ความยุติธรรมยังมีอยู่จริง! ‘ครูจอมทรัพย์’ เดินทางเข้าขอบคุณคุรุสภาหลังมีมติอนุมัติต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

หลังจากคณะอนุกรรมการดำเนินงานมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา มีมติอนุมัติต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้กับครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หลังยื่นหนังสือขอต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ โดยพิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีของครูจอมทรัพย์ ไม่สร้างความเสื่อมเสียและไม่เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามในทางจรรยาบรรณวิชาชีพ

ล่าสุดวันนี้ ครูจอมทรัพย์ ได้เดินทางจาก จ.สกลนคร เข้ามายังกรุงเทพมหานคร โดยได้เดินทางมายังรัฐสภา เพื่อเข้าขอบคุณ นายตวง อันทะไชย ประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นและสื่อสารสังคม ของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ที่ช่วยดำเนินการช่วยเหลือมาโดยตลอด

ครูจอมทรัพย์ บอกว่า เมื่อวานนี้ ดร.องค์กร อมรสิรินันท์ ประธานสภาเครือข่ายองค์กรครูแห่งประเทศไทยได้โทรศัพท์ไปหาตน และบอกว่าคุรุสภาต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้แล้ว และจะพาไปรับใบอนุญาตที่คุรุสภา ตอนนั้นก็รู้สึกช็อคเล็กๆ ดีใจมาก เพราะว่ารอคอยมานาน จนบางทีก็ลืมไปแล้ว มีหลายกระแสที่บอกว่าเป็นไปไม่ได้หรอก ที่คนติดคุกจะได้กลับมารับราชการต่อ แต่ตนก็คิดว่าสักวันฟ้าจะต้องเปิด มองเห็นในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะตนไม่ได้ทำผิด

ตอนที่ทราบข่าว ถึงกับ กระโดดโลดเต้นไปทั่วบ้าน ร้องไห้ด้วย แต่เป็นการร้องไห้ที่มีความสุขและดีใจ ที่ผู้ใหญ่ยังมองเห็นและให้โอกาส ตนรอมาตลอดกว่า 7 เดือน ก็มีกลัวบ้างว่าอาจจะไม่ได้ แต่เชื่อมั่นในความถูกต้อง

หลังจากได้รับใบอนุญาตแล้ว จะต้องไปยื่นที่ ศึกษาธิการจังหวัดสกลนคร ซึ่งผู้ใหญ่ก็รับปากว่าถ้าหากได้ใบอนุญาตมาแล้ว ก็เตรียมที่ลงบรรจุให้แล้ว แต่ตนอยากสอนที่เดิม คือโรงเรียนบ้านม่วงไข่ประชาราษฎร์สงเคราะห์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร เพราะใกล้บ้าน และอยู่ระหว่างรอคำตัดสินทางคดี

เมื่อถามถึงเรื่องคดีความ ยอมรับว่า กังวลเล็กน้อย แต่มั่นใจมาก เนื่องจากตนไม่ได้ทำผิด คนที่รู้ดีที่สุดก็คือตัวครู โดยมั่นใจในกระบวนการของศาล ถึงแม้ที่ผ่านมากระบวนการในส่วนอื่นๆ อาจมีผิดพลาดไปบ้าง แต่การรื้อฟื้นคดีในครั้งนี้ ตนมั่นใจว่าศาลจะมองเห็นความดี และความจริง

ด้านนายตวง อันทะไชย ประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นและสื่อสารสังคม ของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า การที่ครูจอมทรัพย์ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เป็นสิ่งที่ชอบธรรม เนื่องจากครูได้รับการรื้อฟื้นคดี และมีพยานหลักฐานที่กระทรวงยุติธรรมนำมาต่อสู้ มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน ว่าครูไม่ได้เป็นคนกระทำ

ถึงแม้ครูจอมทรัพย์ จะเคยถูกคุมขังในเรือนจำ แต่คดีดังกล่าวถือว่าเป็นคดีลหุโทษ ไม่ใช่คดีอาญา ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เสื่อมเสียทางวิชาชีพ จึงเป็นสิ่งที่ทางคณะกรรมเล็งเห็นว่าต้องมีการกอบกู้ชื่อเสียงทางวิชาชีพครู และคงไม่ปล่อยให้ครูจอมทรัพย์ต้องต่อสู้เพียงลำพัง

หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นบรรทัดฐานให้กับวิชาชีพครูต่อไป ในการพิจารณาว่าในสวัสดิการของครู ควรจะมีทนายความช่วยเหลือในเรื่องคดีความ ตนเชื่อว่าหากครูจอมทรัพย์ได้ทนายความที่เก่งตั้งแต่แรก คงจะไม่ถูกลงโทษจำคุกอย่างแน่นอน

สำหรับใบอนุญาตครูจอมทรัพย์ ขาดการต่ออายุไปตั้งแต่ปี 2557 เนื่องจากถูกจำคุกจึงไม่สามารถดำเนินการขอต่ออายุใบอนุญาตได้ เพราะฉะนั้น การอนุมัติต่ออายุใบอนุญาตฯครั้งนี้ จะมีผลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปี 2562 เมื่อครบกำหนดผู้รับใบอนุญาตฯก็ต้องดำเนินการยื่นเรื่องขอต่ออายุใบอนุญาต ซึ่งคุรุสภากำหนดให้ต่ออายุทุก 5 ปี

keyboard_arrow_up