รวม ‘ภัยพิบัติ’ ครั้งใหญ่ปี 60 คร่าชีวิตคนจำนวนมาก-ทำลายเศรษฐกิจหลายประเทศ (คลิป)

ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ต่างๆ ทั่วโลกต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่นับครั้งไม่ถ้วน วันนี้ทีมข่าวต่างประเทศอมรินทร์ทีวี จะพาท่านผู้ชมย้อนกลับไปทบทวนถึงเหตุการณ์สำคัญ ในปี 2017 เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงอำนาจการทำลายล้างอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ที่แม้แต่เทคโนโลยีสุดล้ำของมนุษย์ยุคนี้ยังมิอาจต้านทานได้

ต้นเดือนมิ.ย. 60 เกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ 10 มณฑลทางตอนกลางและตอนใต้ของจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 203 ราย ประชาชนมากกว่า 15 ล้านคนได้รับผลกระทบ ต้นตอของภัยพิบัติครั้งนี้เกิดจากภาวะฝนตกหนักต่อเนื่องนานกว่าปกติ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักกว่า 60 สายของจีน รวมถึงแม่น้ำแยงซี และทะเลสาบป๋อหยาง เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนทะลักเข้าท่วมไร่นาและบ้านเรือนของประชาชน รวมมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 185,000 ล้านบาท

กลางเดือนมิ.ย. 60  เกิดเหตุไฟป่าในพื้นที่ภาคกลางของโปรตุเกส ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งไปปะทุขึ้นพร้อมกันมากกว่า 160 จุด โดยเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด และกระแสลมที่พัดแรงกลายเป็นปัจจัยเอื้อให้เพลิงนรกลุกลามแผ่ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากจะสร้างความเสียหายเผาผลาญพื้นที่ป่าไปเป็นจำนวนมากแล้ว ไฟป่าในโปรตุเกสครั้งนี้ยังคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 156 ราย

ต้นเดือนก.ย. 60 เกิดพายุเฮอร์ริเคนระดับ 5 ที่มีความเร็วลมที่ศูนย์กลางมากกว่า 295 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก่อตัวขึ้นกลางมหาสมุทรแอตแลนติกใกล้หมู่เกาะเคปเวิร์ด อดีตดินแดนอาณานิคมของโปรตุเกสและถือเป็นพายุเฮอร์ริเคนที่สร้างสถิติที่ไม่น่าจดจำเอาไว้มากมาย ตลอดระยะเวลา 18 วัน พายุเฮอร์ริเคนเออร์มาลูกนี้ได้คร่าชีวิตผู้คนในดินแดนต่างๆ รวมแล้วไม่น้อยกว่า 134 ราย ยังไม่นับรวมความเสียหายที่เกิดกับบ้านเรือน ร้านค้า โรงแรม และธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะในมลรัฐฟลอริด้าของสหรัฐฯที่มีมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นสูงกว่า 65,000 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านบาท

ถัดจากนั้นเพียงไม่กี่สัปดาห์สัปดาห์ สหรัฐฯ ยังต้องรับมือกับพายุเฮอร์ริเคน “ฮาร์วีย์” ที่พัดถล่มหลายพื้นที่ในรัฐเท็กซัส คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 91 ราย ทำให้เกิดฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมใหญ่ ประชาชนมากกว่า 30,000 คนต้องอพยพหนีตาย และประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่ว่ากว่า 6 ล้านล้านบาท

ทางฝั่งเอเชีย ก็เผชิญกับอิทธิพลของพายุอีกลูกหนึ่งชื่อว่าด็อมเรย ซึ่งเคลื่อนตัวผ่านทะเลจีนใต้ก่อนขึ้นฝั่งทางภาคกลางของเวียดนามเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ข้อมูลของทางการเวียดนามระบุว่า นี่คือพายุไต้ฝุ่นที่สร้างความเสียหายแก่เวียดนามมากที่สุดในรอบ 16 ปี คร่าชีวิตประชาชนในเวียดนามไปอย่างน้อย 69 ราย และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท

นอกจากเหตุพายุพัดถล่ม ปี 2560 ยังถือเป็นปีแห่งธรณีพิบัติภัย โดยในช่วงเดือนก.ย. 60 เม็กซิโกต้องเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ถึง 2 ครั้ง ทั้งแผ่นดินไหวขนาด 8.2 ที่คร่าชีวิตประชาชนไปเกือบ 100 ราย ตามมาด้วยเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ในวันที่ 19 กันยายนซึ่งคร่าชีวิตประชาชนไปอีก 370 ราย เหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นกับเม็กซิโกยังทำให้อาคารบ้านเรือนหลายหลังพังถล่ม จนประชาชนออกมาเดินขบวนเพื่อเรียกร้องให้ทางการช่วยเหลือทั้งการจัดหาที่อยู่อาศัย ตลอดจนค่าชดเชยความเสียหายที่ล่าช้า

แต่ที่สร้างความเสียหายรุนแรง คือเหตุแผ่นดินไหวขนาดความรุนแรง 7.3 ที่เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อชายแดนภาคตะวันตกของอิหร่านกับพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิรักเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 60 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนทั้งสองประเทศไปถึง 540 ราย ยังไม่รวมตัวเลขผู้บาดเจ็บที่สูงทะลุ 8,100 คน มูลค่าความเสียหายยากที่จะประเมิน

ถัดจากนั้นอีกเพียงแค่ 3 วัน ก็มีรายงานแผ่นดินไหวอีกระลอก ขนาดความรุนแรง 5.4 จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่บริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ ห่างจากเมืองโพฮังของเกาหลีใต้ไปราว 9 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้ทำให้ประชาชนหวาดผวาจนต้องอพยพออกจากอาคารบ้านเรือน และทางการต้องประกาศยกเลิกการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั่วประเทศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ในวงสัมมนาของนักวิชาการด้านธรณีวิทยาที่นครซีแอตเทิล มีการเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่าในปี 2561 ที่จะมาถึงนี้ จะเป็นอีกหนึ่งปีที่โลกต้องเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวใหญ่อีกหลายครั้ง สาเหตุเนื่องจากพวกเขาพบว่าอัตราการหมุนของโลกได้ช้าลงเล็กน้อย และการเปลี่ยนแปลงของแกนโลกอาจทำให้เกิดการปลดปล่อยพลังงานอีกมหาศาล นี่จึงเป็นอีกสิ่งที่มวลมนุษยชาติจะต้องเฝ้าจับตาในอนาคต

keyboard_arrow_up