แม่น้องพลอยชี้ตัวแม่น “อดีตสิบเอก” สารภาพฆ่าบีบคอจนสิ้นใจ ก่อนนำร่างเผานั่งยาง – ตร.จ่อทำแผน

จากกรณีเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 57 เวลาประมาณ 23.00 น. พงส.สภ.ท่าเรือ ได้รับแจ้งจาก น.ส.พัชรี ปั้นทอง แจ้งว่าบุตรสาวชื่อ น.ส.พลอยนรินทร์ ผลิผล อายุ 24 ปี ได้หายไปจากหน้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพีเอฟ) จำกัด ถนนท่าเรือ-ท่าลาน หมู่ 7 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา หลังเลิกงาน กระทั่งพบกลายเป็นศพเนื่องจากถูกฆาตกรรม กระทั่งสามารถจับกุม ส.อ.พลกฤต วิเศษ อดีตทหารสังกัดศูนย์การทหารปืนใหญ่ลพบุรี ถูกให้ออกจากราชการเมื่อปี 57 โดยรับสารภาพอุ้มฆ่าเผาน้องพลอยทิ้งศพไว้ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

ล่าสุด (16 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ทหารจากกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่11 (พัน ร. มทบ.11) ได้ควบคุมตัว อดีตส.อ.พลกฤต วิเศษหรือเอส มาส่งมอบให้กับตำรวจกองปราบปราม เพื่อทำการสอบปากคำ ทำประวัติผู้ต้องหา โดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร.มาเป็นผู้รับมอบ ทั้งนี้ผู้ต้องหามีสีหน้านิ่งเฉย ก้มหน้าก้มตาหลบกองทัพสื่อมวลชน จากนั้นเวลา 16.30 น. ได้นำตัวไปให้แม่น้องพลอยชี้ตัวได้อย่างถูกต้อง ซึ่งพบว่ามีความสบายใจที่ได้เจอหน้าผู้ต้องหา ส่วนผู้ต้องหามีสีหน้าเรียบเฉย

เจ้าหน้าที่ตรวจร่างกาย อดีตส.อ.พลกฤต

จากนั้นเวลาได้นำตัวไปให้แม่น้องพลอยชี้ตัวได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากนางพัชรีเป็นบุคคลเดียวที่เคยเห็นหน้าตาของนายเอส ถึงแม้ว่านายเอสจะมีการไปทำศัลกรรมที่ใบหน้ามา  หลังจากนั้นทางตำรวจจะควบคุมตัวนายพลกฤต ไปยังสถานีตำรวจภูธรหินซ้อน เพื่อเตรียมทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันพรุ่งนี้ เวลา 9 นาฬิกา

แม่น้องพลอยชี้ตัวผู้ต้องหา

 

พลตำรวจเอก ศรีวราห์ ระบุว่า จากการสอบสวน นายพลกฤต ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งนายพลกฤต ที่ขณะนั้นยังรับราชการทหารอยู่ได้ใช้ระยะเวลาในการลงมือฆาตรกรรมอำพรางเพียง 1 วันเท่านั้น ก่อนจะหลบหนีไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ยากต่อการสืบสวนติดตามตัว ส่วนต้นตอของการลงมือ นั้นยังอยู่ในข้อมูลของการสอบสวนไม่สามารถเปิดเผยได้ พร้อมยืนยัน ในคดีดังกล่าวไม่มีเรื่องของผู้มีอิทธิพลมาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่จะนำตัว ส.อ.พลกฤต ไปฝากขังยัง สภ.หินซ้อน จ.สระบุรี โดยจะมีการทำแผนยังจุดเกิดเหตุในวันพรุ่งนี้ เมื่อดำเนินคดีตามหมายจับศาลมณฑลทหารบกที่ 18 ปี 60 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ ทำให้เสียทรัพย์ ลอบซ่อนเร้นทำลายศพเพื่อปิดบังโดยไม่มีเหตุอันควร เคลื่อนย้ายทำลายศพ แล้วเสร็จ ทางตำรวจ สภ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา จะเดินทางมารับตัว เพื่อดำเนินคดีตามหมายศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี ปี 57 ในข้อหา พาผู้อื่นไปกระทำอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้ายต่อไป

 

 

keyboard_arrow_up