เจ๊เต็นท์รถจอมฉาว ปัดโกงลูกค้า ย้อนเจ็บขาย 10 ปี มีคนด่าแค่สิบ – เหยื่อโผล่แฉอีก (คลิป)

หลังจาก นางกรรณิกา ไชยปทุม เปิดเผยในรายการต่างคนต่างคิดว่า เป็นผู้เสียหายถูกโกงโดยเต็นท์รถมือสอง ย่านถนนกาญจนาภิเษก เนื่องจากสั่งจองรถอีกคัน แต่กลับได้รถมาอีกคัน เมื่อเรียกเงินมัดจำจำนวน 2,000 บาทคืน เจ้าของเต็นท์กลับไม่คืนให้ พร้อมทั้งยังขู่ว่าหากมีปืน ก็จะเอามายิง โดยผู้เสียหายได้ถ่ายคลิปขณะที่กำลังทะเลาะกับเจ้าของเต็นท์รถไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งภายหลังที่คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ก็มีผู้เสียหายอีกหลายรายออกมาแสดงตัวว่าถูกหลอกเช่นเดียวกัน (อ่าน: แฉคลิป! เต็นท์รถมือสองฉาว ขู่ยิงทิ้งสาวโวยคืนค่ามัดจำ – เหยื่อโผล่อื้อ ไม่เว้นแม้ พล.อ.)

นางกรรณิกา ไชยปทุม ผู้เสียหาย

ล่าสุด เจ้าของเต็นท์รถดังกล่าว ยอมรับว่ารู้สึกเครียดกับข่าวที่เกิดขึ้น พร้อมชี้แจงว่าลูกค้าที่ชื่อกรรณิกา เข้ามาที่เต็นท์ในวันที่ 23 ก.ค. โดยระบุว่าต้องการซื้อรถเครื่องยนต์เบนซิน ในราคาไม่เกิน 6 แสนบาท ตนจึงพาเดินดูรถเครื่องยนต์เบนซิน 3 คัน ซึ่งใน 3 คันนี้ไม่มีรถทะเบียน 2664 อย่างที่เขาให้ข้อมูลกับสื่อ เพราะรถเลขทะเบียน 2664 เป็นเครื่องยนต์ดีเซลและมีราคาเกิน 6 แสนบาท ไม่ตรงกับคุณสมบัติที่ลูกค้าต้องการ

เจ้าของเต็นท์รถ (นั่งหันหลัง)

แต่ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่มีการพูดคุยซื้อขายระหว่างกัน ตั้งแต่วันที่ลูกค้าจ่ายเงินค่ามัดจำเพื่อดำเนินการจัดไฟแนนซ์ จนกระทั่งก่อนวันรับรถ ยืนยันว่าไม่ได้มีการพูดถึงเลขทะเบียนรถเลย ส่วนกรณีที่ลูกค้าอ้างว่าได้ถ่ายภาพรถทะเบียน 2664 ว่าเป็นคันที่จอง เจ้าของเต็นท์ชี้แจงว่า ลูกค้าไปถ่ายของเขาเอง ตนไม่ได้รับรู้ด้วย และอาจเป็นการเข้าใจผิดของลูกค้า เพราะรถคันที่ตนขายให้มีลักษณะภายนอกเหมือนกัน แต่ต่างกันที่เครื่องยนต์ และรถสองคันนี้ได้จอดอยู่ข้างกัน

ส่วนภาพที่ปรากฎในคลิปว่าตนขู่ลูกค้าว่า ถ้ามีปืนก็จะเอามายิง เจ้าของเต็นท์ยอมรับว่าเกิดจากอารมณ์โมโห เพราะลูกค้าได้เข้ามาถ่ายคลิปตน พร้อมโวยวาย เดินเข้าไปหาลูกค้าที่กำลังเลือกรถอยู่แล้วบอกว่า “อย่าซื้อนะ มันโกง” และยืนยันด้วยว่า รถทะเบียน 2664 ยังจอดอยู่ที่เต็นท์ ไม่ได้ขายให้ใคร จึงไม่ใช่ข้ออ้างที่จะไม่ขายรถคันดังกล่าวให้เขา ดังที่ถูกกล่าวอ้าง

“ขอความเป็นธรรมให้พี่ด้วย พี่เปิดเต็นท์มาเป็น 10 ปี มีผู้เสียหาย 30 คนที่ไม่ได้รับเงินมัดจำคืน ถ้าให้ความร่วมมือกับเต็นท์เต็มที่และอยากจะซื้อจริง ๆ เต็นท์ต้องเห็นใจและคืนเงินให้ทั้งหมดแน่นอน แต่ทุกกรณีที่ไม่ได้เงินคืน มันต้องมาจากสาเหตุที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะซื้อแล้ว” เจ้าของเต็นท์รถกล่าว

นางจุรีย์ สอทอง ผู้เสียหาย

อย่างไรก็ตาม วันนี้ นางจุรีย์ สอทอง เปิดเผยกับทีมข่าวว่าเป็นหนึ่งในผู้เสียหายจากเต็นท์รถดังกล่าวด้วยเช่นกัน นางจุรีย์เล่าว่า ได้ออกรถที่เต็นท์ดังกล่าวเมื่อปี 2559 โดยวางเงินจอง 10,000 บาท โดยไม่ได้ระบุรุ่นรถ เลขทะเบียนในใบจอง จากนั้นวันรุ่งขึ้นได้เข้าไปชำระเงินดาวน์ 300,000 บาท จากราคาเต็ม 960,000 บาท โดยเต็นท์รถระบุว่า เงินดาวด์นี้รวมเงินประกันด้วย 20,000 บาท ทำให้วงเงินที่จัดไฟแนนซ์จะอยู่ที่ 280,000 บาท แต่เมื่อมีการจัดไฟแนนซ์แล้วเสร็จ ปรากฎยอดจัดไฟแนนซ์ซึ่งต้องอยู่ที่ราคา 680,000 บาท ตนกลับได้จัดไฟแนนซ์ในราคา 700,000 บาท ทำให้เงินดาวน์ตนหายไป 20,000 บาท ตนจึงกลับไปทวงถาม และได้คำตอบว่า 20,000 บาทคือค่าดำเนินการ ซึ่งตนก็รู้สึกงง เนื่องจากว่าไม่ได้มีการระบุไว้ตั้งแต่แรกว่ามีค่าดำเนินการด้วย

ทั้งนี้ เมื่อทวงถาม ปรากฎว่าหญิงที่เป็นเจ้าของเต็นท์กลับโวยวาย ด่าตนว่าพูดไม่รู้เรื่อง และไล่ให้ออกไป ทำให้เสียความรู้สึกเป็นอย่างมาก

หลังจากนั้น มีหนังสือส่งมาจากบริษัทไฟแนนซ์ส่งมาหา โดยมีการลงชื่อตนและสามีด้วยลายมือ ซึ่งนางจุรีย์ยืนยันว่าไม่เคยเซ็นชื่อในหนังสือดังกล่าว ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เต็นท์รถดังกล่าวกับบริษัทไฟแนนซ์มีส่วนรู้เห็นเป็นใจกันหรือไม่

keyboard_arrow_up