พ่อยันลูก 14 จัดฉากแกล้งทืบเด็ก 1 ขวบร้องไห้ หวังแม่วัย 17 สนใจลูก หมอตรวจแล้วไร้รอยแผล (คลิป)

จากกรณีที่โลกโซเชียลได้มีการแชร์คลิปเด็กชายอายุประมาณ 1 ขวบ ถูกเด็กอายุ 14 ปี ทำร้ายภายในห้องพัก ทั้งตบหน้า ถีบที่ลำตัวจนร้องไห้ พร้อมข่มขู่ว่าให้แม่เด็ก 1 ขวบมารับตัวไป เหตุเกิดใน จ.กำแพงเพชร

ภาพจำลองเหตุการณ์ จากคลิปวิดีโอ

วันที่ 14 ก.พ. 63 พ.ต.อ.ฐมฌ์พงศ์ เพ็ชร์พิรุณ ผกก.สภ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ให้ข้อมูลว่า พนักงานสอบสวน สภ.คลองลาน ได้เรียกนายวิเชียร (สงวนนามสกุล) พ่อของเด็กที่ก่อเหตุ และ ด.ช.เอ อายุ 14 ปี ที่ก่อเหตุมาสอบปากคำ ทราบว่านายวิเชียรเป็นอาของแม่เด็ก 1 ขวบ ซึ่งนำลูกชายมาฝากเลี้ยงไว้ตั้งแต่เกิด เนื่องจากเด็กไม่มีพ่อ และแม่เด็กไปทำงานที่ จ.ชลบุรี และ ด.ช.เอ เป็นคนดูแลน้องวัย 1 ขวบ จึงได้สร้างสถานการณ์ข่มขู่ตามคลิป แต่ไม่ได้ลงมือจริง และส่งคลิปให้แม่ของเด็กดู เพื่อหวังให้แม่เด็กกลับมาดูแลลูกบ้าง แต่อีกฝ่ายเข้าใจผิดคิดว่าเด็กเป็นอันตราย โดยได้ส่งเด็กไปอยู่กับเจ้าหน้าที่ พม. เพื่อดูแลแล้ว

เด็กชายอายุ 14 ปี และพ่อ เข้าให้ปากคำตำรวจ

นางน้อย (นามสมมติ) เพื่อนบ้านของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า นายวิเชียรมีลูกชาย 3 คน โดย ด.ช.เอ ผู้ก่อเหตุ เป็นลูกคนโต มีหน้าที่ดูแลเด็กชายวัย 1 ขวบ ที่ผ่านมาตนสังเกตว่า ด.ช.เอ เป็นเด็กนิสัยดี ดูแลน้องตั้งแต่เกิด เพราะแม่ของน้องหนีไปอยู่ที่ จ.ชลบุรี ไม่เคยส่งเงินมาเลี้ยงดู ซึ่งทุกวันก่อนที่ ด.ช.เอ จะไปโรงเรียน ก็จะพาน้อง 1 ขวบไปฝากคนในหมู่บ้านเลี้ยง จน ด.ช.เอ ต้องไปโรงเรียนสายเกือบทุกวัน เนื่องจากนายวิเชียรออกไปทำงาน ส่วนภรรยาของนายวิเชียรทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ

นางน้อย (นามสมมติ) เพื่อนบ้านของผู้ก่อเหตุ

ที่ผ่านมา ด.ช.เอ ไม่เคยมีพฤติกรรมที่จะทำร้ายน้อง แต่คาดว่าช่วงหลัง ด.ช.เอ ก็อาจจะเริ่มเหนื่อยที่ต้องดูแล เนื่องจากน้องก็เริ่มโตและเริ่มดื้อ ยอมรับว่ารู้สึกตกใจกับการกระทำของ ด.ช.เอ แต่ตนคิดว่า ด.ช.เอ และนายวิเชียรน่าจะดูแลเด็ก 1 ขวบ ได้ดีกว่าแม่แท้ ๆ ของเขา

นายวิเชียร (สงวนนามสกุล) พ่อของผู้ก่อเหตุ

ด้าน นายวิเชียร (สงวนนามสกุล) พ่อของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า หลังเกิดเรื่อง ตนถามลูกชายแล้ว เจ้าตัวยอมรับว่าถ่ายคลิปเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 63 ทำไปเพราะต้องการสร้างสถานการณ์ และหลอกให้แม่ของเด็กกลับมาดูแลลูกบ้าง ยืนยันได้ว่าไม่มีเหตุความรุนแรง เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาได้ส่งตัวหลาน 1 ขวบ ไปให้หมอตรวจก็ไม่พบอาการบาดเจ็บ

ทั้งนี้ แม้ว่าแม่ของหลานจะกลับมา ตนก็จะเป็นคนที่เลี้ยงดูเด็กต่อไป เพราะตนมองว่าแม่ของหลานไม่มีความสามารถจะเลี้ยงลูกได้ เนื่องจากอายุแค่ 17 ปี และไม่มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่ง ยอมรับว่าการเลี้ยงเด็กค่อนข้างลำบาก เพราะตนเป็นโรคหัวใจ ความดันและเบาหวาน ต้องให้ลูกชายช่วยเลี้ยงในตอนเช้า

keyboard_arrow_up