นักธุรกิจปัด อัดคลิปขู่สาวร่วมรัก ยันแค่นัดกินข้าว-เหยื่องัดหลักฐานเด็ดสู้โดนขืนใจ (คลิป)

หลังจากที่เฟซบุ๊กเพจ Social Hunter เปิดเผยเรื่องราวของหญิงสาวรายหนึ่งระบุว่า ถูกชายนักธุรกิจรายหนึ่งถ่ายคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์ร่วมกัน และขู่หญิงสาวรายนี้ให้มามีเพศสัมพันธ์ด้วยด้วยกันอีก หากไม่ยอมจะนำคลิปไปเผยแพร่ ซึ่งในโพสต์ดังกล่าวได้เปิดเผยใบหน้าของนักธุรกิจชายรายนั้นด้วย

ล่าสุด วันนี้ (29 ส.ค. 60) นายไพวัลย์ คนแข็ง นักธุรกิจรายดังกล่าว เปิดเผยว่ารู้จัก น.ส.พลอย (นามสมมติ) ผ่านเฟซบุ๊กกลุ่มไซด์ไลน์ เมื่อประมาณวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยคุยกันผ่านสื่อโซเชียลและตกลงกันว่าจะส่งเสียเดือนละ 20,000 – 25,000 บาท จากนั้นจึงนัดทานข้าวกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในวันที่ 25 ส.ค. เมื่อมาถึง น.ส.พลอย อ้างว่า มีความจำเป็นต้องใช้เงินเป็นค่าเทอม เพราะเรียนปี 4 ใกล้จะจบแล้ว อีกทั้งอ้างว่าพ่อไม่สบายจึงขอเพิ่มค่าเลี้ยงดูเป็น 35,000 – 40,000 บาท ซึ่งตนคิดว่าไม่โอเค หลังจากทานข้าวเสร็จจึงพา น.ส.พลอยไปส่งที่ป้ายรถเมล์ และให้เงินไป 2,000 บาท โดยยังไม่มีอะไรเกินเลยกัน

นายไพวัลย์ คนแข็ง นักธุรกิจรายดังกล่าว

หลังจากนั้น ตนก็วุ่นวายอยู่กับงาน จึงไม่ได้ติดต่อกับน.ส.พลอย ซึ่งโทรศัพท์เครื่องที่เคยใช้ติดต่อกัน ตนก็ปิดเครื่องทิ้งไว้ที่บ้าน ไม่ได้เอาออกมาใช้เลย จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา(28 ส.ค.) น.ส.พลอยได้แอดไลน์มาหาตนในโทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่ง โดยบอกว่าอยากเจอ และเปิดบทสนทนาว่าขอให้ลบคลิป ซึ่งตนไม่ได้เอะใจ คิดว่าเป็นการพูดเล่นพูดแหย่ เพราะยืนยันว่ายังไม่ได้มีอะไรกัน จะบอกให้มาลบคลิปที่ไม่มีอยู่จริงก็เป็นไปไม่ได้ โดยตนก็คุยเล่นกลับไป ไม่ทันคิดว่าจะกลายเป็นประเด็นที่ทำให้คนเข้าใจผิดในภายหลัง

นายไพวัลย์ เล่าต่อว่า น.ส.พลอยนัดเจอตนประมาณตี 5 วันนี้ และบอกตนว่า “จะขอใส่ถุงนะ” ตนเข้าใจตามประสาผู้ชายว่าจะมีอะไรกัน ซึ่งน.ส.พลอยให้ตนเป็นคนเลือกสถานที่ หลังจากนั้นจึงนัดเจอที่โรงแรมแห่งหนึ่งและบอก น.ส.พลอยไปว่าจะเป็นคนเตรียมถุงยางไปเอง ระหว่างตนเดินทางไปโรงแรม น.ส.พลอยก็ส่งข้อความมาบอกว่า ขอไม่เอาเงินก็ได้ ขอให้จบเรื่องกันไป ตอนนั้นตนก็ยังไม่เอะใจ เมื่อไปถึงโรงแรม กลายเป็นว่ามีตำรวจเข้ามาขอค้นรถตนว่า มีอาวุธปืนหรือยาเสพติดไหม ก่อนจะถูกพาตัวไปที่สน.ลาดกระบัง เจ้าหน้าที่ระบุว่าเชิญตนมาให้ข้อมูลว่าซื้อบริการหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปีหรือไม่

ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์นายไพวัลย์ นักธุรกิจ

หลังจากนั้น น.ส.พลอยก็เข้ามาที่ สน. และได้พูดคุยกันจนเข้าใจแล้วว่าคลิปไม่ได้มีอยู่จริง เป็นการเข้าใจผิดของฝ่ายหญิง ก่อนจะแยกย้ายกันออกมาโดยไม่มีการแจ้งความ จากนั้นไม่กี่ชั่วโมงเพจSocial Hunter ได้นำเรื่องของตนไปโพสต์จนเกิดประเด็นบนโซเชียล ขณะที่ตนถูกค้นรถที่โรงแรม จนกระทั่งไปที่โรงพัก มีแอดมินเพจดังกล่าวติดตามไปด้วย จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นการร่วมกันวางแผนไว้ก่อนแล้ว

ขณะที่ นายไพวัลย์ ยืนยันว่าตนไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับน.ส.พลอย ดังนั้นจะมีการถ่ายคลิปเพื่อข่มขู่ หรือมีการบังคับทำร้ายร่างกายจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ โดยนายไพวัลย์ ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การกระทำทั้งหมดอาจจะมีการเชื่อมโยงกับกลุ่มที่เสียผลประโยชน์เรื่องธุรกิจส่งออกน้ำตาล ตามที่เคยมีการฟ้องร้องไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านซึ่งเพจดังกล่าวเคยนำเสนอเรื่องราวใส่ร้ายตนมาหลายครั้งแล้วด้วย ขณะนี้ได้รับความเสียหายทางธุรกิจต่อเนื่องมาตั้งแต่เรื่องโกงเงินมัดจำส่งออกน้ำตาล ส่วนข้อมูลที่นำไปลงเพจวันนี้ก็ไม่เป็นความจริง ทั้งที่เพจอยู่ในเหตุการณ์ขณะตำรวจค้น และเจรจากับน.ส.พลอยด้วย จึงได้ปรึกษากับทนายความของบริษัทแล้วว่าจะฟ้องร้องเพจ ส่วน น.ส.พลอยนั้น ตนเห็นว่ายังเรียนอยู่จึงไม่อยากเอาเรื่องต่อ เพราะตอนนี้ตนกับน.ส.พลอย ต่างก็มีความผิดด้วยกันทั้งคู่ คือ น.ส.พลอยค้าประเวณี ส่วนตนเป็นคนซื้อประเวณี อย่างไรก็ตาม น.ส.พลอยน่าจะเป็นฝ่ายที่เสียหายมากกว่า ซึ่งตนก็เห็นใจ แต่ทั้งนี้ หากน.ส.พลอย ยังไปเกี่ยวพันกับเรื่องนี้อีกตนก็จะฟ้องร้องเอาผิดด้วยเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์น.ส.พลอย(นามสมมติ) หนึ่งในผู้เสียหาย

ขณะที่ น.ส.พลอย(นามสมมติ) หนึ่งในผู้เสียหายจากกรณีนี้ มีอาชีพเป็นนักศึกษา เผยว่า ตนมีการติดต่อผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กหนึ่งที่เป็นตัวกลางการประสานระหว่างตนกับชายผู้ก่อเหตุ โดยตอนนั้นตนมีความจำเป็นต้องใช้เงินเร่งด่วน จึงตัดสินใจหางานลักษณะนี้ โดยการเป็นเพื่อนเที่ยว เพื่อนกินข้าวเท่านั้น จากนั้นเมื่อแฟนเพจคนกลางหาคนให้แล้ว ก็มีการนัดเจอกันเพื่อทำความรู้จักพูดคุย ซึ่งตนแสดงเจตนาว่าขอไปเจอตามห้างสรรพสินค้า แต่ทางคนกลางแจ้งกับตนมาว่า ให้ไปเจอที่ออฟฟิศของชายรายนี้ โดยรับประกันความปลอดภัยว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นตนก็ยอมตกลงไปตามนัด ประมาณ 18.00 น. ที่ย่านลาดกระบัง

