบรอยสัก เครื่องมือก็ใช้เหมือนกัน เพียงแต่นำมาใช้กับอวัยวะเพศ ซึ่งไม่เหมาะอย่างยิ่ง อีกทั้งในระยะยาวอวัยวะเพศจะสร้างเม็ดสีขึ้นมาใหม่ เมื่อหยุดทำเลเซอร์ กลับกลายเป็นว่าจะด่างดำกว่าเดิม ไม่มีทางจะทำให้ขาวได้อย่างถาวร

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ กรม สบส. กระทรวงสาธารณสุข

เบื้องต้นตรวจสอบพบว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่เป็นผู้นำข้อมูลและรูปภาพออกมาเผยแพร่ เป็นเจ้าหน้าที่ของสถานพยาบาลนั้น เท่ากับว่าจงใจที่จะโฆษณา อีกทั้งก่อนหน้านี้ที่มีนวัตกรรมทำเลเซอร์อวัยวะเพศหญิงขาวก็คือคนเดียวกัน ซึ่งแม้สถานพยาบาลดังกล่าวจะไม่ได้เป็นผู้โฆษณาด้วยตนเอง แต่ตามกฎหมายพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ได้กำหนดให้สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่ง ห้ามปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นโฆษณาสถานพยาบาลแทนโดยการใช้ข้อความ ภาพ เสียง สถานพยาบาลต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะระงับการโฆษณา

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ กรม สบส. กระทรวงสาธารณสุข

โดยหลังจากนี้จะมีการปรับเปลี่ยนกฎหมายใหม่ กำหนดให้สถานพยาบาลต้องขออนุญาตก่อนโฆษณา เพื่อตรวจสอบว่ามีการโฆษณา หรืออวดอ้างสรรพคุณเกินจริงหรือไม่ และจะเพิ่มโทษให้หนักกว่าเดิม

ทั้งนี้หากพบว่าผู้ประกอบวิชาชีพอาจมีการกระทำผิดมาตรฐานจะส่งเรื่องให้สภาวิชาชีพดำเนินการด้านจริยธรรมด้วย และหากผู้ใดพบเบาะแสการโฆษณาโอ้อวด เกินจริง หรือมีเนื้อหาล่อแหลมสื่อไปในทางลามก โดยสถานพยาบาลเอกชนสามารถร้องเรียนได้

keyboard_arrow_up