นอนคุกคืนแรก ‘สรยุทธ’ เครียด ขออ่านหนังสือธรรมะ ทนายเผยจะรีบขอประกันตัวรอบ 2 โดยเร็วที่สุด (คลิป)

หลังจากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 13 ปี 4 เดือน นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง และกรรมการผู้จัดการบริษัทไร่ส้ม จำเลยในคดียักยอกเงินค่าโฆษณา ช่อง 9 อสมท. จำนวนกว่า 138 ล้านบาท และศาลยกคำร้องการขอประกันตัว ทำให้ต้องถูกคุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพนั้น

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 60 ตั้งแต่ช่วงเช้ามีบรรดาคนสนิทเดินทางเข้าเยี่ยมนายสรยุทธ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เป็นทีมงานเลขาส่วนตัวของนายสรยุทธ แต่ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใดๆ ขณะที่นายมนต์อนันต์ เรืองจรัส ทนายความเดินทางมาถึงในเวลาประมาณ 09.00 น. ให้ข้อมูลเพียงสั้นๆ ว่า ขอเข้าไปเยี่ยมนายสรยุทธก่อน ส่วนการยื่นประกันตัวในครั้งที่ 2 ระหว่างรอฎีกา อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ด้านนายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า หลังจากทางเรือนจำรับตัวนายสรยุทธ แล้วได้ทำการตรวจร่างกาย พร้อมทำประวัติผู้ต้องขังใหม่ ซึ่งจากการตรวจร่างกายพบว่า นายสรยุทธ มีภาวะความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง รวมถึงมีความเครียด และวิตกกังวล ซึ่งเป็นธรรมดาของผู้ต้องขังใหม่ แต่เชื่อว่าจะปรับตัวได้ ยังไม่ถึงขั้นต้องให้นักจิตวิทยาดูแล หรือให้ยาแก้เครียด

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาได้จัดให้นายสรยุทธ นอนรวมกับผู้ต้องขังรายอื่นๆ ในห้องแรกรับห้องที่ 11 ซึ่งในนั้นก็มีผู้ต้องขังที่เป็นนักการเมืองรวมอยู่ด้วย ก่อนนอนนายสรยุทธ มีการขอหนังสือธรรมะไปอ่าน และนอนหลับไปช่วงประมาณเที่ยงคืน โดยยังไม่มีการร้องขออะไรเป็นพิเศษ ส่วนเมื่อเช้าก็ยังยิ้มแย้มแจ่มใส ระหว่างเข้าร่วมกิจกรรมประจำวัน ร่วมกับผู้ต้องขังรายอื่นๆ

ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เผยด้วยว่าในส่วนของการแยกแดน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 15 วัน จึงจะพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง สำหรับการเข้าเยี่ยม ทนายสามารถเข้าเยี่ยมได้ตลอดเวลา ในเวลาราชการ ขณะที่ญาติ จะเข้าเยี่ยมได้วันละ 1 รอบ ไม่เกิน 10 คน รอบละ 15 นาที แต่เบื้องต้นนายสรยุทธยังไม่ได้แจ้งรายชื่อญาติทั้ง 10 คน เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงอนุโลมให้เข้าเยี่ยมทั้งหมด ทั้งนี้การดูแลก็ไม่ได้ดูแลเป็นพิเศษ ยกเว้นในกรณีมีปัญหาก็จะดูตามความเหมาะสมอีกครั้ง

ต่อมานายมนต์อนันต์ เรืองจรัส ทนายความ ได้ให้สัมภาษณ์ หลังเข้าเยี่ยมนายสรยุทธ โดยบอกว่า นายสรยุทธได้มีการปรึกษาเรื่องการต่อสู้คดี และการประกันตัวครั้งที่ 2 ซึ่งการประกันตัวอยู่ระหว่างการร่างคำร้อง เตรียมยื่นฎีกา โดยจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ภายใน 30 วันหลังมีคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์

นอกจากนี้ ทีมทนายความอยู่ระหว่างการอ่านและศึกษาคำพิพากษาอย่างละเอียด ซึ่งก่อนหน้านี้ ศาลวินิจฉัยว่า เป็นคดีที่มีข้อจำกัดในการประกันตัว การยื่นฎีกาจึงต้องพิจารณาในเรื่องประเด็นปัญหาและข้อเท็จจริง ที่จะให้ศาลวินิจฉัย จึงต้องเตรียมเรื่องคำร้องการฎีกาและการรับรองประเด็นปัญหาต่างๆ ที่จะให้ศาลฎีกาวินิจฉัยให้ละเอียดที่สุด

ทั้งนี้นายสรยุทธ ไม่ได้สั่งการเรื่องอื่นๆ เป็นพิเศษ โดยระหว่างการเข้าไปพูดคุยกับนายสรยุทธ ไม่ได้พบกับญาติ หรือ ทีมงานของนายสรยุทธ เนื่องจากเข้าเยี่ยมคนละช่วงเวลา

keyboard_arrow_up