เปิดปากแก๊งปล้นปาดคอชาวฟินแลนด์ หวังเงิน – พ่อสุดช้ำทั้งลูก-น้องชายเป็นโจร (คลิป)

ความคืบหน้ากรณี คนร้ายบุกเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ในต.มะม่วงสองต้น อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และทำร้ายนายติโม ไอนารี่ พาร์ติเนน อายุ 52 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สัญชาติฟินแลนด์เจ้าของบ้าน ได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะชิงเงินสดไปจำนวน 250,000 บาท และหลบหนีไป

ตำรวจเข้าเยี่ยม นายติโม ไอนารี่ พาร์ติเนน

ล่าสุดวันที่ 15 ต.ค. ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช จับกุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้แล้ว 3 คน คือ นายยุทธภูมิ ไชยศรีมาลย์ หรือ เสือ อายุ 38 ปี คนวางแผนและเป็นคนสะเดาะกุญแจ นายปัญญา ไชยศรีมารย์ อายุ 56 ปี และนายสวาท โพชดา อายุ 59 ปี ส่วนอีก 1 ราย คือนายประสิทธิ์ อินทรวิจิตร อายุ 35 ปี อยู่ระหว่างหลบหนี จากนั้นจึงนำตัวทั้ง 3 ราย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่เกิดเหตุ ซึ่งทั้งหมดถูกตั้งข้อหา ปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ

คุมตัวไปทำแผนฯ

สอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายยุทธภูมิ หรือ เสือ เจ้าของคอกวัวชนที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ร่วมกับพวกกระทำความผิดในคดีนี้ โดยก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้วานให้เพื่อนบ้าน ช่วยไปตามคนที่มีความรู้เรื่องกุญแจ มาช่วยไขกุญแจหรือตัดกุญแจรั้วบ้านที่ถูกปิดล็อกเอาไว้ เพื่อนบ้านจึงได้ไปขอความช่วยเหลือจากนายยุทธภูมิ มาช่วยตัดกุญแจ ปรากฏว่าหลังจากนั้น นายยุทธภูมิ ได้ชักชวนพรรคพวก คือ นายสวาท ญาติ นายปัญญา ซึ่งเป็นอา และนายประสิทธิ์ อินทรวิจิตร์ อายุ 35 ปี ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง ร่วมกันวางแผนปล้นเงินของนายติโม คืนเกิดเหตุ นายสวาท และนายประสิทธิ์ เป็นคนปีนหน้าต่างเข้าไปในบ้าน นายปัญญา กับนายยุทธภูมิ เป็นคนดูต้นทาง

จำลองเหตุการณ์

หลังจากนายยุทธภูมิ ได้เดินไปเห็นเงินของนายติโมตอนที่ไปสะเดาะกุญแจให้ นายยุทธภูมิได้กลับออกมาพูดคุย กับพรรคพวกที่คอกวัว คือ นายปัญญา (อาของนายยุทธภูมิ)  นายสวาท และ นายประสิทธิ์(หลบหนี) และวางแผนเข้าไปขโมยเงิน โดยคืนเกิดเหตุ นายยุทธภูมิเป็นคนเดินไปดูลาดเลาว่านายติโม นอนแล้วหรือยัง หลังไฟในบ้านปิด และมั่นใจว่านายติโมนอนหลับ นายสวาท นายปัญญา และนายประสิทธิ์จึงเดินเข้าทางประตูหมู่บ้าน โดยเลือกเส้นทางเดินอ้อมป้อมยาม เพื่อหลบกล้องวงจรปิด ก่อนจะปีนกำแพงเข้าทางข้างบ้าน โดยมีนายปัญญา ยืนรอดูต้นทาง ส่วนนายสวาทและนายประสิทธิ์ได้มุดตัวผ่านช่องลมหน้าต่างเพื่อเข้าไปในบ้าน ซึ่งเป็นจังหวะที่นายติโมมาพบคนร้ายทั้ง 2 คน จึงเกิดการต่อสู้กัน  โดยนายประสิทธิ์ได้ล็อคตัวนายติโมไว้ เพื่อเปิดโอกาสให้นายสวาท วิ่งไปขโมยเงินจำนวน 250,000 บาท ในห้องครัว หลังจากนั้นนายประสิทธิ์ ได้ใช้มีดปลายแหลมที่เตรียมมาปาดคอฝั่งขวาของนายติโมและ ทั้ง 3 คน ก็ปีนกำแพงหลบหนีไป