ข้อความที่นางสาวพลอยให้ทางทีมข่าวดู

เมื่อน.ส.พลอยเดินทางไปถึงก็มีการพูดคุยกันตามปกติ จากนั้น ชายรายนี้พยายามขอมีอะไรด้วยโดยไม่สวมถุงยาง ตนพยายามขัดขืนทุกวิถีทาง ตนพยายามร้องเรียกคนช่วยแต่ไม่มีใครได้ยิน เมื่อตนยิ่งขัดขืนเขาก็ยิ่งทำร้ายร่างกาย ทำให้ให้ตนเจ็บตัว ด้วยการตนเข้าที่ศีรษะ จากนั้นเมื่อตนเห็นว่าหมดหนทาง ชายรายนั้นก็พยายามร่วมเพศกับตน แต่สอดใส่อวัยวะเพศได้เพียงไม่มากก็ต้องยุติ เนื่องจากอวัยวะเพศไม่แข็งตัว โดยชายผู้ก่อเหตุบอกตนว่า ตนขัดขืนจนตัวเขาไม่มีอารมณ์ ระบุว่าถือเป็นโชคดีของตน

หลังเหตุการณ์ชายผู้ก่อเหตุ จึงขับรถออกมาส่งตนที่ป้านรถประจำทาง พร้อมให้เงิน 2,000 บาท เมื่อตนกลับมาบ้านตนตัดสินใจลบแชททุกอย่าง และติดต่อกลับไปทางแฟนเพจเฟซบุ๊กเดิม พร้อมนำเรื่องนี้แจ้งให้ทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกับถามทางเพจคนกลางว่า ไหนบอกว่าจะปลอดภัย ทำไมถึงเกิดเหตุลักษณะนี้ จากนั้นคนกลางน่าจะเอาเรื่องนี้ไปคุยกับชายผู้ก่อเหตุ แล้วคนกลางก็มาบอกตนว่า ชายผู้ก่อเหตุแจ้งกับแฟนเพจคนกลางว่า ตนขัดขืน ไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วย ตนจึงบอกไปว่า ตนจะโดนข่มขืนนะ ใครจะยอม นอกจากนี้คนกลางยังบอกว่า ชายรายนี้ต้องการมห้ตนไปขอโทษ ซึ่งตนก็งงว่าตนโดนกระทำชนาดนี้ ยังต้องไปขอโทษอีกหรือ

หลักฐานที่น.ส.พลอย(นามสมมติ) บอกว่าเป็นจุดที่ตนถูกนักธุรกิจล่วงเกิน

น.ส.พลอย(นามสมมติ) เล่าต่อว่า ตนตัดสินใจติดต่อกลับไปที่ชายผู้ก่อเหตุเพื่อขอโทษ โดยการขอไปเลี้ยงข้าวสักมื้อเพื่อไถ่โทษ แต่ชายรายนั้นไม่ยอม และบอกตนว่ามีคลิปขณะที่ตนไปออฟฟิศของเขา พร้อมขู่จะนำออกมาเผยแพร่ ตนก็ขอดู ก็พอเป็นรูปตนจริง เหมือนภาพจากกล้องวงจรปิด เมื่อเป็นเช่นนั้นชายรายนั้นก็ยืนข้อเสนอให้ตน 2 ข้อ คือ 1.ให้ตนทำให้ชายรายนี้พอใจ ให้มีความสุข แล้วจะลบคลิป 2.จะให้ชายรายนี้เก็บคลิปไว้ และมาหาความสุขกับตนซึ่งตนกลัวคลิปหลุดกลัวคนรู้ โดยตอนนั้นยิ่งตนต่อรองเขา ชายรายนี้ก็ยิ่งต่อรองตนเช่น

