รถร่วม 40 บริษัทร้องรัฐขอสัมปทาน 7 ปี ลดจ่ายค่าต๋ง ขสมก. อ้างแผนปฏิรูปรถเมล์ทำเดือดร้อน

ก.คมนาคมเตรียมพิจารณาให้ใบอนุญาตเดินรถ 7 ปีกับบริษัท รถร่วมฯ โดยไม่ต้องประมูล หากรวมตัวเป็นผู้ประกอบการรายเดียวได้เหมือน ขสมก. ขณะที่ตัวแทนรถร่วมรับปากปรับโฉมรถเมล์ใหม่ 2 พันคัน เพื่อให้สอดคล้องกับแผนปฏิรูปรถเมล์

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 60 ตัวแทนสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง หรือรถร่วม ขสมก. กว่า 40 บริษัท นำโดยนางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมฯ เข้าพบนายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลและแผนการปฏิรูปรถโดยสารประจำทาง หลังรัฐบาลมีมติเห็นชอบให้เริ่มทดลองเดินรถเมล์ 8 สาย โดยใช้เลขสายรถใหม่ตั้งแต่วานนี้ เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ก่อนจะเปิดให้เอกชนเข้าสัมปทานมาดำเนินการเดินรถต่อไป โดยกำหนดให้ทางสมาคมฯ ต้องไปขอใบอนุญาตจากกรมการขนส่งเช่นกัน เพื่อความเป็นมาตรฐานเดียวกันนั้น

นางภัทราวดี บอกว่า นโยบายดังกล่าวกระทบโดยตรงกับรถร่วม ขสมก. วันนี้จึงมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมขอให้กระทรวงคมนาคมช่วยเหลือผู้ประกอบการรถร่วม ด้วยการให้สัมปทานการเดินรถให้ผู้ประกอบการ 7 ปี โดยไม่ต้องเข้าร่วมประมูล เพราะการใช้ ม.44 กำหนดให้สัญญาสัมปทานการเดินรถหมดลงภายใน 2 ปี ไม่ว่าผู้ประกอบรายนั้นจะเหลือสัญญาสัมปทานการเดินรถกี่ปีนั้น ทำให้ผู้ประกอบการถร่วมได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากบางรายมีสัมปทานเหลือ 5 ปี บางราย 10 ปี และบางราย 15 ปี เป็นต้น ซึ่งสถาบันการเงินไม่ปล่อยกู้ เห็นว่าสัญญาสัมปทานเหลือน้อยทำให้บางรายขาดสภาพคล่อง

นอกจากนี้ ได้เรียกร้องขอลดภาระการจัดเก็บค่าตอบแทน ของรถเมล์ร้อนอยู่ที่ 15.30 บาทต่อคันต่อวัน และรถโดยสารปรับอากาศอยู่ที่ 30 บาทต่อคันต่อวัน จากปัจจุบันที่รถร้อนจัดเก็บ 120 บาทต่อคันต่อวัน และรถปรับอากาศ 60-280 บาทต่อคันต่อวัน โดยขึ้นอยู่กับเส้นทางการเดินรถ เพราะที่ผ่านมาได้รับหนังสือทวงหนี้ค่าตอบแทนจาก ขสมก. ซึ่งเป็นหนี้ก่อนปี 2548 จำนวนหลายร้อยล้านบาท

อย่างไรก็ตาม รถร่วม ขสมก. พร้อมปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานทั้งตัวรถ และพนักงานให้บริการ ให้ดีขึ้น เช่น เปลี่ยนมาใช้รถระบบไฟฟ้า หรือไฮบริด เพื่อลดมลพิษ เพิ่มระบบรักษาความปลอดภัย ทั้งกล้องวงจรปิด จีพีเอส และระบบควบคุมความเร็ว ปรับเส้นทางเดินรถให้เชื่อมต่อการเดินทางแต่ละประเภทมากขึ้น รวมถึงเพิ่มช่องทางในการซื้อตั๋ว และข้อมูลการเดินทางผ่านระบบ e-ticket และแอพพลิเคชั่นต่างๆ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมและประสิทธิภาพในการให้บริการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ทางบริษัทรถร่วม ขสมก. ไปหารือ เพื่อรวมตัวเป็นผู้ประกอบการเพียงรายเดียวเหมือน ขสมก. ซึ่งจะได้รับสิทธิใบอนุญาต 7 ปี โดยไม่ต้องประมูล รวมถึงการเร่งหารถใหม่ตามที่ยื่นข้อเสนอมาให้กระทรวงฯ ซึ่งจะเป็นการปฏิรูปรถเมล์ไปพร้อมกันอย่างแท้จริง ส่วนเรื่องอัตราค่าโดยสารนั้น อยู่ระหว่างการศึกษาถึงความคุ้มค่าและเหมาะสม

ทั้งนี้ บริษัท รถร่วม ขสมก. ได้วางแผนจะจัดหารถเมล์ใหม่ที่มีระบบให้บริการที่ทันสมัย จำนวน 2,000 คัน โดยจะนำเข้ารถบางส่วนจากต่างประเทศ เบื้องต้นคาดว่าต้นปี 2561 นี้จะสามารถจัดหาได้ประมาณ 100 คัน และครบ 2,000 คันภายใน 1 ปี เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ และมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก

keyboard_arrow_up