จับแล้ว ‘มาเฟียสยาม’ ผู้ลือลั่น รับขโมยเสื้อแจ็คเก็ตแบรนด์ดัง เพราะใส่แล้วรู้สึกดีแต่เงินไม่พอ!!!

ภายหลังที่ “มาเฟียสยาม” ผู้ลือลั่น เรื่องทำร้ายคนแก่ และผู้หญิงกลับมาก่อเหตุ ที่ย่านสยาม อีกครั้ง โดยขโมย เสื้อแจ็คเก็ต จากร้านในย่านนี้ ล่าสุด ตำรวจจับตัวได้แล้ว เมื่อสอบปากคำ มาเฟียสยาม ให้การว่า สวมเสื้อแจ็คเก็ตแล้วรู้สึกดี แต่เงินไม่พอ จึงต้องขโมย

พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 และพันตำรวจเอก ภพธร จิตต์หมั่น ผู้กำกับการ สน.ปทุมวัน ร่วมกันสอบปากคำนายวีระพัน อินทะวง อายุ 40 ปี สัญชาติลาว เจ้าของฉายา มาเฟียสยาม ที่ก่อเหตุขโมยเสื้อแจ็คเก็ต 1 ตัว ราคา 13,500 บาท ไปจากร้าน บอย ลอนดอน ไทยแลนด์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามแสควร์ 1 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา และตำรวจติดตามจับกุมตัวมาได้เมื่อคืนนี้ ที่ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง

ผู้ต้องหาและผู้เสียหายให้การกับตำรวจ

ผู้ต้องหาให้การว่า เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้นั่งเรือข้ามฟากเข้าประเทศไทยผ่านทางอำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ก่อนจะนั่งรถโดยสารต่อมายังสถานีขนส่งหมอชิต กระทั่งเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ได้เดินทางไปที่ร้านบอยลอนดอน ไทยแลนด์ ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ และมีการลองเสื้อแจ็คเก็ตตัวดังกล่าว แต่เงินไม่พอที่จะซื้อ เพราะก่อนหน้านั้นซื้อหมวกจากร้านนี้ไปแล้วในราคา 2,000 บาท เมื่อสบโอกาสจึงใส่เสื้อ และเดินออกจากร้านไป

เสื้อแจ็คเก็ตที่เป็นของกลาง

จากการสอบสวนพบว่า นายวีระพันก่อเหตุคนเดียว ไม่ได้มีลักษณะเป็นกลุ่มมาเฟียตามฉายา ส่วนหญิงสาวชาวไทยที่ปรากฏตัวคู่กับนายวีระพันในวันเกิดเหตุ ตำรวจไม่พบความเชื่อมโยงเกี่ยวกับคดี

นอกจากนี้ จากการสอบปากคำ พบว่านายวีระพันเป็นคนมีฐานะค่อนข้างดีขณะพักอาศัยอยู่ที่ประเทศลาว มีนิสัยชอบสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนม และที่เข้ามาในเมืองไทยก็เพราะจะมาซื้อเสื้อผ้าจากประตูน้ำ กลับไปขายที่เวียงจันทน์ ประเทศลาว

นายทวีสิทธิ์ กาญจนวงศ์ไพศาล เจ้าของร้านบอย ลอนดอน ไทยแลนด์

ขณะที่นายทวีสิทธิ์ กาญจนวงศ์ไพศาล เจ้าของร้านบอย ลอนดอน ไทยแลนด์ ระบุว่า วันที่เกิดเหตุนายวีระพัน ได้ขอให้พนักงานในร้านถอดป้ายแท็กออก พนักงานจึงปฏิบัติตามเพราะชะล่าใจ เนื่องจากเห็นว่านายวีระพันเป็นลูกค้าประจำที่ร้าน เป็นคนพูดจาเป็นกันเอง และมีการเล่าเรื่องไปเมืองนอกให้ฟังด้วย

หลังสอบปากคำเสร็จ ตำรวจได้คุมตัวนายวีระพันไปที่ห้องควบคุมตัว พร้อมกับแจ้งข้อหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร และเป็นบุคคลต่างด้าว (สัญญาชาติลาว) หลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

พร้อมกันนี้ ตำรวจได้มีการฝากประชาสัมพันธ์มาด้วยว่า หากมีผู้เสียหายรายใดที่เคยถูกนายวีระพันกระทำการก่อเหตุใดๆก็ตาม สามารถเดินทางมาแจ้งความได้ที่สน.ปทุมวัน หรือสน.ท้องที่.

พันตำรวจเอก ภพธร จิตต์หมั่น ผู้กำกับการ สน.ปทุมวัน
keyboard_arrow_up