คดีพลิก 2 ตลบ! โจ๋ถูกซ้อมงานแห่เทียนตาย ที่แท้ถูกยิง – ผู้ต้องหาโอดแค่เตะดันเป็นแพะ (คลิป)

วันที่ 10 ก.ย. 62 ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้รับการร้องเรียนจากหญิงรายหนึ่งว่า ลูกชายถูกกลุ่มวัยรุ่นล็อกตัว แล้วยิงจนเสียชีวิต ภายในงานแห่เทียนวันเข้าพรรษาที่วัดแสงสว่างราษฏรบำรุง ต.บัวเชด อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ โดยตอนแรกที่ส่งโรงพยาบาลบัวเชด  แพทย์บอกว่าลูกชายตายเพราะถูกทำร้ายร่างกาย แต่ในวันก่อนที่จะเผาศพ เพื่อนลูกชายได้ไปพลิกร่าง จนพบว่าบริเวณสะบักด้านซ้ายมีร่องรอยการถูกยิง จึงให้แพทย์โรงพยาบาลบัวเชดเอ็กซ์เรย์และได้ส่งศพไปชันสูตรที่นิติเวช โรงพยาบาลสุรินทร์ กระทั่งแพทย์ได้ลงความเห็นว่า ลูกชายถูกยิงเสียชีวิตจริง พบลูกกระสุนยิงตัดขั้วหัวใจเส้นเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด ทั้งนี้ มีผู้ก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 5 คน สามารถจับกุมได้ 3 คน อีก 1 คนรอมอบตัว คนนี้เป็นคนชี้เป้า ส่วนอีก 1 คนมือยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตัวแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เข้าจับกุม เพราะยังตามตัวไม่เจอ อีกทั้งยังมีการข่มขู่พยานว่า ไม่ให้เข้าเป็นพยานในคดีนี้ด้วย

ครอบครัวผู้เสียชีวิต

ล่าสุด นางพลอย สำเภา อายุ 55 ปี แม่นายอดิศร สำเภา ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ลูกชายแห่เทียนพรรษาไปที่วัด กลับถูกกลุ่มคนร้ายมาทำร้าย ล็อกคอแล้วยิงจนล้มลง แล้วมีการกระทืบซ้ำ พาศพไปโรงพยาบาลบัวเชด กลับชันสูตรพลิกศพไม่เจอกระสุนปืน ทั้งที่เพื่อน ๆ ยืนยันว่าถูกยิง พอเอาศพมาบ้านก่อนเผาศพ พลิกศพดู ได้พบกระสุนที่บ่าซ้าย ไปชันสูตรพลิกศพที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ผ่าศพดูก็พบลูกกระสุนปืน สีเหลืองทอง ที่สะบักบ่าซ้าย ตัดขั้วหัวใจ ตนจึงอยากขอความเป็นธรรม ให้มีการจับคนร้ายให้ได้ เพราะเวลาผ่านมากว่า 2 เดือนแล้ว ตำรวจก็ยังจับกุมตัวคนร้ายไม่ได้สักที ทั้ง ๆ ที่จับผู้ร่วมก่อเหตุได้มา 3 คนแล้ว ทั้งนี้ ตนตั้งข้อสังเกตว่า ผลการชันสูตรในตอนแรกไม่พบร่องรอยกระสุนนั้นเป็นผลดีต่อฝ่ายผู้ก่อเหตุ อีกทั้งตำรวจจับคนร้ายถูกคนจริงหรือไม่ เพราะลูกชายตนถูกยิง ไม่ได้ถูกรุมทำร้าย

ภาพจำลองเหตุการณ์

โดยตนเองทราบจากเพื่อนลูกชายว่า ระหว่างเที่ยวงาน ลูกชายไปมีปากเสียงกับกลุ่มวัยรุ่นในวัด และถูกรุมทำร้าย โดยเชื่อว่าในในกลุ่มวัยรุ่นนี้เป็นผู้ลั่นไกปืน ยิงลูกชายตนจนถึงแก่ชีวิต

นางจันทร์ สำราญสุข แม่หนึ่งในผู้ต้องหา

ด้านนางจันทร์ สำราญสุข อายุ 49 ปี  ผู้เป็นแม่ของนายเบิร์ด หรือ นายอธิราช สำราญสุข หนึ่งในผู้ต้องหา เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตำรวจได้เข้ามาถามหาลูกชายเพื่อจะเชิญตัวไปสอบปากคำ แต่วันนั้นลูกชายไม่กลับบ้าน วันรุ่งขึ้นลูกชายไปโรงพัก ตำรวจได้สอบปากคำตั้งแต่เช้าจนถึงบ่ายสอง และนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสุรินทร์ ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ตนไม่เชื่อว่าลูกชายตัวเองทำ ลูกชายบอกว่าทำจริงแต่เตะไม่โดน เมียเขาดึงออกก่อน ลูกชายตนจะเตะ แต่ผู้เสียชีวิตล้มก่อนเพราะความเมา

วันนี้ตนคิดว่าคดีพลิก เนื่องจากพบลูกกระสุนปืนในร่างกายผู้ตาย ตนเชื่อเสมอว่าความยุติธรรมยังมีอยู่จริง ตนอยากฝากผ่านสื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมตัวลูกชาย อยากจะให้เขาดูให้ดี ๆ ว่าลูกเป็นแพะรับบาปหรือไม่ อยากให้ตำรวจสอบสวนอย่างรอบคอบ และจับตัวคนร้ายที่ยิงจริง ๆ มาลงโทษให้ได้

 

keyboard_arrow_up