พ่อเลี้ยง ปัดจับอกลูก โวยชาวบ้านมั่ว ให้ข่าวนั่งทางในแจ้งจับแก๊งรุมโทรมเด็ก 14 (คลิป)

ขณะที่ นายชานนท์ อับดุลล่าห์ ประธานมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต พา พ่อเลี้ยงของเด็กหญิงวัย 14 ปี เข้าแจ้งความที่ สภ.สาคู จ.ภูเก็ต เพื่อแจ้งความเอาผิดชาวบ้านประมาณ 3 คน ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่าตนนั้นมีอะไรกับลูกเลี้ยง และกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศ โดยพ่อเลี้ยงได้ให้สัมภาษณ์ก่อนที่จะเข้าไปแจ้งความว่า ตนยืนยันว่าสิ่งที่ชาวบ้านกล่าวหานั้นไม่เป็นความจริง ตนไม่เคยทำอะไรที่เกินกว่าความเป็นพ่อ ไม่เคยหอมแก้ม ไม่เคยจับหน้าอก ไม่เคยจับอวัยวะเพศ ใครไปเห็นมาที่ไหน ถ้ามีหลักฐานให้เอามายืนยัน ตนไม่เคยทำแน่นอน

ส่วนประเด็นที่ชาวบ้านระบุว่า เวลาที่ตนออกไปกรีดยาง มักจะพากันออกไปหมดทั้งครอบครัว ไม่เคยทิ้งลูกสาวไว้ที่บ้าน พ่อเลี้ยงบอกว่าทิ้งไว้อยู่หลายครั้ง ไม่ได้พาไปด้วยทุกครั้ง เพราะมีพี่สาวอยู่บ้านติดกัน จึงกล้าทิ้งลูกไว้ แล้วตนไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกถูกข่มขืน ถ้ารู้ก็คงไม่ปล่อยให้อยู่บ้าน จนผู้ร้ายสามารถเข้ามาข่มขืนลูกได้อีกหลายครั้ง เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พอน้องโดนข่มขืนไปแล้ว พ่อไม่เคยสังเกตุเห็นอาการความผิดปกติของลูกเลยหรือ จึงมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พ่อเลี้ยงบอกว่าลูกไม่ได้บอกอะไร แต่เห็นว่ามีอาการป่วย นอนซม ถามว่าเป็นอะไรก็บอกว่าปวดหัว ตนยินดีให้เจ้าหน้าที่เอาเครื่องจับเท็จมาพิสูจน์ว่าสิ่งที่ตนพูดทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริง และไม่เข้าใจว่าเหตุใดชาวบ้านจึงมาใส่ร้ายตนแบบนั้น ส่วนที่บอกว่าอาบน้ำให้กันนั้น ก็มีจริง หลังจากกลับมาจากทะเล แต่ก็แค่ล้างตัว ไม่ได้ไปถูสบู่ที่หน้าอก หรือโดนอวัยวะเพศลูก

บ้านของเด็ก 14

ขณะที่ พ่อเลี้ยงเด็ก 14 บอกอีกว่า ตนเห็นข่าวแล้วไม่สบายใจ จึงเข้ามาแจ้งความเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตนในวันนี้ เสียใจมากที่ชาวบ้านมากล่าวหา ยอมรับว่าตัวเองป่วย แต่ไม่ได้ถึงกับวิกลจริต และไม่ได้เสพยา พ่อเลี้ยงได้เข้าไปแจ้งความและสอบปากคำ นานกว่า 3 ชั่วโมง ซึ่งมีการนำหลักฐานคือรูปภาพของชาวบ้านที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อในลักษณะกล่าวหาว่าตนนั้นมีความสัมพันธ์กับลูกเลี้ยง หลังจากสอบปากคำเสร็จสิ้น พ่อเลี้ยงมีท่าทีที่ดูอิดโรย และค่อนข้างเครียด ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องที่ชาวบ้านบอกว่าตนนั่งทางในแล้วเห็นคนข่มขืนลูก จึงมาแจ้งความ ก็ไม่เป็นความจริง โดยบอกว่าถ้าตนนั่งทางในแล้วไปแจ้งความจริง ตำรวจจะรับแจ้งความได้อย่างไร

อีกทั้งเรื่องที่ว่าครอบครัวตนออกมาแจ้งความว่ามีอีก 40 คน ข่มขืน เพื่อต้องการเอาเงินค่าเสียหายไปใช้หนี้ก็ไม่เป็นความจริง ทำแบบนี้มันไม่คุ้มกันหรอก

พ่อของเด็ก 14

ส่วนประเด็นการเรียกรับเงินจากครูนั้น พ่อเลี้ยงยอมรับว่ามีการไปแจ้งความจริง เนื่องจากครูตีลูกสาวของตน ตอนนั้นพาลูกไปตรวจร่างกาย มีใบรับรองแพทย์ว่ามีรอยเขียวช้ำจากการใช้มือตีที่หลัง และสุดท้ายก็ถอนแจ้งความไป การที่ไปแจ้งความเพราะไม่อยากให้เด็กคนอื่นถูกกระทำแบบลูกของตน เมื่อถอนแจ้งความก็ไม่ได้เรียกร้องเอาเงินแต่อย่างใด ยืนยันไม่ได้เงินสักบาท ซึ่งในการสัมภาษณ์สังเกตได้ว่าบางช่วงบางตอนพ่อเลี้ยงก็ยืนนิ่ง รู้สึกเหมือนจะร้องไห้ อีกทั้งทีมข่าวยังได้ข้อมูลจากทีมงานมูลนิธิที่พาพ่อเลี้ยงมาแจ้งความว่า ระหว่างเดินทางมา พ่อนั่งอยู่ในรถ และเห็น 1 ใน 3 ผู้ต้องหาแรกกำลังขับรถจักรยานยนต์อยู่ข้างๆ ตนเห็นว่าพ่อเลี้ยงมีอาการมือสั่น และร้องไห้ พยายามกลั้นน้ำตา

keyboard_arrow_up