พ่อธนบดีเปิดใจ ขอไม่ยุ่งเกี่ยวลูกโดนคดีโกง – เปิดตัวตนวัยเด็กถูกขัง – ว้าเหว่ – คนเมิน (คลิป)

ความคืบหน้ากรณีของ นายธนบดี จิตตา หรือน้องมีน อายุ 21 ปี นักธุรกิจเต็นท์รถมือสอง ที่มักอ้างตัวเป็นลูกหลานคนใหญ่คนโต และอ้างว่ารู้จักกับคนดัง ภายหลังถูกกลุ่มผู้เสียหลายรายเปิดเผยว่า เคยถูกนายธนบดีหลอกลวงต้มตุ๋น

ล่าสุด (10 ส.ค.) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้เดินทางมาที่บ้านพ่อของนายธนบดี ตามทะเบียนราษฎร์ ซึ่งพบว่าบ้านหลังดังกล่าว อยู่บริเวณชุมชนริมทางรถไฟบางซื่อ พอมาถึงพบว่า สภาพบ้านถูกปิดตาย มีลักษณะค่อนข้างเก่า และร้างเป็นอย่างมาก เมื่อสอบถามกับชาวบ้านใกล้เคียง พบว่า พ่อของนายธนบดีย้ายไปอยู่ที่ชุมชนตึกแดง เป็นสถานที่พักอาศัยของพนักงานรถไฟ  โดยอยู่ใกล้ๆกับบ้านหลังเดิม

บริเวณทางเข้าบ้านของครอบครัวนายธนบดี

นางแหวน (นามสมมุติ) ชาวบ้านในละเเวกดังกล่าวบอกว่า ตนเห็นนายธนบดีมาตั้งแต่เกิดจนครั้งสุดท้าย คือ ช่วงประถมศึกษาปีที่ 6 ช่วงวัยเด็กของนายธนบดี เวลาพ่อออกไปทำงานขับรถไฟ แม่จะชอบขังให้นายธนบดีอยู่บ้านเพียงคนเดียว แล้วก็หนีไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์ นายธนบดีก็จะร้องไห้เสียงดัง ตอนนั้นก็ต้องมีคนแง้มหน้าต่างแล้วคอยปลอบ แต่ก่อนนายธนบดีเป็นคนอัธยาศัยดี คุยเก่งมาก ออกแนวกะล่อน ต่อมานายธนบดีก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เริ่มก้าวร้าว ไม่อยากไปเรียน ทางพ่อก็บังคับให้ไป แต่นายธนบดีก็ไม่ยอมไป ประกอบกับช่วงนั้นพ่อและแม่ของก็เลิกกันไปมีครอบครัวใหม่ นายธนบดีเลยอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยง ซึ่งแม่แท้ๆก็มาหาบ้างบางครั้ง

นางแหวน (นามสมมุติ) ชาวบ้านที่อยู่บริเวณบ้านพ่อของนายธนบดี

โดย นางแหวน (นามสมมุติ) ยังเล่าให้ฟังอีกว่า แม่เลี้ยงนายธนบดีเป็นคนใจเย็น แต่นายธนบดีชอบมีปัญหากับแม่เลี้ยงอยู่บ่อยครั้ง เหมือนกับชอบเรียกร้องความสนใจ จนวันหนึ่งได้หนีออกจากบ้านไป ซึ่งพอเวลาผ่านไปนายธนบดีเริ่มโตเป็นหนุ่ม ก็ได้กลับมาที่บ้านอยู่บ้าง รูปร่างหน้าตาดูเปลี่ยนไป จนคนริมทางรถไฟต้องเรียกว่า ‘เสี่ยมีน’ ทุกคนต่างก็ดีใจกันยกใหญ่ที่นายธนบดีไปได้ดี แต่พอล่าสุดมาทราบข่าวว่า นายธนบดีถูกจับหลายคดี จึงรู้สึกตกใจและเสียใจมาก

ขณะที่พ่อของนายธนบดี บอกว่า “ผมไปเกี่ยวอะไรด้วย จะมาเอาอะไรกับผม ผมไม่ได้เลี้ยงมันตั้งแต่มันอายุ 11 ขวบแล้ว” โดยยอมรับว่ารู้เรื่องของนายธนบดีตามสื่อต่างๆ ก็รู้สึกตกใจ และเสียใจตามความรู้สึกของหัวอกคนเป็นพ่อ ลึกๆก็ยังรัก แต่จะให้ทำอย่างไร ก็ตนไม่ได้เลี้ยงมา ต้องทำใจ ทุกวันนี้ยังไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน โดยนายธนบดีมาหานับครั้งได้ มาแล้วก็มาเดินวน ๆ อยู่ในบ้าน ยกมือไหว้ก็กลับไป แล้วก็ไม่ได้ติดต่อกันมาอีกเลย หากถามว่าถ้านายธนบดีขอให้ตนช่วยเหลือเรื่องคดี ตนตอบได้เลยว่าไม่ เพราะนายธนบดีเป็นคนก่อเรื่อง ก็ต้องรับผิดชอบเอง เนื่องจากช่วยมาหลายเรื่องแล้ว ก็ขอให้ต่อจากนี้เป็นไปตามกระบวนกฎหมาย โดยขอร้องว่าอย่ามายุ่งกับตน เพราะเรื่องนี้ทำตนเครียดมาก เพราะส่งผลกระทบต่อการทำงานและครอบครัวใหม่หลายๆอย่าง โดยเฉพาะไม่อยากให้ลูกชายทั้ง 2 คนของภรรยาใหม่ ซึ่งยังเด็กน้อยอยู่มารับรู้เรื่องราวนี้ อยากจะวอนให้สังคมหยุดวิพากษ์วิจารณ์ถึงตนเสียที มันจะต้องให้ตายกันไปเลยหรืออย่างไร

 

keyboard_arrow_up