ล้อเล่นให้คนตกใจล้านคัน! เหยื่อการตลาดด่ายับมุกรถถูกงัด-บ.ประกันชี้เซอร์ไพรส์ทั่วไทย (คลิป)

จากกรณีแคมเปญโฆษณาของบริษัทประกันภัยรถยนต์บริษัทหนึ่ง นำกระดาษโน้ตแปะหน้ารถพร้อมเขียนข้อความทำให้เจ้าของรถตื่นตกใจ เช่น รถคุณถูกงัด หรือรถคุณถูกชน โดยให้ดูข้อมูลเพิ่มเติมด้านหลัง ซึ่งเมื่อพลิกกระดาษไปพบว่าเป็นข้อความโฆษณาแนะนำบริษัท โดยให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ตั๋วหนังฟรีจำนวน 2 ใบ เพื่อเป็นการขอโทษ ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก ว่าแคมเปญดังกล่าวเป็นการตลาดที่ล้ำเส้นเกินไปหรือไม่?

นายอรรณพ โฆภิษฐ์สุวรรณ อายุ 30 ปี หนึ่งในผู้ที่ได้รับกระดาษโฆษณา

ล่าสุด วันนี้(22 ก.ย.) ทีมข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณตลาดประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร ซึ่งมีข้อมูลว่า เจ้าของรถหลายราย ได้รับแผ่นกระดาษดังกล่าวโดยนายอรรณพ โฆภิษฐ์สุวรรณ อายุ 30 ปี หนึ่งในผู้ที่ได้รับกระดาษโฆษณา เปิดเผยว่า เมื่อวาน (21 ก.ย.) ที่ผ่านมา ตนจอดรถบนถนนด้านหน้าตลาดประชานิเวศน์ ช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. มีเพื่อนมาบอกตนว่า รถถูกงัด จึงรีบออกมาดูก็พบกระดาษเขียนข้อความว่ารถคุณถูกงัด แปะอยู่กับที่ปัดน้ำฝนหน้ารถ ตนจึงเดินวนดูรอบรถ แต่ไม่พบร่องรอยการงัด จึงลองพลิกกระดาษกลับอีกด้าน จึงเห็นข้อความโฆษณา ยอมรับว่าตนรู้สึกแย่ เพราะตนเป็นคนรักรถ เมื่อรู้ว่ารถถูกงัดจึงตกใจมาก โดยเข้าใจว่าเป็นการตลาด แต่ควรมีวิธีการที่สร้างสรรค์ ซึ่งตนไม่เข้าใจทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ ทั้งนี้ ตนไม่ได้สนใจโฆษณาและไม่ได้ติดต่อกลับเพื่อรับตั๋วฟรี เพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรที่ได้มาแบบฟรีๆ

ข้อความโฆษณาที่ถูกติดไว้หน้ารถ

ด้านนายสรวิศ ภัคมงคล อายุ 29 ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่งย่านประชานิเวศน์ เปิดเผยว่า เมื่อวาน (21 ก.ย.) เวลา 11.00 น. ตนได้รับแจ้งจากเพื่อนร่วมงานว่า รถของบริษัทมีกระดาษแปะไว้หน้ารถว่ารถถูกงัด ตนจึงรีบออกมาตรวจสอบ เพราะรถคันดังกล่าวเป็นรถป้ายแดงที่เพิ่งออกมาใหม่ แต่เมื่อตรวจสอบไม่พบร่องรอยความผิดปกติ จึงสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งบอกให้ตนเปิดอ่านด้านหลังกระดาษ เมื่อพลิกไปเห็นเป็นข้อความโฆษณา ก็รู้สึกแย่มาก เข้าใจว่าที่ต่างประเทศอาจมีการโฆษณาล้อเล่นในลักษณะนี้ แต่คิดว่าไม่ควรนำมาใช้ในประเทศไทย เพราะคนไทยรักรถมาก พร้อมยอมรับว่าการโฆษณาควรมีขอบเขตมากกว่านี้

นายสรวิศ ภัคมงคล อายุ 29 ปี หนึ่งในผู้ที่ได้รับกระดาษโฆษณา

ทั้งนี้ ทีมข่าวได้เดินทางไปยัง บริษัทประกันภัยรถยนต์ดังกล่าวย่านสีลม ซึ่งพนักงานประชาสัมพันธ์ได้ให้ข้อมูลว่า ทางผู้บริหารมีการประชุมถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ พร้อมเปิดเผยว่า ได้ทำแคมเปญโฆษณา นำกระดาษเขียนข้อความที่ทำให้เจ้าของรถตื่นตกใจ นำไปแปะที่หน้ารถ ตั้งเป้าจำนวน 1,000,000 คัน ทั่วกรุงเทพมหานคร ภายในวันเดียว คือเมื่อวานที่ผ่านมา (21 ก.ย.) วัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัทเป็นที่รู้จัก เนื่องจากเพิ่งเปิดบริษัทใหม่เมื่อต้นปี โดยการเขียนข้อความและนำไปติดหน้ารถยนต์ เพื่อให้เกิดความเข้าถึง และเจ้าของรถคือกลุ่มเป้าหมายของบริษัท

