หนุ่มแฉสาวลวงวิวาห์ สูญ 1.5 ล้าน อึ้งรักเลิกถี่ – หญิงรับแต่ง 4 ชายต้องเลิก สินสอดไม่ครบ (คลิป)

วันที่ 9 ต.ค. 62 ทีมข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายหนุ่ม (นามสมมติ) ระบุว่า ตัวเองตกเป็นเหยื่อจากสาวรายหนึ่ง ซึ่งรู้จักกันผ่านโลกออนไลน์ จากนั้นก็พูดคุยกันจนตกลงแต่งงาน สุดท้ายก็เลิกลากันไป โดยสูญเงินกับ น.ส.ตั๊ก อดีตเจ้าสาวถึง 1.5 ล้านบาท

ภาพจากคลิปในงานแต่งงาน

นายหนุ่ม (นามสมมติ) ผู้เสียหาย ระบุว่า ตนเองเชื่อว่าน่าจะถูกหลอกให้แต่งงาน โดยอีกฝ่ายเตรียมการไว้ทั้งหมด และคนในครอบครัวของฝ่ายหญิงก็น่าจะรู้เห็นด้วย ส่วนตัวรู้จัก น.ส.ตั๊ก ผ่านเว็บไซต์หาคู่ เมื่อต้นปี 61 ตอนนั้นตนอาศัยอยู่ที่อเมริกา ซึ่งตนประกอบธุรกิจอยู่กว่า 20 ปีแล้ว หวังว่าจะมีครอบครัวและย้ายกลับมาอยู่ไทย เมื่อตนเจอ น.ส.ตั๊ก ก็พูดคุยกันมาราว 7-8 เดือน ซึ่งช่วงนั้น น.ส.ตั๊ก ก็ของให้ตนช่วยเหลือเรื่องเงิน อ้างว่าแชร์ที่เขาเล่นมีปัญหา จึงจะขอให้ตนช่วย ส่วนตัวเห็นว่าเขาดูซื่อ ไม่น่าจะมีพิษภัย ก็โอนเงินไปให้รวมประมาณ 500,000 บาท อีกทั้งยังคิดว่าจะเป็นเงินเก็บใช้ในชีวิตคู่ หากแต่งงานกัน

นายหนุ่ม (นามสมมติ) ผู้เสียหาย

จากนั้น น.ส.ตั๊ก ก็บอกกับตนว่าตามประเพณีไทยแล้ว หากจะใช้ชีวิตร่วมกัน ต้องแต่งงานก่อน ตลอดที่ศึกษาดูใจ น.ส.ตั๊ก จะบอกว่าตัวเองมีงานทำ โดยทำงานกับสามีเก่า และมีลูกติด ซึ่งตนก็มองว่า น.ส.ตั๊ก เป็นคนเปิดเผย จนกระทั่งช่วงเดือน ก.ค. 61 ตนเดินทางกลับมาไทยเพื่อมาเจอ น.ส.ตั๊ก ตอนนั้นทุกอย่างไม่มีอะไรแปลก เจ้าตัวพาตนไปดูบ้าน จนกระทั่ง ต.ค. 61 ตนกลับมาอีกครั้ง เพื่อมาเตรียมแต่งงาน ตนขายบ้านที่อเมริกา เพื่อมามีครอบครัวที่ไทย ในงานแต่งมีสินสอดเป็นเงินสด 500,000 บาท แหวนเพชร 300,000 บาท และค่าจัดงาน รวมประมาณ 1.5 ล้านบาท

มูลค่าความเสียหาย

หลังจากนั้น ตนก็พบความจริงว่าฝ่ายหญิงไม่ได้ทำงานตามที่บอก ตอนที่ตนมาอยู่ราว 3-4 เดือน ฝ่ายหญิงออกไปนอกบ้านส่งลูกไปเรียน และกลับมาบ้านอีกทีก็ช่วงค่ำ ตนจึงรู้สึกแปลกใจกับการกระทำของฝ่ายหญิง จึงเริ่มถามเรื่องเงินที่ตนเคยโอนมาช่วยเหลือตอนที่ยังคุยกัน ซึ่งฝ่ายหญิงก็บ่ายเบี่ยง จนสุดท้ายฝ่ายหญิงนัดคืนเงินตนช่วง ก.พ. 62 เมื่อถึงวันนัด ปรากฎว่าหญิงนำชายรายหนึ่งซึ่งระบุว่าเป็นพ่อที่เป็นตำรวจ พกอาวุธเข้ามาข่มขู่ตน ไม่ให้ตนออกจากบ้าน สุดท้ายเจรจาอยู่พักใหญ่ ก่อนตนจะวิ่งหนีออกมาจากบ้านหลังดังกล่าวได้ และตนก็ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.บางแก้ว นอกจากนี้ ตนไม่ได้บอกครอบครัวที่อยู่อเมริกา เนื่องจากไม่คิดว่าตัวเองจะมาถูกหลอก เพราะอายุ 40 กว่าปีแล้ว

