“ธนบดี” โผล่แล้ว แจงข้อหาลวงโลก เตือนเหยื่อผู้หญิง “ถ้าผมแฉคุณนั่นแหละจะเสียหาย” (คลิป)

จากกรณี นายธนบดี จิตตา อายุ 21 ปี นักธุรกิจเต็นท์รถมือสอง ที่ก่อเหตุต้มตุ๋นผู้เสียหายเกี่ยวกับการซื้อขายรถยนต์ ไม่มีเล่ม รวมถึงก่อเหตุลักทรัพย์ และยังถูกออกหมายจับ จนมีผู้เสียหายออกมาเปิดเผยตัวตนผ่านสื่อเพื่อให้นายธนบดีถูกดำเนินคดีและชดใช้กับสิ่งที่เกิดขึ้น

ล่าสุด วันนี้ (21 ส.ค.) นายธนบดี จิตตา หรือ บีม เปิดเผยกับทีมข่าว ว่า ขณะนี้ตนอยู่ต่างประเทศ และได้ติดตามข่าวอยู่บ้าง ซึ่งข่าวดังกล่าวไม่ใช่ความจริง ซึ่งขณะนี้เรื่องดังกล่าวเป็นกระแสสังคม ตนจึงไม่ได้ใส่ใจ และขณะนี้ตนได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินการ ส่วนคำถามว่าตนจะมีการชี้แจงหรือไม่ ตอนนี้มองว่าในเมื่อกระแสข่าวไม่ใช่ความจริง ตนจึงไม่ขอสนใจ เพราะหากออกไปพูด ก็จะกลายเป็นเถียงไม่ทัน แต่การนำเสนอหลายประเด็นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อาทิ เรื่องบ้านพัก ที่ข่าวนำเสนอว่าเป็นบ้านพักรถไฟ บ้านของหลวง ไม่ใช่สลัมแต่อย่างใด อีกทั้งตนก็ไม่ได้พักอาศัยที่นั่นนานแล้ว

นายธนบดี เล่าต่อว่า ตนเติบโตจากบ้านของอากับแม่ ทั้งนี้ในส่วนคดีความที่เกิดขึ้นก็จบหมดแล้ว เข้าสู่กระบวนการของกฎหมายทั้งหมดตนขอยืนยันว่า กรณีการขายรถตนเป็นเพียงนายหน้าเท่านั้น เพราะเจ้าของคือเจ้าของผับย่านรัชดา โดยมาขอให้ตนช่วยขายให้เท่านั้น

ข้อความที่นายธนบดีชี้แจงถึงประเด็นต่างๆ

นอกจากนี้ ทีมข่าวได้ถามถึง กรณี หนึ่งในผู้เสียหาย คือ อีฟ (นามสมมติ) ที่ซื้อรถเบนซ์ผ่านตน พร้อมระบุว่าเสียค่าโจ๊ก 1 ถุง 750,000 บาท นั้น นายธนบดี กล่าวไม่เป็นความจริงเลย หลักฐานตรงนี้ตนมีแต่ถ้าเอาออกมาจะทำให้ผู้หญิงอาย ตนเป็นลูกผู้ชายพอ ไม่ประจานผู้หญิง

อย่างไรก็ตาม เรื่องการอ้างคุณชัช เตาปูน ขอยืนยันว่า ตั้งแต่คุณชัชเคยเรียกพบ ก็ไม่เคยอ้าง คุณชัชอีกเลย เพราะไม่ได้รู้จักกัน อีกทั้งคุณชัชเคยไปบอกตนกับแม่แล้วว่า อย่าแอบอ้างอีก ซึ่งตนก็ไม่กล้าแอบอ้างแน่นอน ส่วนเฟซบุ๊กก็โพสต์แต่เรื่องรถ และใช้ชื่อ นามสกุลจริงของตัวเอง และหลังเกิดเรื่องนี้ขึ้น ตนก็ยังไม่ได้คุยกับคุณชัชเลย เพราะคิดว่าเขาคงไม่ฟังอยู่แล้ว

นายธนบดี ยอมรับว่า เคยคุยกับ คุณยิป ผู้เสียหายจริง แต่ได้ขอโทษพร้อมชดใช้ไปแล้ว คดีก็สิ้นสุดแล้ว แต่หลังจากที่หลายคนออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันหมดว่าตนแอบอ้าง ตอนนี้ยอมรับว่าทำให้ตนลำบากใจ ซึ่งไลน์ที่นำมาเปิดเผยนั้น ตนก็ไม่ได้ใช้ไลน์ดังกล่าว จากการติดตามข่าวนี้ ตอนนี้ตนจิตใจแย่มากๆ รวมถึงประเด็นว่าตนทำงานในวงการเต็นท์รถ 14 ปี นั้น ก็ไม่ใช่ ความจริงคือ ตนเริ่มทำงานด้วยตัวเองมาตั้งแต่อายุ 14 ปี ส่วนประเด็นผู้หญิงที่นัดไปเที่ยวอัมพวา ตนเป็นแฟนกัน แต่ต้องรีบกลับมาหาแฟนอีกคน แต่ของที่ติดมาด้วย ตนก็คืนให้หมดแล้ว โดยการแชทเฟซบุ๊กคุยกันก็ยังอยู่ และทุกคนไม่เคยทักหาใครก่อน แต่เขาทักหาตนเอง และไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีตนก็ไม่เคยลบข้อความเลย

