นักธุรกิจแฉเล่ห์ “เสี่ยกำมะลอ” ทุกคนเชื่อหมดโคตรรวย ขนาดระวัง ยังโดน 1.5 แสน (คลิป)

จากกรณี น.ส.ดา เจ้าสาวชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกนายท็อป (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกแต่งงานจดทะเบียนสมรส โดยมีการจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรูใน จ.บุรีรัมย์ แต่สุดท้ายทิ้งหนี้ทั้งหมดไว้ให้หลายล้านบาทนั้น ซึ่งพบว่านายท็อปมีคดีเก่าติดตัวด้วยนั้น

นายท็อป

วันที่ 3 ต.ค. 62 นายสอง (นามสมมติ) ผู้เสียหายถูกนายท็อปหลอก เปิดเผยว่า ตนเองเริ่มรู้จักกับนายท็อป ผ่านน้องสาวตนที่รู้จักกัน และเริ่มสนิทกัน นายท็อปบอกว่าตัวเองเป็นนักธุรกิจจากฮ่องกง อ้างว่าเคยทำงานกับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ และมีรูปถ่ายกับอดีตนายกทักษิณ ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ และอ้างว่ามีตั๋วเงินในธนาคารอินโดนีเซีย มูลค่า 100 ล้านยูโร ตีเป็นเงินไทย 3,350 ล้านบาท ส่วนบัญชีของฮ่องกง มูลค่า 4,000 ล้านดอลล่าฮ่องกง ตีเป็นเงินไทย 12,000 ล้านบาท ซึ่งนายท็อปดูลักษณะเป็นคนปกติ ไม่ได้ดูเป็นคนขี้โม้ อวดรวย

ทั้งนี้ นายท็อปเคยสร้างเรื่องติดต่อกับนักธุรกิจฮ่องกงที่อยู่ในไทย อ้างว่าต้องการใช้เงินประมาณ 3.6 ล้านบาทไทย โดยจะโอนเงินในฮ่องกงเข้าบัญชีของนักธุรกิจคนดังกล่าว จากนั้นก็จะมารับเงินสดไทย ซึ่งตนและนักธุรกิจคนดังกล่าวก็ไปนั่งรอกัน โดยนำเงิน 3.6 ล้าน ออกมากองอยู่ตรงหน้าแล้ว ปรากฎว่ารออยู่นาน เงินก็ไม่เข้าบัญชีของนักธุรกิจฮ่องกง ทำให้วันนั้นเขาก็ต้องขนเงิน 3.6 ล้านบาทกลับไป โดยนายท็อปให้ข้ออ้างว่า บัญชีที่ฮ่องกงมีปัญหา

นายสอง (นามสมมติ) ผู้เสียหาย

จากนั้น ตนเองก็ยังมีการนัดเจอนายท็อปอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งชักชวนกันทำธุรกิจกาซิโนในกัมพูชา ใช้เงินลงทุน 1.5 ล้านดอลล่าสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเงินของนายท็อปทั้งหมด นายท็อปเขียนเช็คให้ตนไว้นานนับเดือน มูลค่า 1.5 ล้านดอลล่าสหรัฐ ตนก็นำเช็คให้คนรู้จักช่วยตรวจสอบกับธนาคารของกัมพูชา ก็เป็นเช็คจริง ระหว่างนั้นนายท็อปอ้างว่าจะต้องเดินทางไปทำธุระที่ฮ่องกง จำเป็นต้องใช้เงิน 1.5 แสน ซึ่งตนก็โอนให้ก่อน เนื่องจากไว้ใจ ปรากฎเมื่อตนเดินทางไปกัมพูชา เพื่อนนำเช็คไปขึ้นเงิน ทางธนาคารแจ้งว่าขึ้นเงินไม่ได้ เพราะต้องมีลายเซ็นของอีก 1 คน ซึ่งเป็นข้าราชการของกัมพูชา ตนจึงสืบจนไปเจอนายพลคนดังกล่าว ได้ข้อมูลต่ออีกว่าบัญชีดังกล่าวเปิดไว้จริง แต่นายพลไม่ได้เป็นหุ้นส่วน อีกทั้งในบัญชีก็ไม่มีเงินอยู่ ตนจึงรู้ทันทีว่าถูกหลอก รวมทั้งน้องสาวที่ตนรู้จัก ก็ถูกเขาหลอกเงินไปมากกว่า 6 แสนบาท

นอกจากนี้ นายท็อปเคยสร้างเรื่องเกี่ยวกับเครื่องบินเจทส่วนตัว มูลค่า 200-500 ล้านบาท และติดต่อซื้อโครงการคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่าราว 8,500 ล้านบาท สุดท้ายทางบริษัททำใบจะซื้อจะขายให้ทั้งหมด แต่ไม่มีการซื้อขายจริง

keyboard_arrow_up