แม่ผูกคอลูกไลฟ์สดรับ ถ้าพลาดก็ตายคู่ บอกผัวทิ้งเครียด ใครไม่เจอไม่รู้สึก (คลิป)

จากกรณีที่มีเฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อโพสต์ข้อความ พร้อมกับวิดีโอที่เป็นภาพเหตุการณ์ของหญิงรายหนึ่ง คาดว่าเป็นแม่ของเด็กชายผู้เคราะห์ร้าย โดยหญิงรายดังกล่าว อัดคลิปวิดีโอ เพื่อประชดสามี ก่อนที่จะไปอุ้มเด็กชายที่นอนเล่นอยู่บนเตียงนอนขึ้นมา พร้อมกับลงมือเอาเชือกมัดคอเด็กอย่างแรง แล้วปล่อยตัวเด็กให้ลอย จนทำให้เด็กร้องไห้ เหตุการณ์ในครั้งนี้ คาดว่าน่าจะมาจากผู้เป็นแม่ มีความเครียดจากปัญหาชีวิต เลยทำให้ก่อเหตุสะเทือนใจดังกล่าวขึ้น

ล่าสุด (11 ส.ค.) ที่สน.ฉลองกรุง แม่ของเด็กชายรายดังกล่าว นั่งอยู่ในสภาพอิดโรยและร่ำไห้อยู่ตลอดเวลา พร้อมกับอุ้มลูกชายวัย 1 ปี 10 เดือนไว้ ทราบชื่อคือ นางนฤมล (สงวนนามสกุล) ผู้หญิงที่อยู่ในคลิปดังกล่าว เปิดเผยว่า ที่ทำไปเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ สาเหตุมาจากตนเครียดเรื่องรายได้ในครอบครัว เพราะรายได้ลดลงกว่าเดิมมาก ประกอบกับเครียดเรื่องสามีที่ไม่มีเวลาให้ตน ซึ่งวันนี้ได้นัดกับสามีว่าจะไปซื้อเสื้อผ้าที่คลองถม เพื่อมาขายทางออนไลน์ ต้องการนำเงินมาหมุน แต่สามีก็มาปฏิเสธบอกว่า “ไม่ว่างต้องเข้ากะแทนเพื่อน” ตนจึงโมโหที่สามีเห็นเรื่องงานสำคัญมากกว่าครอบครัว จึงโทรไปหากว่า 50 สาย แต่สามีไม่ยอมรับโทรศัพท์ ยิ่งเพิ่มความเครียดให้กับเจ้าของตึกไม่ให้ยืมเงิน หมดหนทางหาเงินค่าชงนมลูก และให้เงินสามีไปทำงาน รวมถึงค่าห้องที่ตนอยู่กับสามีด้วย

แม่เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นางนฤมล กล่าวอีกว่า การกระทำครั้งนี้ อยากให้สามีหันมาใส่ใจครอบครัวบ้าง จึงแค่อยากระบายอารมณ์ด้วยการอัดคลิป ตอนแรกอยากจะฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ แต่ตนคิดว่าสามีคงรักลูกมากกว่าตน จึงไปลงที่ลูกด้วยการใช้เชือกรัดคอลูกแต่ในคลิปจะเห็นว่าตนตั้งใจเหมือนจะฆ่าให้ตาย ความจริงแล้วนั้น อีกมือหนึ่งของตนได้จับลูกเอาไว้ แต่ที่เห็นว่าลูกร้องไห้เสียงดัง เนื่องจากปกติลูกชอบร้องไห้แบบนี้ เพราะตนตามใจลูกมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว

หลังจากนั้น ตนก็ส่งวิดีโอไปให้สามี หลังจากนั้นตนก็ชงนมให้ลูกกินแล้วก็กล่อมลูกนอนตามปกติ จนกระทั่งประมาณ 15.00 น. ตนก็พบว่าคลิปถูกแชร์ และมีคนด่าตนเยอะมาก คาดว่าคลิปที่ออกมา มาจากสามีตนที่ส่งไปให้แม่ และญาติดู จึงได้แชร์ลงไปในเฟซบุ๊ก เพื่อให้คนอื่นช่วยเหลือ ซึ่งมีคนโทรมาขู่จะกระทืบตนเยอะมาก หากตอนที่อัดคลิปเกิดพลาดลูกตาย ตนก็พร้อมที่ตายตามลูกไป ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่แล้ว เพราะหมดปัญญาจะทำอะไรจริงๆ

