หวังปาฏิหาริย์! หนุ่มเผยวิวาห์สาวป่วยหนักใน รพ. รับยังรักแม้เธอไม่รู้สึกตัวแล้ว (คลิป)

จากกรณีที่สังคมออนไลน์ได้แชร์เรื่องราวจากเจ้าของเฟซบุ๊ก Guitra Kotchakorn เป็นภาพงานแต่งงานของคู่รักคู่หนึ่งภายในโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งมีหมอและพยาบาลร่วมเป็นสักขีพยาน โดยฝ่ายหญิงนอนอยู่บนเตียงป่วยเป็นมะเร็งปากมด ลูกระยะสุดท้าย พร้อมกับระบุข้อความอวยพรให้ทั้งสองคนรักกันให้มาก ๆ ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งภายหลังเรื่องราวได้ถูกแชร์ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาให้กำลังใจและชื่นชมความรักของทั้งคู่ อีกทั้งขอให้เกิดปาฏิหาริย์ให้ฝ่ายหญิงหายจากอาการป่วยในเร็ววัน

นายสุริยา เมตตา หรือ “หนึ่ง”

ล่าสุด วันนี้ (28 ส.ค. 60) นายสุริยา เมตตา หรือ “หนึ่ง” อายุ 31 ปี ชายหนุ่มที่ได้จัดงานแต่งงานให้กับนางสาวเพ็ญรดี แซ่ว่าง หรือ “ฝน” อายุ 35 ปี เปิดเผยว่า ตนพาแฟนสาวมารักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นระยะเวลาเกือบ 1 เดือน โดยวันแรกที่เข้ามารักษาแตกต่างกับวันนี้เป็นอย่างมาก เพราะตอนแรกแฟนสาวมีอาการปวดหลัง และยังปวดขาจนไม่สามารถเดินได้ ทางทีมแพทย์จึงต้องฉีดยาระงับอาการปวด เมื่อแพทย์ได้ตรวจดูอาการเบื้องต้นประมาณ 1 สัปดาห์ ปรากฏว่าน่าจะมีก้อนเนื้อร้ายอยู่บริเวณช่วงใต้เอวลามไปถึงก้นกบ จึงได้เจาะก้อนเนื้อบริเวณดังกล่าวไปตรวจให้ละเอียดอีกครั้ง จากนั้นผ่านไป 2 สัปดาห์ ทางแพทย์ได้นัดให้มาฟังผลตรวจ พบว่า แฟนสาวป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก เนื้อร้ายได้ลุกลามไปทั่วร่างกาย แต่แพทย์ยังไม่ได้ระบุว่าอยู่ในขั้นไหน ซึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

นายสุริยา เล่าอีกว่า เมื่อทราบว่าแฟนสาวป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ทางแพทย์ได้แจ้งว่าต้องรักษากันวันต่อวัน เพราะร่างกายของแฟนอ่อนเพลียและไม่แข็งแรง อีกทั้งเชื้อมะเร็งได้แพร่กระจายไปทั่วร่างกาย ซึ่งไม่สามารถผ่าตัดไม่ได้ แล้วก็ไม่มีทางรักษา ทำได้เพียงแค่ยื้อชีวิตให้ได้นานที่สุด โดยการใช้ยาฉีดระงับอาการปวดวันต่อวัน (มอร์ฟีน) แต่ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แฟนสาวมีอาการดีขึ้น แต่แฟนสาวไม่มีท่าทีสื่อสารกับตน แต่ก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าแฟนต้องการอะไรหรือไม่ แต่ละวันต้องเสียเลือดเยอะและอุจจาระเป็นเลือดร่วมด้วย บางครั้งอาจจะถึงขั้นช็อกได้

นายสุริยา เมตตา หรือ “หนึ่ง” ที่แต่งงานกับนางสาวเพ็ญรดี แซ่ว่าง หรือ “ฝน”

นอกจากนี้ การรักษาอาการของแฟนสาวที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย มีการรักษาแบบไม่มีระยะเวลากำหนด ก่อนหน้านี้แฟนสาวเป็นคนเงียบๆ มีสาระ สุขุมนุ่มลึก และเป็นคนวางแผนในอนาคต เพราะเคยวางแผนว่าภายใน 2 ปี จะแต่งงาน ซึ่งได้ซื้อบ้านเอาไว้ไม่ถึง 1 ปี ก็ต้องมาเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ จึงอยากวอนขอปาฏิหาริย์ เสาะแสวงให้ตนหายารักษาแฟนสาวให้หายป่วย โดยตนคิดว่าอยากจะพาแฟนสาวกลับไปอยู่ที่บ้านในจังหวัดจันทบุรี แต่แพทย์บอกว่าถ้ากลับไปรักษาตัวที่บ้าน แฟนจะจากไปเร็วกว่าเดิม จึงตัดสินใจให้แฟนสาวรักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดีกว่า โดยแต่ละครั้งเมื่อมองหน้าแฟนสาวรู้สึกว่าอยากจะร้องไห้ทุกที แต่พักหลังต้องทำใจ เพื่อทำให้แฟนสาวที่นอนป่วยแข็งแรงขึ้น เหมือนกับตนที่พยายามแข็งแรงให้แฟนสาวเห็น ช่วงนี้ตนคอยดูแลแฟนสาวอย่างใกล้ชิด รวมถึงทางญาติๆของครอบครัวแฟนสาวก็จะพลัดกันมาเฝ้ามาเยี่ยมบ้าง ขณะที่ในอนาคตตนเคยให้คำมั่นสัญญากันเอาไว้ว่าจะช่วยกันเก็บเงินกันสักก้อน เพื่อไปอยู่บ้านที่จังหวัดจันทบุรี ไปทำไร่ ปลูกผักกัน แต่มันคงเป็นไปไม่ได้แล้ว

นายสุริยา กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนไม่คิดจะฟ้องร้องเรื่องคดีความที่เคยไปตรวจที่โรงพยาบาลในจังหวัดจันทบุรีแล้วแพทย์ตรวจว่าเป็นกระดูกทับเส้น เพราะตอนนี้ตนก็ไม่ได้หวังอะไรมาก พร้อมกับขอบคุณทุกกำลังใจที่แต่ละคนได้ส่งรายละเอียดการรักษาให้ตน เพื่อนำไปช่วยแฟนสาว ขอบคุณมากจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าแฟนสาวจะมีชีวิตอยู่บนโลกได้นานเท่าไหร่ เพราะทุกวันนี้แฟนสาวนอนอยู่บนเตียงเหมือนอยู่รอเวลาที่จะไป

keyboard_arrow_up