รุมโทรม 30 ปีก่อนไม่มีจริง! พาพิสูจน์จุดพบรักสยบข่าวลือ-ชาวบ้านเครียด ขอไม่พูดอะไรอีก (คลิป)

วันนี้ (12ก.ย.60) บรรยากาศที่บ้านเกาะแรด หมู่ที่ 6 ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ยังคงเงียบเหงา โดยศาลาริมหาดของหมู่บ้านไม่มีชาวบ้านออกมานั่งพูดคุยกันเหมือนเคย และบ้านส่วนใหญ่ปิดเงียบ

ชาวบ้านรายหนึ่งเปิดเผยว่า ที่เป็นแบบนี้ เพราะกลัวโดนฟ้องร้อง หากพูดพาดพิงถึงอีกฝ่าย แม้ว่าข้อมูลนั้นจะเป็นความจริงก็ตาม เพราะไม่มีหลักฐานและไม่ได้ถ่ายคลิปอะไรไว้ เพียงแต่เห็นด้วยตาเท่านั่น พูดไปใครก็ไม่เชื่อ ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อเห็นพฤติกรรมอะไรที่ไม่ดี ก็ไม่ยุ่ง คิดเสียว่าเป็นเรื่องของครอบครัวเขา

ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์กับชาวบ้านในชุมชนเกาะแรด

ชาวบ้านรายนี้ยอมรับว่า ขณะนี้คนส่วนใหญ่รู้สึกอึดอัด เหมือนน้ำท่วมปาก ไม่พูดก็ไม่ได้ พูดมากก็ไม่ได้ สงสารชาวบ้านคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้ทำการทำงาน บางวันถึงกับกินข้าวไม่ลง

ขณะที่ชาวบ้านตำบลใกล้เคียงหลายคนรู้สึกกลัว จนไม่กล้าเข้ามาหาหาปลาหาหอยในพื้นที่เหมือนเก่า บางคนก็พูดล้อ กลายเป็นเรื่องสนุกปากว่าอยู่ในกลุ่ม 40 คนด้วยหรือเปล่า ซึ่งเมื่อพยายามอธิบายไปก็ไม่มีใครเชื่อ ซึ่งก่อนหน้านี้ชาวบ้านเกาะแรดต่างพากันบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อขอให้เรื่องจบลงโดยเร็ว บางคนคิดว่าอาจจะเป็นเคราะห์กรรมร่วมกัน

นายชานนท์ อับดุลล่าห์ ประธานมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต

ขณะที่ นายชานนท์ อับดุลล่าห์ ประธานมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต บอกว่า ขณะนี้คดีถือว่ามีความคืบหน้าไปมาก ทำให้ครอบครัวเด็กสบายใจขึ้น และเชื่อว่าจะได้รับความเป็นธรรม ส่วนการที่ศาลจังหวัดพังงาได้อนุญาตให้มีการปล่อยตัวผู้ต้องหาชั่วคราว 7 รายแล้วนั้น ตนก็สงสัยเช่นกันว่าทำไมจึงมีการอนุญาตให้ประกันตัวได้ง่ายๆ แต่ก็ไม่ก้าวล่วงอำนาจของศาล เป็นดุลยพินิจของศาล ส่วนประเด็นที่มีบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าครอบครัวของเด็กกุเรื่องขึ้นมาหรือไม่ นายชานนท์บอกว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นอันดับต้นๆ ที่มูลนิธิและทีมสหวิชาชีพให้ความสำคัญ แต่จากการสอบปากคำ ซึ่งแยกห้องสอบทีละคน ไม่ว่าทีมสหวิชาชีพจะพยายามหลอกล่อ เปลี่ยนคำถามที่วกไปวนมาอย่างไร แต่ทุกคนพูดตรงกัน ถามกี่ครั้ง ก็เหมือนเดิมทุกครั้ง และที่สังคมสงสัยว่าพ่อเลี้ยง มีการล่วงละเมิดทางเพศลูกเลี้ยงเองหรือไม่นั้น ทีมสหวิชาชีพก็ได้ตรวจสอบตั้งแต่แรก ก็ไม่พบหลักฐานหรือความเชื่อมโยงใดๆ เพราะจากการที่ดูแลน้องและครอบครัว ก็ปล่อยให้ครอบครัวใช้ชีวิตกันตามปกติ โดยที่มีทีมคอยสังเกตอยู่ห่างๆ ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่น่ารัก ขยันทำมาหากิน แต่อย่างไรก็ตามมูลนิธิก็ไม่ได้ตัดประเด็นในเรื่องนี้ทิ้ง หากพบหลักฐานเช่นนั้นจริง ก็ต้องดำเนินคดี จะไม่ช่วยปกปิดอย่างแน่นอน เพราะการทำงานของมูลนิธิจะยึดหลักตามศาสนา เน้นความถูกต้องและความยุติธรรม

