รวบ 4 คนร้าย ‘ปล้น 60 ล้าน’ ของกลางอยู่ครบ! พบเป็นคนใกล้ตัว ตร.เร่งล่าอีก 3 ราย (คลิป)

จากกรณีปล้นเงิน 60 ล้านบาทกลางลานจอดรถ คอนโด ย่านรัชดา จากนักธุรกิจรายหนึ่งและตำรวจกำลังตามจับผู้ก่อเหตุนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 60 เวลาประมาณ 23.00 น. พบรถกระบะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จอดทิ้งเอาไว้ที่ถนนเลียบรฟม.ขาเข้า ใกล้แยกผังเมือง เขตห้วยขวาง มีผ้าคลุมรถทั้งคัน ลอคทั้ง 4 ประตู ก่อนประสานเจ้าหน้าที่มาเก็บดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝง เชื่อว่าน่าจะมีร่องรอยของคนร้ายทิ้งเอาไว้ เบื้องต้นตำรวจเชื่อว่าคนร้ายยังอยู่ในกรุงเทพฯ และเงินที่ปล้นไปยังไม่มีการแบ่ง ตอนนี้ให้พนักงานสอบสวนขอหมายจับจากศาลอาญารัชดาเรียบร้อยแล้ว ถ้าจับกุมได้จะมีการแถลงข่าว

ขณะนี้สามาถจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ทั้งหมด 4 จาก 7 คน ของกลางทั้งหมดยังอยู่ครบ ขณะนี้ผู้ที่ถูกจับกุมได้ทั้งหมด ถูกควบคุมอยู่ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล มี 3 คน เป็นพนักงานขนเงินของผู้เสียหาย และอีก 1 คน เป็นเพื่อนของทั้ง 3 คนนี้ จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุที่ถูกจับกุมอ้างว่าทำเพราะต้องการเงินเท่านั้น ไม่มีความขัดแย้ง หรือมีใครว่าจ้าง และในช่วงบ่ายของวันนี้ (5 ต.ค. 60) ทางพลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะมาแถลงข่าวนี้ด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เริ่มจาก เจ้าของเงินคือนายภัทริศ แต้รัตนชัย นักธุรกิจเกี่ยวกับทองคำและเครื่องประดับ ได้สั่งให้ลูกน้องคือนาย ณรงค์ชันน สวัสดิผล (จั๊ว) นำเงินมาจากประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่ประเทศไทย วันเกิดเหตุนายณรงค์ชัย กำลังจะนำเงินทั้งหมดส่งต่อให้กับลูกน้องอีก 2 คนคือ นายจิรภัสส์ พิทักษ์กิจวัฒน์ และนายเกียรติพงษ์ พึ่งยิ่้ม ที่ลานจอดรถสนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นเงินทั้งหมดก็ถูกเก็บอยู่ในรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด สีส้ม ทะเบียน ส5179 กรุ่งเทพฯ ก่อนที่นายจิรภัสส์และนายเกียรติพงษ์จะนำเงินไปส่งต่อให้นายภัทริศ เจ้าของเงินที่คอนโดรัชดาพาวิลเลี่ยน ที่ซ.รัชดา 30 โดยจังหวะที่ไปจอดรถ ณ ลานจอดรถชั้น 5 ได้มีกลุ่มคนร้าย สวมโม่งมา 6 คน จับคนนำเงินทั้ง 2 มัดมือมัดเท้า เอาถุงกระสอบครอบศีรษะ และชิงเงิน 60 ล้านบาทไป พร้อมกับรถกระบะฟอร์ด สีส้ม คันดังกล่าว

ตำรวจสอบถามรายละเอียดจากนายภัทริศ ทราบว่า ทำธุรกิจมาหลายปีแล้ว และมีการขนส่งเงินเช่นนี้มากกว่า 5 ปีเนื่องจากการขนย้ายเงินผ่านด่านศุลกากรเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการโอนข้ามประเทศ ตรวจสอบคนร้ายมีประมาณ 4-6 คนสวมโม่งมาจอดรอที่ลานจอดรถ โดยคอนโดแห่งนี้ต้องใช้คีย์การ์ดในการผ่านเข้า-ออก จึงตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการประสงค์ต่อทรัพย์เท่านั้น ตอนนี้ประสานไปยังธนาคารและจดรับแลกเงินทั่วประเทศ หากมีการเอาเงินสกุลเยนจำนวนมากมาแลกให้แจ้งข้อมูลกับเจ้าหน้าที่

ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและสอบสวนเจ้าหน้าที่รปภ. คอนโด ทราบว่า คนที่เอารถเข้า-ออก คอนโดได้ส่วนใหญ่เป็นผู้อาศัยภายใน ถ้าเป็นบุคคลภายนอกต้องแลกบัตร หากจะขึ้นไปในตึกก็ต้องใช้คีย์การ์ดเท่านั้น โดยทีมสอบสวนพบข้อพิรุธคือ การขนเงินในครั้งนี้มีเพียงนายภัทริศเจ้าของเงิน และลูกน้องเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รับรู้ จึงคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนใน หรือคนที่คุ้นเคยกับคนในเป็นอย่างดีจึงรู้ความเคลื่อนไหว

keyboard_arrow_up