คุมตัว ‘เอส’ ทำแผน 8 จุด ฆาตกรรม ‘น้องพลอย’ เผย ตร.สอบเครียดทั้งคืน ไม่เชื่อลงมือลำพัง (คลิป)

เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 60 พล.ต.ต.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี เปิดเผยความคืบหน้าคดีฆาตกรรมเผานั่งยาง “น้องพลอย” น.ส.พลอยนรินทร์ ผลิผล ว่าเบื้องต้น ยังคงไม่ปักใจเชื่อว่านายพลกฤต วิเศษ หรือเอส ผู้ต้องหา จะลงมือก่อเหตุเพียงผู้เดียว ภายหลังจากตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ นายพลกฤต เสร็จสิ้นไปเมื่อช่วงเวลา 01.00 น.ที่ผ่านมา จากนั้นได้นำตัว นายพลกฤต เข้าห้องขัง ซึ่งเจ้าตัวไม่ได้แสดงอาการเครียดแต่อย่างใด ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย และนอนหลับตามปกติ พร้อมยืนยัน ได้สั่งให้ทางพนักงานสอบสวนดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาข้อเท็จจริงถึงผู้อยู่เบื้องหลังของการก่อเหตุในครั้งนี้

วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวของ ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยไล่ตั้งแต่จุดแรกที่ผู้ต้องหาได้มาดักรอ น.ส.พลอยนรินทร์ ไปจนถึงจุดสุดท้ายที่ลงมือเผาอำพรางศพน้องพลอย โดยจุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ “คดีฆาตกรรมน้องพลอย” ประกอบด้วย
จุดที่ 1 ผู้ต้องหาลักพาตัวน้องพลอยหน้าโรงงาน จ.อยุธยา
จุดที่ 2 ทิ้งโทรศัพท์ บริเวณที่เลยหน้าโรงงาน
จุดที่ 3 จุดจอดรถและบีบคอน้องพลอยเสียชีวิต
จุดที่ 4 ทิ้งจักรยานที่สะพานข้ามคลองชลประทาน
จุดที่ 5 บริเวณผู้ต้องหานำยางรถยนต์จากค่ายทหาร
จุดที่ 6 บริเวณที่ทิ้งทรัพย์สินในถังขยะ
จุดที่ 7 ร้านที่ซื้อน้ำมัน
จุดที่ 8 พื้นที่เผาอำพรางศพน้องพลอย

ทั้งนี้หลังจากทำแผนเสร็จสิ้นจะนำตัวนายเอสฝากขังยังศาลมณฑลทหารบกที่ 18 ในวันที่ 18 ส.ค. 60 ต่อไป

ด้านนายวิชา ผลิผล บิดาของน้องพลอย เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ลูกสาวได้หายตัวไป ต่างรู้สึกมีความหวังว่าลูกสาวจะยังคงมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อทราบข่าวถึงการเสียชีวิตของลูกสาวทำให้รู้สึกเสียใจที่ยากเกินกว่าจะอธิบาย ทันทีที่ทางตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทำให้คลายความรู้สึกเสียใจลงไปได้มาก ยอมรับว่าผู้กระทำความผิดรายนี้มีความชำนาญในเรื่องของการหลบหนี ซึ่งตนได้เดินทางมารอที่สถานีตำรวจภูธรแก่งคอยเพื่อพบหน้าของฆาตกร ตั้งแต่เมื่อวานนี้ พร้อมยืนยัน ถึงแม้ทางผู้ต้องหาจะมีการเข้ามาขอขมา แต่ส่วนตัวจะไม่ให้อภัยในสิ่งที่ผู้ต้องหาได้กระทำลงไป

นอกจากนี้ นายวิชา กล่าวด้วยว่า ยังคงไม่เชื่อว่า นายพลกฤต จะลงมือฆาตรกรรมลูกสาวเพียงลำพัง ต้องมีผู้ร่วมขบวนการอยู่อีกแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเวลา 08.00 น. ได้มีญาติของนายพลกฤต เดินทางมาเยี่ยมยังห้องควบคุมภายใน สภ.แก่งคอย โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อนุญาตให้เข้าเยี่ยมเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น

keyboard_arrow_up