นายมนิต อินทวงษ์

ส่วนกรณีพี่สาวของพ่อเลี้ยง เปิดเผยเรื่องราวว่า คนในหมู่บ้านเคยถูกรุมโทรมมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อ 30 ปีก่อน นายมนิต อินทวงษ์ เป็นคนใกล้ชิดกับครอบครัวของเด็กผู้หญิงที่ถูกกล่าวหาว่าโดนรุมโทรมเมื่อ 30 ปีก่อน เล่าว่า เด็กผู้หญิงคนนั้น คือลูกสาวของเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเคยทำงานให้กับนายจ้างเดียวกัน ทำให้รู้จักคุ้นเคยกับครอบครัวนี้เป็นอย่างดี โดยเรื่องการรุมโทรมเมื่อ 30 ปีก่อน น่าจะเป็นการเข้าใจผิดของใครบางคน เนื่องจากข้อเท็จจริง คืนหนึ่งมีงานแต่งงานในหมู่บ้านเกาะแรด และลูกสาวของเพื่อนคนนี้ได้ไปช่วยในงานแต่งด้วย แต่ปรากฎว่าคืนนั้นเด็กผู้หญิงคนนี้ก็หายตัวไปไม่ได้กลับบ้าน

พอรุ่งเช้า พ่อแม่ของเด็กหญิงคนนี้ก็มาบอกนายจ้างให้ช่วยเหลือ ซึ่งนายจ้างเป็นคนมาบอกให้ตนไปช่วยดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตนจึงบอกให้พ่อของเด็กหญิงคนนี้ไปแจ้งความไว้ก่อน จากนั้นตนก็ไปถามไถ่คนในหมู่บ้าน จนกระทั่งรู้ว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นหนีไปกับใคร เมื่อพบตัวจึงให้พ่อแม่ทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุยกัน ซึ่งญาติต่างเข้าใจกันดี ทราบว่าเด็กรักใคร่กันอยู่ จึงให้แต่งงานกันให้ถูกต้องตามประเพณี และได้มีการไปถอนแจ้งความในภายหลัง

สภาพอดีตพื้นที่บ้านในปัจจุบันของผู้ที่บอกว่าเคยโดนรุมโทรมเมื่อ 30 ปีที่แล้ว

นายมนิต ยังพาทีมข่าวไปดูพื้นที่ซึ่งเคยเป็นที่พักของครอบครัวนี้ ซึ่งในอดีตเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูงอยู่ริมทะเลในหมู่บ้านเกาะแรด แต่ปัจจุบันมีการเทปูนปรับปรุงเป็นที่พักผ่อน ซึ่งหลังจากครอบครัวนั้นได้ย้ายออกไปจากพื้นที่ และนายจ้างได้สั่งรื้อบ้านดังกล่าวไปสร้างใหม่ ห่างจากจุดเดิมประมาณ 300 เมตร และมีคนอื่นมาอยู่อาศัยแล้ว

ทั้งนี้ ปัจจุบันตนไม่ทราบว่าเด็กผู้หญิงดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เพราะว่าตั้งแต่ย้ายถิ่นฐานไปก็ยังไม่เคยติดต่อกันอีกเลย แต่หากมีชีวิตอยู่ก็คงอายุมากกว่า 50 ปีแล้ว ยืนยันว่าไม่เคยมีการรุมโทรม ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ครอบครัวนี้คงไม่ยอม นายจ้างตนก็คงไม่ยอมเพราะเป็นคนมีชื่อเสียงในจังหวัด ตนไม่ทราบจุดประสงค์ของคนพูด แต่ในฐานะเป็นคนที่รู้เรื่องทั้งหมดก็อยู่นิ่งไม่ได้ อยากให้ทุกคนได้รู้ความจริง เพราะบ้านเกาะแรดเสียชื่อเสียงมามากแล้ว

keyboard_arrow_up