ตร.จองกฐิน ‘เอก น้ำเต้า’ จับสาวเสริมสวยเป็นตัวประกัน ตั้ง 7 ข้อหาหนัก-ขอศาลออกหมายจับ

ความคืบหน้ากรณีที่นายเอกลักษณ์ ประดาอินทร์ หรือ “เอก น้ำเต้า” อายุ 31 ปี ก่อเหตุใช้ อาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 จี้ น.ส.สุพุด หลอดทอง น.ส.สุดสาคร ปวงศิริ และ น.ส.รุ้งนภา นวจิต ภายในร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งย่าน ซอยพระรามที่ 6 / 15 ก่อนปล่อยตัว น.ส.สุพุด และ น.ส.สุดสาคร ออกมา เหลือไว้เพียง น.ส.รุ้งนภา ไว้คนเดียว ก่อนที่จะเกิดการยิงต่อสู้กับตำรวจ จนถูกยิงเข้าที่ต้นขา และหน้าท้อง บาดเจ็บสาหัสถูกคุมตัวส่งโรงพยาบาลหัวเฉียวนั้น

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 60 พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผกก.สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติออกหมายจับ นายเอกลักษณ์ ประดาอินทร์ ในข้อหา พยายามฆ่าเจ้าพนักงาน, กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่น, ทำให้เสียทรัพย์, มีอาวุธปืนและเครื่องกระแสไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืน ไปในหมู่บ้านที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร, ยิงหรือใช้อาวุธปืน โดยไม่มีเหตุอันควร และ ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน

ส่วนมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุนั้น อยู่ระหว่างเตรียมเข้าไปสอบปากคำผู้ต้องหา เนื่องจากขณะนี้ตัวของ นายเอกลักษณ์ ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ โดยทีมแพทย์ยังไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าไปสอบปากคำได้ คาดว่าอีกประมาณ 2-3 วัน ทีมแพทย์จะอนุญาตให้ทางตำรวจเข้าไปสอบปากคำได้

ด้าน น.ส.สุพุด เจ้าของร้านเสริมสวยที่ถูกจับเป็นตัวประกัน เล่าเหตุการณ์ให้ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีฟังว่า นายเอกลักษณ์ ได้นำรถจักรยานยนต์มาจอด พร้อมชักอาวุธปืนออกมา แล้วเดินตรงเข้ามาภายในร้าน และปิดประตูล็อคกลอน พร้อมเอ่ยขึ้นมาว่า “ไม่มีอะไร มีเรื่องเดือดร้อน ต้องการตัวประกัน” ผ่านไปประมาณ 5 นาที ตนเองและ น.ส.สุดสาคร ก็ได้ถูกปล่อยตัวออกมานอกร้าน เหลือเพียง น.ส.รุ้งนภา นาทีนั้นรู้สึกตกใจกลัวมาก ไม่นึกว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง และที่ผ่านมาไม่เคยพบเห็นนายเอกลักษณ์ มาก่อน หลังจากนี้ จะวางมาตรการในการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับตนอีก

keyboard_arrow_up