เปิดใจยาย “น้ำผึ้ง” สาวกระบะชน “น้องการ์ตูน” ยันยากจนไร้เงินเยียวยา ภาพอู้ฟู่รถหรูเป็นอดีต (คลิป)

กรณีที่กรณีที่ น.ส.น้ำผึ้ง ใจเสงี่ยม ขับรถกระบะเสียหลักพุ่งเข้าชนร้านสเต็กปากซอยเอกชัย 119 ถนนเอกชัย แขวงและเขตบางบอน กรุงเทพฯ เมื่อคืนวันที่ 19 ก.ย. 57  เป็นเหตุทำให้นายภานุทัต ศักดิ์สิทธิพันธ์ อายุ 42 ปี เจ้าของร้านเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และด.ญ.นราศิริ ศักดิ์สืบพันธ์ หรือ น้องการ์ตูน อายุ 5 ขวบ ลูกสาวบาดเจ็บสาหัส สมองได้รับความกระทบกระเทือน ต่อมาช่วงเดือน พ.ย. 59 ศาลฎีกาตัดสินจำคุก น.ส.น้ำผึ้ง เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา พร้อมกับให้จ่ายเงินชดใช้ จำนวน 6 ล้านบาท

ด.ญ.นราศิริ ศักดิ์สืบพันธ์ หรือ น้องการ์ตูน

ล่าสุดได้มีโซเชียลมีเดียลงเรื่องราวและภาพเกี่ยวกับน.ส.น้ำผึ้ง ว่าใช้ชีวิตอู้ฟู่มีเงินมีทอง และรถบิ๊กไบก์ อีกทั้งยังพบว่าเจ้าตัวมาเปิดร้านขายของภายในตลาดแห่งหนึ่งย่านเอกชัย

ภาพ น.ส.น้ำผึ้งที่ถูกแชร์บนโลกออนไลน์

วันที่ 10 ส.ค. 62 ที่ตลาดย่านเอกชัย นางบุญ (นามสมมติ) อายุ 71 ปี ยายของ น.ส.น้ำผึ้ง เปิดเผยว่า ระยะหลังไม่รู้ว่าหลานไปอยู่ที่ไหน หลังจากทราบข่าวจากเฟซบุ๊ก หลานสาวค่อนข้างเครียดและร้องไห้เพราะเกิดความกดดัน ซึ่งภาพที่โพสต์ก็ไม่ใช่ภาพของหลานสาวตนทั้งหมด แต่เป็นแฟนใหม่ของฝ่ายชายที่มีรูปร่างคล้ายกับ น.ส.น้ำผึ้ง เพราะตอนหลานสาวติดคุกนานนับปี ครอบครัวก็แตกแยก ฝ่ายชายก็ไปมีหญิงใหม่ ส่วนลูกของหลานสาวก็ไปอยู่ในการดูแลของแม่สามี และศาลก็สั่งฟ้องล้มละลายเอาไว้ ดังนั้นหลานสาวก็ไม่มีเงินที่จะไปจ่ายหนี้ให้กับผู้เสียหายอย่างแน่นอน

นางบุญ (นามสมมติ) ยายของ น.ส.น้ำผึ้ง

หลังจากที่พ้นออกจากคุกออกมา หลานก็พยายามออกมาใช้ชีวิตค้าขายและรับจ้างขายปลาทู โดยชีวิตก็ไม่ได้มีความสุขหรือมีเงินทองใช้ หลานสาวจึงไม่ได้ร่ำรวยเหมือนที่คนออกมาพูด ถ้าหากมีเงินทองก็คงไม่มาใช้ชีวิตแบบนี้ อีกทั้งครอบครัวก็ไม่สามารถที่จะไปจ่ายหนี้แทนได้ เพราะต่างฝ่ายต่างต้องทำมาหากินเช่นเดียวกัน ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าสังคมต้องการอะไร จึงได้มีการใช้ภาพเหล่านั้นมาสร้างให้เกิดความเข้าใจผิด โดยตนเองขอย้ำอีกครั้งว่า ภาพที่ถูกโพสต์เป็นภาพหลานสาวในอดีตตอนที่ยังไม่เกิดเรื่อง และหลานสาวของตนเองเป็นคนผิวดำไม่ใช่ผิวขาวในภาพ

นางสาวศรัญญา ชำนิ แม่น้องการ์ตูน

ด้านนางสาวศรัญญา ชำนิ แม่น้องการ์ตูน เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อปี 2557 น้องการ์ตูนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถพูดหรือสื่อสารอะไรได้ ต้องสังเกตจากสีหน้าอย่างเดียว ตนไม่สามารถรับรู้ความเจ็บปวดทางด้านร่างกายของลูกได้เลย ช่วงต้นปีหน้าน้องการ์ตูนมีนัดผ่าตัดกระดูกสะโพก หลังจากนั้นอีก 3 เดือนจะผ่าตัดกระดูกสันหลังที่คดงอเกือบตั้งฉาก

การใช้ชีวิตตอนนี้ ต้องดูแลร้านสเต๊กและร้านข้าวแกงที่อยู่ติดกัน หากมีเวลาช่วงพักร้านจะรีบแวะเข้าไปดูน้องที่บ้าน ส่วนน้องการ์ตูนมีคุณตากับคุณยายเป็นคนดูแล ตนจะได้กลับไปนอนกับน้องเพียงช่วงวันหยุดเท่านั้น และคงไม่ขอฝากอะไรถึงคู่กรณี เพราะเขารับรู้ได้เองอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มีจิตสำนึกที่จะรับผิดชอบ เขารู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ เพียงแต่เลือกที่จะไม่ปฏิบัติ

 

keyboard_arrow_up