สาวแชร์คลิปถูกช่างผม ‘จิกหัวด่ายับ’ เหตุจำคนผิด ไม่มีแม้แต่คำขอโทษ (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “กชพร เจริญสุขโชค” โพสต์วีดิโอคลิป หลังถูกพนักงานร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งในห้างดัง ย่านสมุทรปราการ ทำร้ายร่างกาย เพียงเพราะจำคนผิด

ความคืบหน้าผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้เดินทางไปสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องนี้กับคุณมิ้งค์ หรือนางสาวกชพร เจริญสุขโชค อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่อยู่ในคลิป


คุณมิ้งค์เล่าให้ฟังว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวาน (9 ต.ค.) ตอนประมาณช่วงบ่ายสามของเมื่อวาน เธอได้เข้าไปรับบริการสระไดร์ผมที่ร้านเสริมสวย ซึ่งเป็นร้านประจำ โดยมีนางสาวนิยม พงษ์นาม อายุ 35 ปี ลูกจ้างในร้าน รับหน้าที่สระผมให้ น้องมิ้งค์เล่าว่า รู้สึกแปลกใจตั้งแต่เข้าร้านมาแล้วว่าทำไม พนักงานคนนี้ถึงมองหน้าเธอแปลกๆ เหมือนไปหงุดหงิดอะไรมา

และระหว่างช่วงที่กำลังสระผม จู่ๆอุณหภูมิของน้ำก็เริ่มร้อนขึ้นๆ แต่เธอก็อดทนรับบริการต่อไป เพราะคิดว่าเครื่องทำน้ำอุ่นที่อาจมีการปรับโดยอัตโนมัติเอง

กระทั่งสระผมเสร็จ และเข้าสู่ขั้นตอนการไดร์ผม ระหว่างที่ช่างกำลังใช้กิ๊ฟตัวแรกเหน็บแบ่งผม เธอกลับรู้สึกว่าถูกดึงผมแรงมากจนเจ็บ แต่ก็ยังคิดในแง่ดีว่าพนักงานคนนี้แค่มือหนักไป จนมาถึงกิ๊ฟตัวที่ 2 ช่างคนเดิมกลับเอาส่วนปลายของกิ๊ฟจิกลงไปที่หนังศีรษะของเธออย่างแรง ก่อนจะดึงผมซ้ำ และใช้มือตบเข้าไปที่ศีรษะของเธออย่างแรง จนเธอทนไม่ไหว ต้องลุกขึ้นมาต่อว่าช่างคนนั้น ว่าทำไมจึงต้องทำรุนแรงแบบนี้ เธอไปทำอะไรให้

ซึ่งช่างคนดังกล่าวตอบกลับมาด้วยถ้อยคำที่หยาบคายว่า คุณมิ้งค์คือคนที่เขาเคยรู้จัก ชื่อ “ใหม่” เคยทำงานที่ลาดพร้าวด้วยกัน แต่ทางคุณมิ้งค์ยืนยันกลับไปว่าเธอไม่ใช่หญิงคนนั้นจริงๆ นี่เป็นการจำผิดคนแน่ๆ แต่พนักงานก็ยังยืนยันว่า ใช่! จำไม่ผิดตัวแน่นอน อย่ามาโกหก

เพราะจำหน้าได้ รู้จักแม้กระทั่งชื่อแม่ และที่อยู่ กระทั่งท้ายที่สุด เจ้าของร้านได้พาตัวพนักงานคนดังกล่าวไปสงบสติอารมณ์หลังร้าน ส่วนตัวคุณมิ้งค์เองก็เดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่สภ.เมืองสมุทรปราการ

คุณมิ้งค์เล่าต่อว่าหลังเกิดเหตุคุณพ่อและคุณแม่ของเธอได้เข้าไปคุยกับพนักงานคนดังกล่าวถึงที่ร้าน โดยยังไม่แสดงตัวว่าเป็นผู้ปกครองคุณมิ้งค์ ซึ่งพนักงานคนดังกล่าวก็ยังยืนยันว่าคุณมิ้งค์คือคู่อริเก่าที่ชื่อ “ใหม่” และมีแม่ชื่อเกียง กระทั่งท้ายที่สุดคุณพ่อและแม่ของคุณมิ้งค์ได้แสดงตัวว่า ทั้งคู่คือพ่อและแม่แท้ๆของคุณมิ้งค์ พนักงานคนดังกล่าวจึงยอมรับว่า “จำคนผิด”

คุณมิ้งค์เล่าต่อว่า ตั้งแต่เกิดเหตุยังไม่ได้รับการติดต่อส่วนตัวจากพนักงานคนดังกล่าว และไม่มีแม้แต่คำว่าขอโทษ มีเพียงทางร้านเสริมสวยที่ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการเลิกจ้างพนักงานคนดังกล่าว

ขณะที่ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ ทางคู่กรณีได้มีการนัดพบกับคุณมิ้งค์เพื่อจ่ายเงินค่าทำขวัญ แต่ทางคุณมิ้งค์ไม่ได้ต้องการเงิน และยินดีจะทำการไกล่เกลี่ยเรื่องคดี หากทางคู่กรณีเข้ามาสำนึกผิดขอโทษ พร้อมกับฝากไปถึงคู่กรณีด้วยว่า สมมติว่าคุณมิ้งค์เป็นคู่อริจริง ก็ไม่ควรทำแบบนี้ในเวลางาน และถ้าหากในมือของพนักงานไม่ใช่กิ๊ฟ แต่เป็นมีด ป่านนี้เธอคงเสียชีวิตไปแล้ว.

keyboard_arrow_up