จนกระทั่งเช้ามืด วันนี้ (29 ส.ค.) ประมาณ 03.00 น. ชายผู้ก่อเหตุให้ตนไปหา หากตนไม่ไปจะเพิ่มอีกเป็นครั้งที่ 2 จากที่ตกลงว่าจะไปหาเพียงครั้งเดียว ตอนนั้นตนไม่มีทางเลือก ตนตัดสินใจตอบตกลงนัดเจอกับชายผู้ก่อเหตุ พร้อมกับติดต่อผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กพร้อมติดต่อตำรวจที่ สภ.ปทุมธานี ให้ไปดักจับชายรายนี้ โดยตนให้นัดไปที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านลาดกระบัง เพราะตนจะไม่ยอมไปที่ออฟฟิตดังกล่าวอีกแล้ว เนื่องจากหากตนร้องให้คนช่วยแทบตายก็ไม่มีใครได้ยิน พอมาประมาณ 5.30 น. ตนเดินทางไปถึงโรงแรมที่นัดหมาย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชายรายนั้นก็มา เมื่อได้เวลาเจ้าหน้าที่ก็เข้าแสดงตัวและพาตัวไปที่ สน.ลาดกระบัง ซึ่งตำรวจก็ได้ไปไกล่เกลี่ยกับชายรายนั้น ซึ่งก็ตนลงยอมความไม่ได้เอาเรื่องอะไร เพราะตนกลัวว่าจะมีคนรู้เรื่อง โดยเฉพาะทางบ้าน

ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์น.ส.พลอย(นามสมมติ) หนึ่งในผู้เสียหาย

น.ส.พลอย (นามสมมติ) ยืนยันตนไม่ได้เสนอขายบริการ ตนเพียงต้องการหางานที่เป็นเพื่อนคุย เพื่อนเที่ยวเท่านั้น เหตุเพียงเพราะตนร้อนเงินเท่านั้น นี่คือครั้งแรกที่ตนไปทำงานแบบนี้ ส่วนตัวไม่อยากให้ใครเป็นเหยื่อแบบนี้อีก

นอกจากนี้ น.ส.พลอย(นามสมมติ) ยังเล่าให้ทีมข่าวฟังต่อว่า ระหว่างที่ตนคุยกับชายรายนี้ เมื่อครั้งแรกที่เข้าไปเจอกัน ชายผู้ก่อเหตุจะอวดอ้างว่าเคยช่วยเหลือเด็กลักษณะนี้ ทั้งส่งไปเรียนต่อ ให้เงินไปเที่ยวไม่ต่ำกว่า 10 คน ซึ่งก็ยิ่งทำให้ตนหลงเชื่อว่าตนจะได้เป็นแบบคนเหล่านั้นบ้าง ยืนยันแน่นอนว่าไม่เกี่ยวกับการขายตัว

ขณะที่ ปราย แอดมินเฟซบุ๊กเพจ Social Hunter ได้ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นหลังผู้เสียหายได้ร้องเรียนทางเพจ และก็ได้รับหลักฐานจึงได้นำมาโพสต์ ส่วนกรณีที่นายไพลวัลย์ คนแข็ง ออกมากล่าวหาว่าทางเพจเป็นผู้อยู่เบื้องหลังโดยวางแผนร่วมกับหญิงสาวที่ร้องเรียน นั้น ไม่เป็นความจริง พร้อมทั้งหากนายไพลวัลย์มีหลักฐานว่าร่วมมือกัน ก็ให้นำออกมาเปิดเผย  ส่วนกล่าวหาว่าโยงกับบริษัทที่เสียผลประโยชน์จากกรณีธุรกิจส่งออกน้ำตาลนั้น ยืนยันไม่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดกระบัง เข้าตรวจค้นรถนายไพลวัลย์ และนำตัวไปที่ สน. ลาดกระบัง แล้วกล่าวหาว่ามีแอดมินเพจ ตามไปด้วยนั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะว่าไม่มีการเดินทางตามไปแต่อย่างใด นอกจากนี้ ปราย กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ ทางเพจยังคงมีหลักฐานที่จะเปิดเผยเกี่ยวกับนายไพลวัลย์อีกเช่นกัน

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Social Hunter

keyboard_arrow_up