โจ๋เปิดใจ โต้ขืนใจ ด.ญ.14 พิการ เผยถูกลวนลามจนคุมอารมณ์ไม่ไหว – เพื่อนสาวแฉหนีออกบ้าน (คลิป)

จากกรณี นายเอ (นามสมมติ) อายุ 34 ปี ชาว ต.หนองแปน อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ พา ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ลูกสาว นักเรียนชั้น ม.2 ซึ่งเป็นผู้พิการทางสมอง เข้าร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงค์ธรรม จ.กาฬสินธุ์ และเดินทางเข้าร้องทุกข์ พร้อมยืนหนังสือกับ พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เพื่อให้เร่งรัดคดีลูกสาวถูก วัยรุ่น 2 คน อายุ 18 ปี และ 22 ปี หลอกไปข่มขืน โดยครอบครัวแจ้งความร้องทุกข์ เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ผ่านมากว่า 4 เดือน คดียังไม่มีความคืบหน้า (อ่าน : อึ้ง! 2 โจ๋ข่มขืนสาว 14 พิการสมอง ชาวบ้านระอาคนอันตราย ย่ำยีเหยื่อ 3 คนยังลอยนวล)

ล่าสุด วันที่ 15 ส.ค. 62 พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ ผกก.สภ.กมลาไสย เปิดเผยความคืบหน้าคดีว่า ตำรวจตั้งข้อกล่าวหา ผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คนแล้ว ในความผิดฐาน พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี จากบิดามารดาเพื่อทำอนาจาร และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี แต่ต้องมีการสอบสวนเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากที่ผ่านมาผู้เสียหายยังไม่พร้อมที่จะให้ปากคำ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งติดดำเนินคดีแล้ว

นายเอ (นามสมมติ) พ่อของผู้เสียหาย

ทีมข่าวอมรินทร์เดินทางลงพื้นที่ ต.หนองแปน อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 34 ปี พ่อของเด็กผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 20 มี.ค. ลูกสาวแอบออกไปเที่ยวดูหมอลำกับเพื่อน กลางดึกยังไม่กลับมา ตนจึงออกตามหาจนถึงเช้าวันที่ 22 ส.ค. ไปสอบถามกับเพื่อนลูกสาวที่ไปด้วยกัน จนทราบว่าลูกสาวอยู่ที่บ้านลาด บ้านของนายเอ็ม (นามสมมติ) อายุ 18 ปี แต่ไม่พบ นายเอ็มอ้างว่าลูกสาวตนไปอยู่ที่บ้านนายเอส (นามสมมติ) อายุ 22 ปี หลังจากนั้นลูกสาวมีอาการซึมเศร้า สารภาพว่าช่วงกลับบ้านจากดูหมอลำ นายเอ็มไล่เพื่อนตนกลับไป และล็อกตัวไปที่บ้าน นายเอ็มข่มขืนจนเสร็จ แล้วพาไปที่บ้านนายเอส แล้วถูกนายเอสข่มขืนซ้ำ

ด.ญ.กิ๊ฟ (นามสมมติ) เพื่อนผู้เสียหาย

ด.ญ.กิ๊ฟ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี เพื่อนผู้เสียหายที่ไปเที่ยวด้วยกัน เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ ตนเองและเพื่อนไปเที่ยวงานหมอลำ ตนไปรอรับเพื่อนที่หน้าปากซอยบ้าน จากนั้นเพื่อนก็ปีนออกมาทางหน้าต่างบ้านชั้น 2 แล้วขี่รถจักรยานยนต์ไปเที่ยวงานหมอลำกัน กระทั่งขากลับบ้าน น้ำมันจะหมด จึงแวะไปที่หมู่บ้านบ้านลาดก่อน เพื่อนก็จะเข้าไปหาแฟนเก่า เพื่อขอเงินมาเติมน้ำมันรถ ไปถึงบริเวณร้านขายของชำ พบนายเอ็มและนายเอสนั่งกินเหล้าอยู่ จึงจอดรถเพื่อคุย มีการหยอกล้อจับอวัยวะเพศของนายเอสเหมือนสนิทกัน แลเพื่อนตนก็ไล่ให้ตนกลับไปก่อน จนกระทั่งช่วงเช้าอีกวัน พ่อของเพื่อนมาถามหาที่บ้านตน

ส่วนตัวแล้วตนเองไม่คิดว่าเพื่อนน่าจะโดนข่มขืน แต่น่าจะเป็นการสมยอมมากกว่า ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ความจริง หลังจากนี้ก็ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนเพิ่มเติม

นายเอส (นามสมมติ) ผู้ก่อเหตุ

ด้านนายเอส (นามสมมติ) อายุ 22 ปี ผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนเองได้นั่งกินเหล้าอยู่กับเพื่อนที่บ้าน 5-6 คน จนเหล้าหมด ตนจึงไปซื้อที่ร้านขายของชำ แล้วพบผู้เสียหายมากับเพื่อนกำลังยืนพูดคุยกับนายเอ็มอยู่ จนกระทั่งนายเอ็มบอกให้ไปส่ง ด.ญ.บี เนื่องจากเพื่อนที่มากับ ด.ญ.บี กลับไปแล้ว ด.ญ.บี ก็ได้กระโดดขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของตนทันที ตนก็จะไปส่งที่บ้าน แต่ ด.ญ.บี บอกว่าไม่อยากกลับ ขอตนเองไปอยู่ที่บ้านด้วยสักพักก่อน เมื่อไปถึงบ้าน ด.ญ.บี เห็นว่าตนเองและเพื่อนกำลังนั่งกินเหล้ากันอยู่ ก็ขอกินเหล้าด้วย ก็มีการหยอกล้อแล้วเดินไล่จับอวัยวะเพศเล่น

จากนั้น เวลาประมาณ 23.00 น. เหล้าหมด เพื่อน ๆ ก็แยกย้านกันกลับบ้าน แต่ ด.ญ.บี ยืนยันว่าจะไม่กลับบ้าน ตนเองจึงบอกให้ขึ้นไปนอนที่ห้อง เนื่องจากดึกแล้ว และคิดว่าตอนเช้าก็จะไปส่งที่บ้าน ขณะที่ตนเองและด.ญ.บีขึ้นมาที่ห้อง ด.ญ.บีก็เริ่มเข้ามาเล้าโลมตนเอง และจับอวัยวะเพศ ตนเองยอมรับว่าเริ่มมีอารมณ์ จึงมีเพศสัมพันธ์กับด.ญ.บี แต่เป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ตนเองไม่ได้บังคับขืนใจ แต่ด.ญ.บี เริ่มก่อนและสมยอม

กระทั่งช่วงเช้าอีกวัน 07.00 น. นายเอ็มมาหาที่บ้าน เพื่อจะพา ด.ญ.บีไปส่งให้พ่อเขา ตนเองมารู้ที่หลังว่าก่อนหน้านี้นายเอ็มก็มีอะไรกับด.ญ.บีมาแล้ว หลังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวให้ตนเองและนายเอ็มไปสอบสวน หลังจากเกิดเหตุ พ่อของผู้เสียหายเรียกค่าเสียหายตนและนายเอ็ม คนละ 50,000 บาท ตนก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพ่อของฝ่ายหญิงอยากได้เงินหรือไม่

 

keyboard_arrow_up