เจ๊เต็นท์รถฉาวขอบิ๊กทหารอภัยปมโกงกรอเลขไมล์ โบ้ยนายหน้าทำ – เหยื่อโผล่พรึ่บแฉแหลก (คลิป)

หลังจาก นางกรรณิกา ไชยปทุม เปิดเผยในรายการต่างคนต่างคิดว่า เป็นผู้เสียหายถูกโกงโดยเต็นท์รถมือสอง ย่านถนนกาญจนาภิเษก เนื่องจากสั่งจองรถอีกคัน แต่กลับได้รถมาอีกคัน เมื่อเรียกเงินมัดจำจำนวน  2,000 บาทคืน เจ้าของเต็นท์กลับไม่คืนให้ พร้อมทั้งยังขู่ว่าหากมีปืน ก็จะเอามายิง โดยผู้เสียหายได้ถ่ายคลิปขณะที่กำลังทะเลาะกับเจ้าของเต็นท์รถไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งภายหลังที่คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ก็มีผู้เสียหายอีกหลายรายออกมาแสดงตัวว่าถูกหลอกเช่นเดียวกัน

นายจิระ วิชัยมงคลกุล ผู้เสียหาย

ล่าสุด วันนี้ (20 ส.ค.) นายจิระ วิชัยมงคลกุล ผู้เสียหาย ซื้อรถจากเต็นท์ดังกล่าว เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2560 ในราคา 239,000 บาท หลังจากนั้น 9 วัน ปรากฏว่ารถเสียไม่สามารถใช้เดินทางได้ ตนจึงไปที่เต็นท์รถเพื่อให้ออกมารับผิดชอบ ทางเต็นท์ก็นำรถตนไปเข้าอู่ 5 วัน จากนั้นเมื่อถึงวันรับรถ ปรากฏว่าที่เต็นท์บอกว่าต้องชำระเงิน 6,400 บาท หากไม่จ่ายจะไม่ให้นำรถออกไปด้วยความเข้าใจว่าหากรถเสียในช่วง 1-2 เดือนแรก ทางเต็นท์ควรที่จะรับผิดชอบโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทางเต็นท์ก็ให้คำตอบว่าจำนวนเงินดังกล่าวเป็นค่าต่อภาษีและพรบ. แต่พรบ.ตนยังไม่หมดอายุ ยิ่งไปกว่านั้นตั้งแต่วันซื้อรถจนถึงปัจจุบัน ตนยังไม่ได้รับเอกสารการต่อพรบ.ปี2561

นายจิระ บอกอีกว่า ส่วนตัวก็ยังอยากได้ เนื่องจากตนเสียเงินไปแล้ว ที่สำคัญก็ยังสงสัยว่าทำไมต่อภาษีพรบ.ราคาสูงกว่า 6,000 บาท

นอกจากนี้ ตอนที่ตนนำรถออกมา ทางเต็นท์ระบุว่า จะเก็บรายละเอียดรถให้ เพราะมีรอยนิดหน่อยแต่เวลาผ่านมาก็ไม่เคยทำให้ แม้ตนไปตามก็ถูกบ่ายเบี่ยง ที่สำคัญตนออกรถมาจนถึงตอนนั้นประมาณ 4 เดือน รถเสียมาแล้ว 3 ครั้ง ทั้งประตูเสีย น้ำมันในห้องโดยสารท่วม ทิ้งรถไปให้กลับไปคำตอบว่าไม่มีอู่ไหนรับซ่อม ส่วนของประตูทางเต็นท์ก็ใช้เพียงลวดเกี่ยวไว้ บอกให้ตนใช้ไปก่อน ตอนนี้จึงเกิดข้อสงสัยว่า ทำไมภาษีพรบ. จึงต่อล่วงหน้าเกินกว่า 3  เดือน และเมื่อต่อแล้วเหตุใดตอนนี้ตนยังไม่ได้เอกสาร

นายนิวัฒน์ หว่างภักดี ผู้เสียหาย

ส่วน นายนิวัฒน์ หว่างภักดี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนถูกยัดเยียดให้ซื้อรถในราคาที่สูงกว่าที่ตกลงไว้ ตอนแรกเมื่อตนไปดูรถก็ได้การแจ้งว่าต้องการได้รถในราคาประมาณ 6 แสนบาท แล้วไปดูรถตามปกติ จากนั้นทางร้านเริ่มพูดให้ตนจองก่อน คล้ายกับผู้เสียหายรายอื่นที่ทำการจองไปโดยที่ยังไม่มีการระบุรถ รุ่นและเลขทะเบียน โดยอ้างว่าลูกค้าจะเลือกรถได้หลายคัน ตอนนั้นตนก็ยอมจองไป 4,000 บาท จากนั้นผ่านไป 2 สัปดาห์ ทางเต็นท์มีการนัดไปคุยเรื่องรถแต่กลับบอกว่าขณะนี้รุ่นที่อยากได้อยู่ที่ราคา 830,000 กับ 890,000 บาท ตนก็มองว่าราคาสูงเกินไป ตนจึงไม่เอาแต่ทางร้านก็ชักชวนไปต่างๆนานาๆ ตนจึงยอมซื้อในราคา 830,000 บาท ตนก็ต้องนำรถคันเก่าของตนมาขายเพื่อมาตีมูลค่าให้รถราคาถูกลง จากนั้นเต็นท์ก็ตีราคารถราคา 140,000 บาท

