ตอผุดอีก! อดีตโคโยตี้สังกัด ‘ป๋าเกิด’ แฉถูกให้แก้ผ้าโชว์-จับหน้าอก โชคดีไม่โดน ‘เทสต์งาน’

อดีตโคโยตี้ป๋าเกิดเล่าชีวิตความเป็นอยู่ในช่วงที่ทำงานด้วย พร้อมยืนยันว่าสิ่งที่ “ป๋าเกิด” ให้สัมภาษณ์กับอมรินทร์ทีวีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ไม่เป็นความจริง

ความคืบหน้ากรณีที่โมเดลลิ่งแห่งหนึ่งซึ่งมีบ้านพักในซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 มีคลิปหลุดตบหน้าเด็กในสังกัด โดยอ้างว่าทำผิดกฎที่ตั้งไว้ ซึ่งเรื่องราวก็ถูกเปิดเผยออกมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งพบว่าโมเดลลิ่งที่ปรากฏภาพในคลิปเกี่ยวข้องกับโมเดลลิ่งของนายเกิด ซึ่งมีการเอ่ยถึงเรื่องการค้าประเวณี และเด็กในสังกัดถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยคนที่เป็นนายจ้างนั้น

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 60 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับน้องเอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี โดยเธอเล่าว่า เธอทำงานที่โมเดลลิ่งป๋าเกิดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตอนนั้นอายุเพียง 17 ปี เห็นประกาศรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต จึงลองไปสมัครดู เพราะต้องหาเงินมาเลี้ยงลูก โดยเธอนั้นถูกนายเกิดจับต้องตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะหน้าอก และก็ถูกเปิดเสื้อดูด้วย พร้อมกับถูกถามว่า ชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ และ “หน้าอกไซส์ไหน” ซึ่งน้องเอ บอกว่า ตกใจกับสิ่งที่นายเกิดทำเหมือนกัน แต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่เธอไม่ถูก “เทสต์งาน” คือนอนกับนายจ้างเหมือนคนอื่นๆ เพราะเธอเลือกพักที่บ้านตัวเอง ไม่พักบ้านเช่าของโมเดลลิ่ง

น้องเอ ยืนยันว่า เด็กที่สังกัดโมเดลลิ่งป๋าเกิดส่วนใหญ่จะถูกเทสต์งานเกือบหมด ส่วนตัวเคยเจอเด็กอายุ 14-15 ปี คนหนึ่ง ถูกเรียกไปเทสต์งานต่อหน้าต่อหน้า และหายไปกับนายจ้างบนชั้น 2 ของบ้าน ซึ่งบางคนก็จะถูกชักจูงโดยเอาโทรศัพท์ไอโฟนมาล่อ

ส่วนกรณีอายุที่ไม่ถึงตามเกณฑ์กฎหมายกำหนดนั้น น้องเอ บอกว่า ป๋าเกิดกล่าวเพียงว่าไม่ต้องกังวล เดี๋ยวช่วยเอง พร้อมกับนำบัตรประชาชนของคนอื่นที่ทำงานในโมเดลลิ่งมาก่อนหน้านี้ให้เธอใช้ ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาใกล้เคียงกับเธอ พร้อมกับกำชับว่า “ท่องชื่อ ที่อยู่ และวันเดือนปีเกิดให้แม่น หากตำรวจเข้ามาตรวจ” แต่หากถูกถามเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ก็ต้องเพียงว่า “เลขเยอะจำไม่ได้”

นอกจากนี้เด็กที่พักในบ้านเช่าโมเดลลิ่งมักจะถูกซ่อม และหักค่าตัว หากไม่ทำงาน ตอนนั้นน้องเอก็ถูกหักค่าตัว ถูกเบี้ยวค่าจ้างรวม 3 สัปดาห์ ซึ่งพอไปถามก็ได้คำตอบว่า “ได้ทิปเยอะแล้ว เงินค่าจ้างไม่ต้องหรอก ใช้เงินตรงนั้นไป” น้องเอ ยอมรับว่า “เสียความรู้สึกมาก” กับคำพูดแบบนั้น เพราะตั้งใจมาทำงานหาเงิน ทำงานเหนื่อยเพราะต้องเต้นตั้งแต่ 20.00-03.00 น. สลับกับวิ่งมาหาค่านั่งดริงค์จากแขกอีก เจอคำพูดแบบนี้เธอถึงกับ “ท้อมาก”

ส่วนจุดแตกหักที่ทำให้เธอถอยออกมาจากอาชีพนี้ คือ เริ่มมีปัญหากับเด็กในโมเดลลิ่งเดียวกัน เพราะแค่มองหน้าและไม่ถูกชะตา ซึ่งส่วนตัวเคยเจอเหตุการณ์ที่เด็กอายุเพียง 15 ปี ในโมเดลลิ่งมีปัญหากันและยกพวกรุมตบ 10 ต่อ 1 จนอีกฝ่ายหน้าบวม ต้องหามเข้าโรงพยาบาล ที่สำคัญคือเคยมีคนรุมตบและยกพวกไปรุมโทรม เธอจึงไม่อยากมีปัญหาและยอมออกมาจากที่ตรงนั้น

น้องเอ ยังกล่าวถึงคลิปที่มีการแชร์ในเพจชื่อดัง (Social Hunter) ว่าค่อนข้างตกใจ เพราะแม้ส่วนตัวจะเคยเห็นนินิว หรือนางพรรณวรท ควบคุม ในซอยนานาที่เคยไปทำงานเจอกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะลงโทษกันหนักขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีกฎกติกาเหมือนที่เป็นข่าว มีแค่หักค่าตัว สายนาทีละ 5 – 10 บาท และหากไม่ยอมเต้นก็หักฟลอร์ละ 100 บาท

อย่างไรก็ตาม แม้คนจะมองว่าอาชีพทำงานกลางคืนจะได้เงินเร็ว และจำนวนมากๆ แต่ความจริงโหดร้ายมากเหมือนกัน หากมีตัวเพียงลำพัง ไม่มีพรรคพวก เพราะอันตรายรอบด้าน ต้องคอยระแวงว่าวันนี้จะถูกทำร้ายแบบไหน จะมีเงินเหลือกลับบ้านหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้วนเวียนในหัวเธอมานานนับ 7 เดือน ที่สำคัญหากเป็นโมเดลลิ่งนายจ้างผู้ชายก็ต้องกังวลว่าจะถูกข่มขืนไหม ซึ่งก็อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ส่วนการที่นายเกิดออกมาให้สัมภาษณ์อมรินทร์ทีวีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา น้องเอ บอกว่า เป็นการโกหก ไม่ได้พูดความจริง เพราะที่ผ่านเจอมากับตัวแล้วว่าสังกัดโมเดลลิ่งนี้ต้องเจออะไร และยังมีเด็กผู้หญิงถูกข่มขืน ล่วงละเมิด รวมถึงทอมในสังกัดก็ถูกล่วงละเมิด จนมีท้องมาแล้วด้วย และบางครั้งก็ให้ทอมขึ้นเต้นเป็นโคโยตี้ด้วย หากวันนั้นคนไม่พอลงร้าน

น้องเอ ก็ยังฝากแนะนำไปยังเยาวชนที่อยากทำงานกลางคืนว่า ให้คิดให้ดีๆ เพราะอาชีพนี้ได้เงินเร็วและเยอะจริง แต่ไม่มีความสุข ลองหางายอื่นทำจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาระแวงทั้งเรื่องความปลอดภัยและรายได้ว่าจะคุ้มไหมในแต่ละวัน

keyboard_arrow_up