ส่วนตัวไม่คิดว่าจะมาเจอเรื่องแบบนี้ เพราะคือการแต่งงานครั้งแรก ระยะเวลาผ่านไปหลายเดือน ตนพยายามหาข้อมูลของหญิงรายนี้ จนพบว่าเขาไปแต่งงานกับชายอีกราย วันที่ 14 ก.ค. 62 ทราบว่าแต่งงานวันเดียว ยังไม่ทันเข้าหอ ก็เลิกกันทันที โดยเหตุผลมาจากฝ่ายหญิงอ้างว่าสินสอดไม่ครบ ต่อมาเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 62 ตนก็ทราบว่าหญิงรายนี้เพิ่งแต่งงานกับชายรายใหม่อีก ส่วนตัวจึงเชื่อว่าเขามีพฤติกรรมหลอกแต่งงานเพื่อหวังเงินจากการแต่งงาน ตนจึงดำเนินคดีให้ถึงที่สุด พฤติกรรมเช่นนี้เป็นมิจฉาชีพ

เหยื่อถูกหลอกแต่งงาน ตามคำกล่าวอ้าง

น.ส.ตั๊ก ผู้ถูกกล่าวหา เปิดใจเล่าว่า ตนเองยืนยันว่าทั้งชีวิตไม่เคยหลอกใครแต่งงาน ตนเองเคยแต่งงานมาแล้ว 4 ครั้ง กรณีของนายหนุ่ม ตนเป็นคนเตรียมงานที่ไทยทั้งหมด เพราะฝ่ายเจ้าบ่าวอยู่ต่างประเทศ เขาเองก็โอนเงินบางส่วนมาเป็นค่าใช้จ่าย ตนเองเป็นคนคบผู้ชายแล้วมองถึงอนาคต อยากจะคบกันไปยาว ๆ ตนเคยพูดกับนายหนุ่มว่า ตนเหมือน 14 อีกครั้ง ที่ได้มาศึกษาดูใจกัน ยอมรับว่าตนเคยคิดว่านายหนุ่มเป็นเนื้อคู่ เพราะไปดูดวงแล้วรูปร่างลักษณะทุกอย่างตรงกับคำทำนาย

น.ส.ตั๊ก ผู้ถูกกล่าวหา

ทั้งนี้ ตอนแรกตกลงเรื่องเงินสินสอด 1 ล้านบาท พร้อมกับสิ่งของประกอบชุดสินสอด แต่เมื่ออถึงวันงานจริง เงินสินสอดกลับมาไม่ครบตามที่ตกลงไว้ หลังจบงานแต่ง นายหนุ่มงไปขอเงินสินสอดมาถือเอาไว้ ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องไม่สมควรและน่าเกลียด หลังกลับบ้านตนยังได้คุยกับนายหนุ่มว่าเราสามารถแยกทางกันได้ และให้นำเงินทั้งหมดกลับไป แต่นายหนุ่มให้นำเงินไปโอนให้แม่ของตน

โดย 5 เดือนที่นายหนุ่มมาอาศัยกับตน ไม่เคยให้เงินตน มีเพียงตนที่ให้เงินนายหนุ่ม วันละไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท อีกทั้งตนไม่เคยข่มขู่นายหนุ่ม ที่ตนพาพ่อมาเจอ เพราะนายหนุ่มบอกว่าอยากเจอพ่อตน ส่วนที่ตนถูกพาดพิงถึงว่าเพิ่งแต่งงานช่วงเดือน ก.ค. 62 และเลิกกับเจ้าบ่าวภายใน 1 วัน ยอมรับว่าจริง แต่ตนไม่ได้หลอกเอาเงิน ซึ่งเจ้าบ่าวก็วางสินสอดไม่ตรงตามตกลงไว้ ซึ่งตนมีจุดยืนในชีวิตว่าหากคบใครสักคน ก่อนจะมีสัมพันธ์กัน ต้องแต่งงานก่อน ตามประเพณีไทย นอกจากนี้ สามีคนปัจจุบันที่ตนเพิ่งแต่งงานก็ยังรักกันดี ส่วนเรื่องคดี ตนไม่ได้กังวล

keyboard_arrow_up