ส่วนแบ่งของคนร้าย

นายสวาท ให้การรับสารภาพว่า ได้รับส่วนแบ่งเป็นเงิน จำนวน 120,000 บาท และได้นำไปแบ่งให้นายประสิทธิ์ ที่ยังหลบหนีอยู่ จำนวน 60,000 บาท ส่วนนายปัญญา เป็นผู้นำเงินส่วนแบ่ง จำนวน 120,000 บาท ไปให้นายยุทธภูมิ ซึ่งถูกจับกุมได้ และยอมรับสารภาพ ส่วนนายประสิทธิ์ ที่ยังหลบหนีได้เงินไป 60,000 บาท และยืนยันว่าภรรยาของผู้เสียหายไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ได้รู้จักกันมาก่อน  ตลอดการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ นายปัญญา เผยเหตุจูงใจว่า ร่วมกับพรรคพวกทำไปเพราะตามเพื่อน และก็หวังแค่ว่าจะได้เป็นเสือนอนกิน

ด้านน.ส.ทัศณีย์ สินโทวงศ์ อายุ 41 ปี อดีตภรรยาของนายติโม ที่มาร่วมดูบรรยากาศการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บอกว่า รู้สึกสบายใจมากที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ จนพ้นมลทินหลังตกเป็นผู้ต้องสงสัย ไม่ได้โกรธแค้นคนร้าย เพียงแต่มองว่าพวกเขาไม่น่าจะลงมือก่อเหตุโหดร้ายขนาดนี้ เพราะถ้าต้องการเงินก็แค่เอาเงินไป ไม่ควรทำร้ายนายติโมจนได้รับบาดเจ็บ

น.ส.ทัศณีย์ สินโทวงศ์ อดีตภรรยานายติโม

ขณะที่นายศักดิ์ (นามสมมติ) อายุ 61 ปี พ่อของนายยุทธภูมิ บอกว่า ไม่รู้ว่าอะไรคือแรงจูงใจให้ลูกชายกับน้องชายก่อเหตุ และไม่รู้ว่ามีปัญหาทางการเงินหรือไม่ หากรู้ว่าจะมีการก่อเหตุก็คงห้ามปราม เป็นครั้งแรกที่ลูกและน้องชายถูกจับเพราะก่อนหน้านี้ทั้ง 2 คน ไม่มีพฤติกรรมลักขโมย ยอมรับว่าไม่รู้สึกกังวลกับเรื่องที่เกิด ซึ่งคนทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิด กล้าทำก็ต้องกล้ารับ จะติดคุกกี่ปีก็ให้ติดไป แต่ถ้ามีส่วนไหนที่พอจะช่วยลูกได้ก็จะช่วย

นายศักดิ์ พ่อนายยุทธภูมิ

ด้านนางมาลี (นามสมมติ) อายุ 55 ปี แม่ของนายประสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี เล่าว่า หลังเกิดเรื่องก็ไม่สามารถติดต่อลูกชายได้เลย ยอมรับว่าลูกชายเป็นคนดื้อ แต่ไม่ติดยาหรือติดการพนัน จึงไม่รู้ว่าลูกชายก่อเหตุทำไม

นางมาลี แม่นายประสิทธิ์

อยากให้ลูกชายออกมามอบตัว หากถูกจับก็คงไม่ประกันตัว เพราะครอบครัวไม่มีเงินที่จะสู้คดี

keyboard_arrow_up