เปิดใจ 3 หนุ่มช้ำรัก ถูกสาวแสบหลอกแต่งงานเชิดสินสอด ชี้โจรใช้เล่ห์หลอกชายว้าเหว่ (คลิป)

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “ตีแผ่” โพสต์เพื่อเตือนภัยผู้ชายว่ามีผู้หญิงหลอกแต่งงานกับผู้ชาย 4 ราย ภายใน 1 เดือน เพื่อเอาเงินสินสอด

วันนี้ (31ส.ค.60) นายรุจ (นามสมมติ) ยอมรับว่าถูกหลอกให้แต่งงานกับน.ส.พร (นามสมมติ) ซึ่งคบหาดูใจกัน เพียง 1 เดือน ก่อนตัดสินใจแต่งงาน โดยทักเข้ามาในกล้องข้อความเฟซบุ๊กคล้ายว่ามาจีบตน จากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์ ก็ตกลงเป็นแฟนกัน จากนั้นอีกเพียง 2 อาทิตย์ น.ส.พร ก็ชวนตนแต่งงาน โดยออกอุบายว่าขณะนั้นฝ่ายสาวทำธุรกิจเกี่ยวกับผลไม้อยู่ และชวนมาทำธุรกิจร่วมกัน แต่ต้องแต่งงานกันก่อน ส่วนตัวทั้งรักและอยากทำธุรกิจ ก็ตัดสินใจจัดงานแต่งที่บ้านเช่าของฝ่ายสาวย่านปทุมธานี โดยฝ่ายหญิงเรียกสินสอด 180,000 บาท พร้อมให้ตนโอนเงินค่าสินสอดให้ก่อนล่วงหน้าจำนวน 80,000 บาท

จากนั้นช่วงของการจัดงานแต่งฝ่ายหญิงเป็นคนจัดการ เตรียมงามทั้งหมด ตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเลย เมื่อถึงวันงาน (23พ.ค.60) มีการจัดโต๊ะจีน 7 โต๊ะ แขกร่วมงานเป็นญาติฝ่ายตนเกือบทั้งหมด ซึ่งฝ่ายหญิงมีเพียงพ่อแม่ หลาน ๆ รวม 5 คน เท่านั้น ส่วนตัวตอนนั้นก็สงสัยแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร

นายรุจ เผยอีกว่า วันจัดงานแต่ง พ่อแม่ตนหิ้วสินสอดมาอีก 100,000 บาท เป็นเงินสด ซึ่งพ่อไปกู้ธนาคารมา โดยฝ่ายหญิงบอกว่าสินสอดเป็นเพียงการเอามาพอทำพิธีเท่านั้น เดี๋ยวหลังจบงานจะคืนให้ เอาไว้ทำทุน ซึ่งตนก็คิดว่าจะเอาไปคืนพ่อเพื่อนำไปใช้หนี้

ภาพวันแต่งงานของคุณพรและนายรุจ (ผู้เสียหาย)

หลังจากวันงานแต่ง เช้าวันรุ่งขึ้นตนก็แยกย้ายกับฝ่ายหญิง โดยตนกลับบ้านเกิดที่เพชรบูรณ์ และฝ่ายหญิงอ้างว่าเดินทางไปติดต่อซื้อผลไม้ที่สวนแถวจังหวัดจันทบุรี ซึ่งตนก็รอรับผลไม้ที่บ้านเพื่อนำไปขายต่อ ซึ่งก็มีรถผลไม้มาจริง และตนนำไปขายต่อ ได้เงินมาก็โอนเงินเข้าบัญชีของฝ่ายหญิง ผ่านไป 1 สัปดาห์ ฝ่ายหญิงกลับมา มาเอารถยนต์ของตนไป โดยบอกว่าจะไปซื้อผลไม้อีก จากนั้นก็ไม่มีการติดต่อกับฝ่ายหญิงอีกเลย นอกจากนี้ฝ่ายหญิงยังเข้าไปขโมยเครื่องปรับอากาศ 3 เครื่อง เครื่องซักผ้า 1 เครื่องจากบ้านเช่าอีก โดยใช้รถของตนเข้าไปขนของ