โดยนางนฤมล ได้กล่าวขอโทษทิ้งท้ายพร้อมร้องไห้เสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ว่า ตนจะจำไว้เป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต พร้อมขอโทษสังคมและลูกด้วย “ใครไม่เป็นหนูไม่รู้หรอก ว่ามันเครียดแค่ไหน หนูไม่ได้ตั้งใจ แค่อยากประชดสามีเท่านั้น”

นางกิตติญะธิดา แซ่หว่อง พี่สาวของนางนฤมล กล่าวว่า ตนรู้เรื่องจากสามีของน้องสาวพอเห็นคลิปก็รู้สึกตกใจและโมโหน้องสาวเป็นอย่างมาก เนื่องจากน้องสาวทำอะไรไม่คิด จึงได้โทรศัพท์ไปด่าน้องตน ก่อนจะรีบเดินทางมาหาที่บ้าน ซึ่งปกติน้องสาวไม่ได้เป็นคนใจร้ายใจดำแบบนี้ เพียงแต่ช่วงนี้น้องสาวเครียดมาก เรื่องรายได้และเรื่องครอบครัว แต่ตนก็ไม่คิดว่าจะมาลงกับหลานขนาดนี้ ซึ่งก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว ต่อจากนี้ก็จะมาอยู่เป็นเพื่อนน้องสาวก่อน จนกว่าทุกอย่างจะดีขึ้น

นายประดุง จันทร์แดง ผู้พักอาศัยภายในหอพัก

ขณะที่ นายประดุง จันทร์แดง ผู้พักอาศัยภายในหอพัก ซึ่งตนอยู่ที่นี่มาประมาณ 8 ปี เผยว่า ตนเคยคุยกับเด็กที่ถูกทำร้ายและพี่สาว ซึ่งพบว่าเป็นเด็กปกติ นิสัยร่าเริง ตามร่างกายก็ไม่พบว่ามีร่องที่ถูกทำร้าย ระบุว่าเหมือนเด็กทั่วไป
ส่วนตัวไม่เคยคุยกับแม่เด็ก บอกก่อนหน้านี้เคยเห็นคล้ายว่ามีตา ยาย มาเลี้ยงเด็กทั้งคู่ แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยพบว่าแม่รายนี้ทำร้ายลูกแต่อย่างใด ที่สำคัญครอบครัวนี้เพิ่งย้ายเข้ามาพักที่หอพักนี้ได้ประมาณ 2-3 เดือนเท่านั้นนายประดุง ยังบอกอีกว่าเมื่อตนเห็นคลิปเช่นนี้ก็เพิ่งทราบว่าเกิดเรื่องที่นี่ ที่ผ่านมาก็ไม่เตยได้ยินเสียงเด็กถูกทารุณ แต่ส่วนตัวก็รู้สึกตกใจ สะเทือนใจอยู่ เพราะคลิปดูรุนแรง

นายแพทย์อภิชาติ จริยาวิลาศ โฆษกกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณะสุข และจิตแพทย์ โรงพยาบาลศรีธัญญา บอกว่า  ขณะนี้ทางกรมสุขภาพจิต ขอยังไม่ให้ข้อมูล เนื่องจากยังไม่ได้มีการตรวจอาการเบื้องต้นของทางแม่เด็ก แต่เมื่อถามถึงการดูแลสุขภาพจิตโดยเบื้องต้น เมื่อเวลาพ่อกับแม่หรือคนในครอบครัวทะเลาะกัน ไม่อยากให้นำเด็กหรือลูก มาเกี่ยวข้องในสงครามการทะเลาะกันระหว่างผู้ใหญ่ เพราะอาจเป็นการทำให้เด็กซึมซับอารมณ์ความรุนแรงจากพ่อแม่หรือผู้ใหญ่

 

keyboard_arrow_up