นาทีโหด! โจรฆ่าตา-ยายแทงปาดคอ ข้างห้องได้ยินกรี๊ดแต่ไม่ช่วย สลดถูกชิงเงินถี่ (คลิป)

วันที่ 15 ส.ค. 62 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี รับแจ้งมีสองสามีภรรยาถูกฆ่าเสียชีวิต ภายในห้องแถวให้เช่าที่เปิดเป็นร้านค้าขายของชำ เลขที่ 12/5 หมู่ 1 ต.หนองแสง อ.ประจันตคาม ก่อนรุดไปตรวจ พร้อมสอบแพทย์เวรฯ ร.พ.ประจันตคาม และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดประจันตคาม ที่เกิดเหตุที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวให้เช่าชั้นเดียว สภาพหน้าห้องกุญแจล็อกอยู่ มีกลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรงออกมาจากภายในห้องพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจให้กู้ภัยทำการตัดกุญแจห้อง เมื่อเปิดประตูตรวจสอบภายในห้องพบผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นสามีภรรยากัน ทราบชื่อคือนายสมบูรณ์ ทักษิโณ อายุ 63 ปี และน.ส.บุญหลาย จอมวรรณ อายุ 60 ปี

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.บุญหลาย ถูกมีดปลายแหลมแทงที่ลำคอด้านซ้าย มีสายไฟรัดคอแน่น

สภาพศพนางบุญหลาย

ส่วนศพนายสมบูรณ์ ถูกมีดปาดคอจนเสียชีวิต มีสภาพศพเน่าเหม็นจนขึ้นอืด คาดว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 3 วัน โดยศพของทั้งคู่พบว่ามีมีดปลายแหลมปักคาอยู่ที่ลำคอ

สภาพศพนายสมบูรณ์

โดยนายบุญมี โสมา อายุ 55 ปี ชาวบ้านข้างห้องที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ตนได้พบผู้ตายทั้งคู่ครั้งล่าสุด คือ วันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นตนก็ไม่พบผู้ตายอีกเลย ซึ่งตนคิดว่านายสมบูรณ์ผู้เป็นสามี จะพาน.ส.บุญหลายผู้เป็นภรรยาไปหาหมอที่โรงพยาบาลในตัวเมือง เนื่องจากฝ่ายหญิงเป็นคนที่มีร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไรนัก แต่ตนยอมรับว่าชาวบ้านละแวกนี้เริ่มได้กลิ่นเน่าตั้งแต่เมื่อวาน (14 ส.ค ) แต่ก็นึกว่ามีหนูตายจึงไม่ได้แปลกใจ จนกระทั่งวันที่ 15 ส.ค. กลิ่นเริ่มรุนแรงขึ้นจนชาวบ้านทนไม่ไหว ตนจึงเดินทางไปเรียกผู้ใหญ่บ้านที่เป็นผู้ดูแลห้องเช่าแห่งนี้ให้มาเปิดประตูห้อง จนพบศพสามี-ภรรยานอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้อง ตนคาดว่า เมื่อคนร้ายใช้มีดปักอกฝ่ายชายแล้ว ฝ่ายชายอาจจะยังไม่ตาย คนร้ายเห็นจึงนำสายไฟพัดลมมาผูกคอจนเสียชีวิต ส่วนศพภรรยาก็สภาพเช่นเดียวกัน แต่แค่ไม่มีสายไฟรัดคอเท่านั้น

ภาพจำลองเหตุการณ์

วันเกิดเหตุ ตนยอมรับว่าไม่ได้ยินเสียงร้องแต่อย่างใด แต่ปกติสามีภรรยาคู่นี้จะขยันขายของมาก แต่ช่วงดึกที่ปิดร้านแล้วนั้น จะไม่เปิดขายหากลูกค้าเสียงไม่คุ้นหรือไม่ใช่คนรู้จัก ซึ่งตนคาดว่าผู้ก่อเหตุก็น่าจะเป็นคนในละแวกใกล้เคียงกัน และคาดว่าสาเหตุในการฆาตกรรมในครั้งนี้ คือ ต้องการปล้นเอาเงิน เนื่องจากสามีภรรยาคู่นี้ค่อนข้างจะเป็นคนมีเงิน และมักจะชอบเอากระเป๋าเงินคาดเอว ซึ่งในกระเป๋าก็มักจะพกเงินติดตัวไว้ประมาณ 2-3 หมื่นบาททุกครั้ง และมักเป็นคนชอบนำเงินมาให้ทุกคนดู จนเคยถูกปล้นมาก่อนหน้านี้

นายบุญมี โสมา ชาวบ้านข้างห้องที่เกิดเหตุ

นายบุญมีเล่าต่อว่า ตนมารู้ภายหลังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัยครอบครัวหนึ่งที่อาศัยอยู่ละแวกเดียวกันกับผู้ตาย โดยหลังเกิดเหตุครอบครัวนี้ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย โดยมีผู้ชายวัย 30 ปี ภรรยาและลูกเล็ก ซึ่งตำรวจได้ตรวจลายนิ้วมือจากห้องผู้ต้องสงสัยปรากฎว่าตรงกัน จึงออกหมายจับทันที

นายทวีศักดิ์ สุรพันธุ์ ชาวบ้านห้องฝั่งตรงข้ามห้องเกิดเหตุ

ด้านนายทวีศักดิ์ สุรพันธุ์ อายุ 31 ปี อยู่ห้องเช่าฝั่งตรงข้ามห้องเกิดเหตุ  กล่าวว่า ในช่วงใกล้สว่างของวันที่ 13 ส.ค. ตนได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์วิ่งเข้ามาจอดใกล้ที่เกิดเหตุ  จากนั้นก็มีเสียงเคาะประตูพร้อมกับมีเสียงผู้ชายร้องเรียก “ตา ตา  ขอซื้อของหน่อย”  ต่อมาก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องดังแบบตกใจแล้วเสียงก็เงียบไป หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงจักรยานยนต์ขี่ออกไป ตนก็ไม่ได้สังเกตว่ามีอะไรเกิดขึ้น  จนกระทั่งเช้าวันนี้ตนและเพื่อบ้านได้กลิ่นเหม็น จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

 

keyboard_arrow_up