นายรุจ ระบุว่าขณะนี้ตนรู้สึกแย่ เพราะเสียทั้งเงิน ทั้งรถ ทั้งความรู้สึก ยอมรับว่าหญิงรายนี้หลอกลวงเป็นขบวนการและแนบเนียน เพราะตนมาทราบทีหลังว่า ก่อนหน้าจะมาแต่งงานกับตนในบ้านเช่าหลังเดียวกัน เมื่อวันที่ 5 พ.ค.60 หญิงรายนี้ก็เคยแต่งงานมาก่อนแล้ว

ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์นายแมน

ขณะที่นายแมน (นามสมมติ) ยอมรับด้วยว่าเป็นผู้เสียหายที่ถูกหญิงรายนี้หลอกลวงด้วยเช่นกัน สูญสินสอดกว่า 5 แสนบาท แต่ยังไม่ทันได้แต่งงานแต่อย่างใด เผยว่า ตนเริ่มคุยกับหญิงรายนี้ประมาณ ช่วงก.ย.59 ผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งตนเห็นหญิงรายนี้ลงรูปทำงานเกี่ยวกับการรับซื้อผลไม้ตามฤดูกาล ตนจึงไปกดไลก์รูปภาพ จากนั้นหญิงรายนี้ก็ทักเฟซบุ๊กมาว่า “ขอบคุณที่เข้ามากดไลค์” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้คุยกัน

ระหว่างที่คุยกัน หญิงรายนี้บอกเสมอว่าทำธุรกิจรับซื้อผลไม้ ซึ่งเคยเป็นข้าราชการ แต่รายได้ธุรกิจดีกว่าจึงลาออกมา จากนั้นวันที่ 24 ต.ค.59 ได้นัดเจอกับหญิงรายนี้เป็นครั้งแรกที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยชวนกันไปทำบุญ ตอนนั้นยอมรับว่ารู้สึกดีกับหญิงรายนี้มากขึ้น

หลังจากนั้นชวนตนนำเงินไปลงทุนธุรกิจ ซึ่งก็พูดประมาณว่าถ้ามีเงินสัก 1-2แสนบาท ก็มาลงทุนร่วมกัน ซึ่งหญิงรายนี้ก็จะมาพูดว่าทำธุรกิจกับเธอได้กำไร 2-3 เท่า พร้อมส่งภาพถ่ายสวนผลไม้มาให้ดูตลอด เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตอนนั้นตนตัดสินใจนำรถยนต์เข้าไฟแนนซ์ ได้เงินมา 180,000 บาท

ภาพที่นายแมนถ่ายกับคุณพร ในวันลองชุดแต่งงาน

หลังจากนั้นน.ส.พรเริ่มเอ่ยปากว่า ถ้าคบกันแล้วก็อยากจะแต่งงานทันที ส่วนตัวตอนนั้นก็คิดว่าร่วมลงทุนกันแล้ว จึงตัดสินใจวางแผนเรื่องงานแต่งงาน ซึ่งกำหนดไว้วันที่ 6 ม.ค.60 ทำให้ช่วงธ.ค.59 ตนได้กดเงินสดให้หญิงรายนี้อีก 160,000 บาท เป็นเงินลงทุน แต่เมื่อถึงวันก็ไม่ได้แต่ง เพราะเงินค่าสินสอดตนยังไม่ครบ ตอนนั้นฝ่ายหญิงเรียกสินสอดจำนวน 200,000 บาท ทองคำหนัก 3 บาท ตอนนั้นก็มีการนัดไปคุยกับพ่อแม่ฝ่ายหญิง ก็ตกลงเลื่อนออกไปช่วงเดือน ก.พ.60 แต่ยังไม่กำหนดวัน