ทั้งนี้ นายธนบดี ยังกล่าวถึงคดีที่ สน.มีนบุรี ว่าเป็นรถของคนชื่อคิว เป็น ทหารราบ 11 เขาส่งมาให้ตน ตนก็ขายตาม แต่ตนไม่เคยบอกว่ามีเล่มเลยสักนิด โดยตนเจอแต่เรื่องเลวร้ายตลอด เป็นคนโดนอยู่ฝ่ายเดียว ตนจึงได้เลิกขายรถหลุดจำนำมานานแล้ว แต่หลานสาวของเขา ได้มาให้ช่วยหา ตนก็หาให้ แต่ลุงเขาไม่พอใจว่า รถเป็นป้ายต่างจังหวัด ซึ่งตรงนี้ไปถามหลานสาวของเขาเอง

ข้อความที่นายธนบดีชี้แจงเรื่องคุณเก่งลายพราง

ส่วนคดีกับคนที่อุ้มตนแจ้งตนว่ายักยอกฉ้อโกง ที่จริงตนรับซื้อถูกต้อง แต่เขาไม่พอใจเพราะตนเอาไปขายได้ราคาเยอะกว่า ตรงนี้ตนมีหลักฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และพยานก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พหลโยธิน และตำรวจนายนี้ ก็ได้ถูกผู้ใหญ่มีสีกดดันทำคดีเป็นอาญา แต่ที่จริงแล้วเขาทำไม่ได้ ซึ่งตนโดนกลั่นแกล้งตลอด ไม่เคยโกงขนาดนั้น มีแต่ได้ราคามาและบวกเพิ่มส่วนต่างคือของตน

ส่วนเขารวมตัวกันออกมาพูดนั้น เขาคิดว่าตนไม่มีอะไรสู้ได้ แต่ตนได้เซฟรูปในอีเมล์ ในไอคราวน์ซัมซุงตลอดแล้วจะรู้ว่าตนมีหลักฐาน แต่ขอใช้กระบวนการกฎหมายต่อสู้ ส่วนตัวเชื่อว่า หากคนที่รู้จักตนจริงจะรู้ว่าตนเป็นคนนิสัยอย่างไร เพราะตนเป็นคนที่แคร์คนที่รัก และเป็นห่วงตนทั้งนี้ ตนก็เข้าใจว่าสังคมเสพข่าว แต่ไม่คิดบวกลบข้อเท็จจริง

อย่างไรก็ตาม นายธนบดี ยังได้กล่าวถึงกรณีของนายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือ เสี่ยโป้ พร้อมด้วยน้องชายว่าตนไม่ขอพูดถึง เพราะไม่ได้เป็นผลต่อชีวิต เพราะคลิปเป็นชั่วโมงแต่ตัดแค่ 3 นาที จึงไม่ทราบความต้องการของเสี่ยโป้ว่าต้องการอะไร

ส่วนรถสีเหลือง ตนไม่ทราบที่มา แต่เจ้าของผับนั้นตนสนิท และขอให้ช่วยขาย เลยขายไป 220,000 บาท เสี่ยโป้ นำไปขายอีก 450,000 บาท คนละราคากัน หากจะให้ไปตามคืนโดยมองว่าเสี่ยโป้นั่นแหละคือคนที่ต้องหาเงินค่ารถคืน ซึ่งตนไม่ได้รับจากเขา เจ้าของผับเป็นคนรับ เขาก็ทราบดีอยู่แล้ว ถ้าตนผิด ก็ให้แจ้งความดำเนินคดีได้เลย ตนพร้อม เพราะเป็นคนไม่หนีปัญหา พร้อมยอมรับและแก้ไข โดยตนเติบโตมา ลองผิดลองถูก ผิดพลาดบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ตนไม่ได้เป็นถึงขนาดที่กำลังพูดถึงกันอยู่ แต่เรื่องนี้ตนบริสุทธิ์ ส่วนเรื่องการโอนเงินก็ขอชี้แจงว่าไม่ใช่บัญชีตนเลยสักครั้ง เป็นบัญชีของเจ้าของผับ

ข้อความที่นายธนบดีชี้แจงเรื่องเน วัดดาว

ส่วนกรณี เน วัดดาว เขาเคยทักมาคุยเรื่องรถ ไม่ได้รู้จักหรือสนิทกัน และไม่เคยรับปากด้วยว่า จะส่งลูกของ เน จนจบปริญญา เพราะไม่เคยคุยกันถึงขั้นนั้น กรณีการปิดเต็นท์รถนั้น ก็เพราะว่าพี่ชายแต่งกาย ไม่อยู่ฮ่องกง จึงปิด และไม่ขอพูดให้เป็นประเด็นอีก โดย นายธนบดี กล่าวว่า หากตนเองโดนแกล้งไม่หยุด ก็จะเอาข้อความแชทจต้นฉบับออกมาสู้ ตนไม่เคยลบแชทหรือไลน์ รูปภาพ ก็บันทึกตลอด จึงไม่กลัวว่าจะทำให้ตนติดคุกได้ หลังจากนี้ ตนขอดำเนินการตามกฎหมาย และก็ขอกลับไปทำงานและเรียนต่อ ไม่อยากยุ่งเกี่ยวหรือเถียงต่อ เพราะถ้าสังคมคิดได้ เขาจะบวกลบ และรู้ว่าใครถูก ใครผิด ได้เอง

นอกจากนี้ นายธนบดี ยังได้กล่าว ขอบคุณ ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ที่ได้ช่วยเหลือตอนที่ตนถูกกระทำ ส่วนอะไรที่ผิดนั้น ท่านไม่ช่วยและไม่ได้ยุ่งเกี่ยว

keyboard_arrow_up