หลังจากนั้นทางไฟแนนซ์ก็ได้จัดวงเงินให้ที่ 700,000 บาท ทำให้ตนต้องมีเงินเหลือ 14,000 บาท แต่ปรากฏว่ามีการนัดกันมารับรถ ทางเต็นท์กลับเรียกเงินเพิ่มอีก 60,000 บาท โดยที่ตนก็ไม่ทราบว่าเป็นค่าอะไร ตนจึงสอบถามทางเต็นท์ก็บอกว่าเป็นค่าใช้จ่าย ตนก็บอกว่าตนไม่มีราคามันสูงไป ตนจะจ่ายได้อย่างไร ทางเต็นท์ก็ถามกลับว่าตนมีเงินเท่าไร ตนก็บอกว่า 20,000 บาท พร้อมหยิบเงินจากกระเป๋าให้ดู ทางเต็นท์ก็ไม่รีรอหยิบเงินไปจากมือตนทันที ตอนนั้นตนก็รู้สึกงงว่าตกแล้วตัวเองซื้อรถในราคากี่บาท

นายนิวัฒน์ บอกอีกว่า ที่ตนยอมให้ไปเพราคิดว่าจะให้เรื่องจบ เพราะอยากได้รถมาใช้งาน อีกทั้งเกรงใจทางเต็นท์รถ แต่เมื่อเห็นข่าวจึงเดินทางออกมา เนื่องจากคิดว่าเต็นท์ดังกล่าวมีการเอาเปรียบลูกค้ามากเกินไป

ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์เจ้าของเต็นท์รถ

ขณะที่ เจ้าของเต็นท์รถเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2560 มี “นายพล” มาซื้อรถยนต์ Honda Accord สีบรอนเงินในราคาขาย 899,000 บาท โดยซื้อเป็นเงินสด เมื่อใช้รถผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์ก็ได้เอารถไปเข้าศูนย์ แต่ปรากฏว่าพนักงานที่ศูนย์เอาสมุดคู่มือรถไปตรวจสอบพบว่าเลขไมล์ถูกกรอมาประมาณ 50,000 ไมล์ แล้ววิ่งมา150,000 ไมล์แล้ว จากนั้นตนเลยโทรศัพท์ไปหา “นายหน้า” เพื่อให้โทรศัพท์ไปชี้แจงกับ “นายพล” ด้วย ว่าเป็นคนกรอไมล์ เพราะตนไม่รู้เรื่อง แต่จะเป็นคนรับผิดชอบ ตนจึงโทรศัพท์ไปหาท่าน “นายพล”  เพื่อชี้แจงรายละเอียดว่า ตนได้ซื้อรถมาจากนายหน้าขายรถ (พ่อค้าคนกลาง) ที่ซื้อกันเป็นประจำมา ก็ไม่รู้ว่านายหน้าได้แอบไปกรอเลขไมล์ ซึ่งตนก็ได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการให้ท่าน “นายพล” เอารถมาคืน แล้วตนจะคืนเงินให้ แต่หากในระหว่างนี้ถ้าท่าน “นายพล” ยังหาซื้อรถคันอื่นไม่ได้ ก็ให้ใช้รถยนต์คันที่ซื้อไป เอาไปใช้ก่อนได้

หลังจากนั้น ตนพยายามส่งข้อความไลน์ไปหาท่าน แต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับ ซึ่งตนก็อยากฝากขอโทษไปถึงท่าน “นายพล” ด้วย ว่า ตนยอมรับผิดจริงๆ ที่อาจจะสะเพร่าเองที่ไม่ได้ไปเช็ครถเองที่ศูนย์ พร้อมยินดีที่จะรับผิดชอบทุกๆอย่าง และอยากให้ท่าน “นายพล” ให้อภัยและมาเคลียกันดีๆมากกว่าต่อจากนี้ไป ตนจะรอบคอบมากขึ้น ในการนำรถที่เต็นท์ไปตรวจเช็คทุกคัน

สำหรับกรณีผู้เสียหายรายอื่นๆ เจ้าของเต็นท์รถดังกล่าว ก็บอกว่า ความจริงแล้วตนทราบว่ามีเพจแอนตี้ตนตั้งแต่ปี 2556 เกี่ยวกับกลุ่มคนที่ได้รับความเสียหายจากการซื้อรถที่เต็นท์ตน ซึ่งลูกค้าบางคนจากที่ไม่ได้มีปัญหาอะไร แถมคุยกันดีๆด้วยซ้ำ พอมาเสพข่าวพวกนี้มากๆ ก็เกิดวิตกกังวล จนกลายมาเป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบันนี้ตนก็ได้รับผลกระทบมากพอสมควร โดยยอมรับว่าเต็นท์ตนอาจจะมีจุดบกพร่องในบางเรื่อง และก็พร้อมที่จะแก้ไขในส่วนที่ผิดอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องของการฉีกใบจองรถของนางกรรณิกา ตนก็ชี้แจงว่า วันนั้นนางกรรณิกามาหาตนที่เต็นท์รถ พร้อมกับตำรวจสายตรวจนายหนึ่ง แล้วตนก็เลยโทรศัพท์ไปที่ สน.หลักสอง เพื่อขอคุยกับร้อยเวร ไม่อยากให้เรื่องบานปลาย อยากจะให้เรื่องมันจบ ก็ได้นัดหมายให้ไปคุยกันที่โรงพัก แต่พอเดินกลับมา ก็เห็นว่านางกรรณิกา ได้ถ่ายคลิปโวยวายว่าตน “โกง” จึงทนไม่ไหวเลยฉีกใบจองทิ้ง ยอมรับว่ารู้สึกโมโห ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ประกอบกับเป็นคนพูดเองว่า “ถ้ามีปืนยิงแล้ว ทำแบบนี้” ก็อยากขอโทษ ที่ทำไปเพราะรู้สึกตนโดนประจาน แต่ตนไม่ได้จะทำแบบนั้นจริงๆ

keyboard_arrow_up