จากนั้นช่วงปลายเดือน ม.ค.60 ตนตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อมาทำธุรกิจกับหญิงรายนี้ และโอนเงินค่าสินสอดจำนวน 180,000 บาท ไปให้อีก ต่อมาประมาณเดือนก.พ. หญิงรายนี้อ้างว่าไปดูดวงมา บอกดวงไม่ดี จึงเลื่อนงานแต่งออกไปอีก

จนกระทั่งช่วงเดือนมิ.ย. โทรศัพท์ของตนพัง ทำให้ได้คุยกันน้อยลง จนกระทั่งญาติตนมาสืบทราบว่าช่วงที่คบกับตน หญิงรายนี้ไปแต่งงานกับชายคนอื่น ก็ทำให้ตัวเองรู้ตัวว่าถูกหลอกแล้ว ยอมรับว่ารู้สึกแย่ เงินเก็บทั้งชีวิตต้องหมดลง จึงอยากได้เงินคืน

เช่นเดียวกับ นายโอ (นามสมมติ) รู้จักกับน.ส.พร หญิงรายเดียวกันผ่านทางเฟซบุ๊ก เมื่อเดือนธ.ค. ปีที่ผ่านมา โดยฝ่ายหญิง มักจะพูดโอ้อวดว่ารวย มีธุรกิจขายส่งผลไม้ที่ตลาดไท อยากหาผู้ชายมาช่วยสร้างครอบครัวและร่วมธุรกิจค้าขายผลไม้ จนกระทั่งเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายหญิงเดินทางมาหาที่ห้องพัก จ.ชลบุรี และยอมรับว่ามีอะไรกัน ในคืนนั้น หลังจากนั้นฝ่ายหญิง เริ่มคุยเรื่องแต่งงาน โดยเรียกเงินค่าสินสอด 300,000บาท ซึ่งผู้เสียหายยอมรับว่า ที่ตัดสินใจแต่งงานด้วย เพราะอยากให้ครอบครัวสุขสบาย จึงไปขอยืมเงินพี่สาว โดยพี่สาวได้ไปกู้เงินธนาคารมา 200,000 บาท ขาดเงินอีก 100,000 บาท ตนจึงนำรถไปขาย พร้อมซื้อทอง 4 บาท เป็นสินสอด

ผู้เสียหายยอมรับว่า ได้จัดงานแต่งงานไปเมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่หลังจากแต่งงานได้เพียง 1 วัน ฝ่ายหญิงบอกให้ตนเองรีบกลับไปปลูกกล้วยที่บ้านเกิด จ.อุบลราชธานี เพื่อขยายธุรกิจขายผลไม้ที่ตลาดไท ผ่านไปไม่กี่วันมีผู้ชายทักมาทางเฟซบุ๊กว่า ผู้หญิงรายนี้มีพฤติกรรมหลอกผู้ชายแต่งงาน เพื่อเอาเงินค่าสินสอด ตนเองจึงพยายามติดต่อหาฝ่ายหญิง ซึ่งฝ่ายหญิงก็จะคุยแต่เรื่องธุรกิจอย่างเดียว ตนเองจึงรู้ตัวว่าโดนหลอก

งานแต่งงานของคุณพรและนายโอ

ขณะเดียวกันชายผู้เสียหาย คาดว่าที่ตนเองไปตกหลุมรัก เพราะตนเองเหงา และอาจโดนทำเสน่ห์ เนื่องจากตลอดเวลาที่คุยกัน ตนเองก็จะหลงเชื่อฝ่ายหญิงตลอด เมื่อเลิกรากันก็ได้ไปไหว้พระ ทำพิธีแก้คุณไสย

อย่างไรก็ตาม ได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจไว้แล้ว ยอมรับว่าเสียใจที่มาหลอกกันแบบนี้ มาหลอกคนจนๆ ต้องเสียเงิน 300,000 บาท พี่สาวต้องไปกู้ยืมเงินจากธนาคาร ตนเองต้องเสียรถยนต์ไป แต่ก็ขออโหสิกรรมให้ ปล่อยให้เวรกรรม ตามไปลงโทษหญิงสาวคนดังกล่าว

keyboard_arrow_up