ส่วนข้อความดังกล่าวนั้น เขียนเพื่อดึงดูดให้เกิดความสนใจ โดยหลังโฆษณาออกไปก็มีผลตอบรับเกิดขึ้นทั้งในแง่ดีและไม่ดี ซึ่งส่วนใหญ่ผู้คนจะตื่นตกใจ แต่ก็มีเจ้าของรถเข้ามาลงทะเบียนกับเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อรับตั๋วหนังดูฟรี พร้อมยืนยันว่า ตั้งแต่มีการโฆษณาออกไปยังไม่มีข้อมูลว่า เจ้าของรถได้รับอุบัติเหตุจากแคมเปญนี้แต่อย่างใด

โดยหนึ่งในผู้ที่ได้รับกระดาษโฆษณา ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังบริษัทประกันดังกล่าว เพื่อขอรับตั๋วหนัง โดยปลายสายเป็นระบบตอบรับอัตโนมัติ ให้กดหมายเลขตามเรื่องที่ต้องการจะติดต่อ จากนั้นได้กดเลข 4 เพื่อสอบถามเรื่องตั๋วหนัง จนกระทั่งได้พูดคุยกับพนักงานของบริษัท โดยได้รับคำชี้แจงในการลงทะเบียนเพื่อรับตั๋วหนัง ว่าให้เข้าไปลงทะเบียนทางเว็บไซด์ของบริษัทแล้วทำตามขั้นตอน พร้อมอัพโหลดตารางกรมธรรม์ปีล่าสุด โดยชื่อที่กรอกกับกรมธรรม์ต้องตรงกัน ส่วนกรมธรรม์ไม่จำเป็นต้องเป็นของบริษัทนี้ โดยแคมเปญดังกล่าวไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งหากได้รับตั๋วทางอีเมล์ก็นำไปดูหนังได้เลย ซึ่งตั๋วจะมีคิวอาร์โค้ด มีอายุ 1 ปี และเปิดลงทะเบียนได้จนกว่าตั๋วจะหมด แล้วนี้คือเเคมเปญใหม่ของทางบริษัท ส่วนคำถามว่า แคมเปญที่เขียนว่า “รถถูกงัด หรือ ถอยชน” มีคนแจ้ง หรือโทรต่อว่าบ้างหรือไม่ ซึ่งกลับได้รับคำตอบว่า มีบ้าง แต่จะแจ้งทางการตลาดให้รับทราบ เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงต่อไป ซึ่งเจตนาของบริษัทเพียงแค่ต้องการเซอร์ไพรส์พร้อมเชิญชวนให้ลงทะเบียน เพื่อเป็นการขอโทษ ด้วยการมอบตั๋วหนังให้ โดยจะบอกว่าไม่มีเงื่อนไขเลยก็ไม่ใช่

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม

ด้าน นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่าการกระทำเช่นนี้ ถือว่าไม่ผิดกฎหมาย เนื่องจากไม่ได้ทำให้เกิดความเดือดร้อนเกินสมควร แต่เป็นเรื่องของมารยาททางสังคม หากถามว่าผิดกฎหมายอาญา เรื่องทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน รำคาญใจหรือไม่ ตนคิดว่ายังไม่ถึงขนาดนั้น เนื่องจากทรัพย์สินไม่ได้มีความเสียหาย เพราะเจตนาเป็นการโฆษณาแต่วิธีการอาจะแผลงไปเท่านั้น ส่วนเรื่องการละเมิดสิทธิ ตนมองว่ายังไม่กระทบสิทธิ์ การกระทำเช่นนี้ เหมือนเอาจดหมายไปแปะหน้าบ้านเพียงเท่านั้น ซึ่งกฎหมายในปัจจุบันยังไปไม่ถึง ยังไม่สามารถเอาผิดผู้กระทำได้ แต่หากผู้เสียหายตกใจ ถึงขั้นทำให้เกิดอุบัติเหตุ ในส่วนนี้สามารถฟ้องละเมิดทางแพ่งมาตรา 420 ได้

 

 

keyboard_arrow_up