เหมือนตายทั้งเป็น! ครอบครัวเด็ก 6 เดือน เหยื่อกระบะย้อนศร ‘ยังทำใจไม่ได้’

พ่อ แม่ และครอบครัวของเด็กวัย 6 เดือนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์กระบะของครอบครัว ถูกรถวิ่งย้อนศรพุ่งชนที่จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดใจรับไม่ได้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น พร้อมประณามคู่กรณีที่ทำให้ต้องเสียลูกชายคนเดียวไป

หลังจากที่ได้เกิดเหตุรถยนต์กระบะคันหนึ่ง วิ่งย้อนศรมาด้วยความเร็วก่อนจะพุ่งชนเข้ากับรถยนต์กระบะอีกคันที่วิ่งมาตามทาง เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 6 คนซึ่งในจำนวนนี้ มีเด็กทารกวัยเพียง 6 เดือนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณโค้งสวนแตง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2560 นั้น ล่าสุดที่บริเวณบ้านเลขที่ 84 หมู่ 3 ตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นบ้านของเด็กทารกวัย 6 เดือน ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการจัดพิธีศพขึ้นมา ท่ามกลางความโศกเศร้าของบรรดาครอบครัว ญาติพี่น้อง และคนรู้จักที่เดินทางมาร่วมงาน โดยบรรดาญาติพี่น้องที่ทราบข่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่างต่อว่าคนขับรถยนต์กระบะคู่กรณีที่ขับรถย้อนศรมาด้วยความเร็ว จนทำให้ครอบครัวของผู้อื่นต้องมารับเคราะห์และพบกับความสูญเสียดังกล่าว อีกทั้งครอบครัวของคู่กรณีที่ก่อเหตุเมื่อมาพบกับครอบครัวผู้เสียหายที่โรงพยาบาล ก็ยังพูดจาไม่ดีใส่ แถมหลังเกิดเหตุก็ยังไม่เคยโผล่หน้ามาแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด

นางกมลชนก พันธุ์จันทร์ ซึ่งเป็นแม่ของเด็กที่เสียชีวิตกล่าวทั้งน้ำต่านองหน้าว่า ยังคงรับไม่ได้กับความสูญเสียในครั้งนี้ เพราะลูกชายคนนี้เป็นลูกชายคนแรกที่ทั้งครอบครัวเฝ้ารอมานาน แต่ก็ต้องมาจบชีวิตลงเพราะการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบของคนเพียงคนเดียว

ขณะที่นายพิพัฒน์ พันธุ์จันทร์ ผู้เป็นพ่อของเด็กที่เสียชีวิตและเป็นคนขับรถยนต์กระบะ เล่าเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุว่า วันดังกล่าวเป็นวันสาร์ทจีน ครอบครัวของตนจำนวน 5 คนประกอบด้วย ตนภรรยา ลูก และพ่อแม่ ได้เดินทางไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดชัยนาทโดยใช้รถยนต์กระบะเป็นพาหนะ หลังเยี่ยมญาติเสร็จตนก็ขับรถยนต์กลับบ้านที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังขับรถมาตามทางโค้งโดยใช้ความเร็วไม่มากนักจู่ๆ ก็มีรถยนต์กระบะวิ่งย้อนศรมาด้วยความเร็วและพุ่งชนรถของตนอย่างแรง หลังเกิดเหตุตนพยายามรีบเปิดประตูเพื่อมาช่วยภรรยาและลูกน้อยที่ได้รับบาดเจ็บเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่เมื่อถึงโรงพยาบาลแพทย์ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตลูกชายของตนเอาไว้ได้ จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ครอบครัวของตนต้องมาสูญเสียลูกชายวัยกำลังน่ารัก อีกทั้งคนในครอบครัวก็ต้องมาได้รับบาดเจ็บ ตนจึงอยากเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของตน รวมถึงอยากให้มีการตรวจหาสารเสพติดในตัวของคู่กรณีด้วย เพราะการกระทำของคู่กรณีในครั้งนี้นำความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงมาให้กับครอบครัวของตน ตอนนี้ตนและครอบครัวก็เหมือนตายทั้งเป็นเพราะลูกชายซึ่งเป็นที่รักของทุกคนในครอบครัวต้องมาจากไปเพราะการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบของคนเพียงคนเดียว หากเลือกได้ตนอยากให้คู่กรณีรับโทษสถานหนักที่สุด เหมือนที่มีนักวิชาการเสนอให้มีการเพิ่มบทลงโทษกับผู้ที่ทำผิดกฏจราจรก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก

keyboard_arrow_up