แม่เด็กเผยยังไม่ได้คำขอโทษ ย่ามือตบเอือมบอกหลานมีเรื่องบ่อย (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “โต้ง ธนวินท์ สุขจิตร์” โพสต์คลิปเหตุการณ์นักเรียนหญิงใช้กำลังตบตีเพื่อนจนหน้าช้ำ เหตุเกิดที่โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านคลอง 2 ปทุมธานี แม่ของเด็กที่ถูกทำร้ายเมื่อเห็นคลิปถึงกับช็อก เพราะเคยถามลูกว่าหน้าไปโดนอะไรมา เด็กกลับไม่กล้าพูดความจริง บอกแต่เพียงว่าเดินชนประตู วอนโรงเรียนและผู้ปกครองของนักเรียนที่ก่อเหตุออกมาแสดงความรับผิดชอบ

ล่าสุดวันนี้ (22 พ.ย.) คุณชมพูนุท ณ พัทลุง ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ พูดคุยกับนางดวงเดือน โชติช่วง อายุ 37 ปี แม่ของน้องฝ้าย เด็กหญิงวัย 14 ปีผู้เสียหาย บอกว่า เมื่อวานนี้ (21 พ.ย.)เห็นคลิปลูกสาวโดนตบแล้ว จึงเข้ามาพบครูที่โรงเรียน ทางโรงเรียนได้เรียกเด็กหญิงที่ก่อเหตุ พร้อมตามพ่อผู้ก่อเหตุมาพูด

แม่เด็กถูกตบจี้คู่กรณีรับผิดชอบ

ตนพยายามสอบถามแต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้พูดหรืออธิบายใดๆ ให้ตนฟัง รวมถึงไม่ได้เอ่ยคำขอโทษออกมาแม้แต่คำเดียว แต่ตนก็เห็นว่าเป็นเด็กนักเรียนและลูกสาวก็บอกตนว่าเป็นเพื่อนกัน ตนจึงเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น แต่หลังจากที่เห็นคลิปตัวเต็ม พบว่าลูกถูกกระทำอย่างรุนแรง ทั้งกระชากผม และเตะที่บริเวณหน้า ซึ่งตนเห็นภาพแล้วสะเทือนใจมาก จึงอยากให้อีกฝ่ายเข้ามาพูดคุยกับตนอีกรอบเพื่อแสดงความรับผิดชอบ

ลูกสาวยืนยันว่าเกิดจากเรื่องที่หมึกลบคำผิดติดกระเป๋าลูกสาว แล้วเกิดการสอบถามกันจนเกิดเหตุดังกล่าว ไม่ได้มีเรื่องอื่นๆ โดยตนสอบถามลูกสาวว่าเคยเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้หรือไม่ ซึ่งลูกสาวระบุว่าเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรกเท่านั้น

วันนี้ แม้ลูกสาวจะเดินทางไปเรียนตามปกติ แต่ยังอยู่ในอาการหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังไม่คิดที่จะให้ลูกย้ายโรงเรียน

แม่เด็กถูกตบจี้คู่กรณีรับผิดชอบ

จากนั้นทีมข่าวได้พูดคุยกับนางพร ย่าของเด็กหญิงผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง บอกว่า ไม่ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นเพราะอยู่แต่ในบ้าน โดยวันนี้ทางโรงเรียนก็โทรศัพท์มาตามลูกชายของตนซึ่งเป็นพ่อผู้ก่อเหตุแต่ตนไม่ทราบว่าลูกชายหายไปไหน ไม่สามารถติดต่อได้

ย่าของนักเรียนหญิงมือตบ

ส่วนหลานสาวของตนก็หายไปไม่กลับมานอนที่บ้านตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยไม่ได้บอกว่าหายไปไหน ส่วนตัวคิดว่าอาจจะไปนอนบ้านเพื่อนอีกสักพักคงกลับมาเอง

ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนไม่อยากรับรู้แล้ว เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเหตุการณ์ลักษณะทะเลาะวิวาทของหลานสาวมาบ่อยครั้ง ซึ่งตนก็พยายามสั่งสอน ตักเตือนแต่หลานไม่เชื่อฟัง จนเดือดร้อนคนในบ้าน ตอนนี้จึงได้แต่ปล่อยไป คิดว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

keyboard_arrow_up