“หญิงหน่อย” บอก “บิ๊กตู่” พูดแล้วทำด้วย ปมลั่นขอรับผิดชอบคนเดียว หลังกล่าวถวายสัตย์ไม่ครบ

วันที่ 8 ส.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็น กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว เรื่องกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบ โดยคุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่า

“#ผมขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

เป็นคำพูดที่ดี แต่การกระทำก็ควรจะต้องดี ให้สอดคล้องกับคำพูดด้วยค่ะ

พลเอกประยุทธ์ จันโอชา ได้พูดคำนี้ถึง 2ครั้ง

ครั้งแรก ตอนเป็น ผบ.ทบ.ได้เป็นผู้กระทำการรัฐประหาร ยึดอำนาจจากนายกรัฐมนตรีซึ่งถือเป็นผู้บังคับบัญชาของตน ด้วยตนเอง
ครั้งล่าสุด ในฐานะนายกรัฐมนตรีได้นำ ครม. เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อหน้าพระพักตร์ ด้วยตนเองอีกเช่นกันการใดที่ท่านกระทำด้วยตัวท่านเอง โดยที่ลูกน้องต้องปฏิบัติตามคำสั่ง หรือต้องกล่าวฯตามที่ท่านอ่าน ไม่สามารถปฏิบัตินอกเหนือเป็นอย่างอื่นได้ ถึงท่านไม่พูดว่าจะรับผิดชอบเอง ความรับผิดชอบสูงสุดมันก็เป็นของท่านอยู่แล้วค่ะดังนั้นสำหรับกรณีล่าสุด นอกเหนือจากการพูดว่าตนขอรับผิดชอบ ในสิ่งที่ตัวท่านปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้อยู่แต่เดิมแล้ว ท่านควรจะมีการกระทำที่ถูกต้อง ควบคู่กับไปด้วยหากท่านไม่ทราบว่าสิ่งที่ท่านได้กระทำนั้น มันไม่ถูกต้องอย่างไรบ้าง ก็จะขออนุญาตเรียนให้ทราบในแต่ละประเด็นที่สำคัญนะคะการถวายสัตย์ปฏิญาณตนของนายกรัฐมนตรี และ ครม.ทั้งคณะนั้น ถือเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์เป็นการกระทำต่อหน้าพระพักตร์องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ซึ่งในรัฐธรรมนูญได้กำหนดถ้อยคำเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งคณะรัฐมนตรีจะต้องกล่าวปฏิญาณตนตามที่เขียนไว้อย่างชัดเจน วิธีที่พึงกระทำคือ ผู้นำการถวายสัตย์ จะต้องอ่านถ้อยคำตามที่กำหนดให้ครบถ้วน

ถึงแม้คนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ไม่สามารถถือวิสาสะไปดัดแปลงหรือแต่งเติมใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดทอนสาระสำคัญ ที่จะทำให้เจตนารมณ์ในการปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญผิดเพี้ยนไป

หากนายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีปฏิญาณตน ด้วยถ้อยคำอันมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ก็จะมีความไม่ชอบในหลายมิติด้วยกันคือ

1. กระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ที่รับผิดชอบเรื่องกฎหมายของรัฐบาล ควรจะหาทางแก้ไขโดยเร็ว มิใช่ออกมาบอกว่า ประชาชนไม่ควรรับรู้ และปล่อยให้นายกฯ รวมถึงคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ บริหารราชการแผ่นดินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีการแก้ไข

เพราะหากการปฏิญาณตนไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว จะถือว่า ครม.ทั้งคณะปฏิบัติตน ขัดต่อฉันทามติของประชาชนทั้งประเทศ ที่ออกไปโหวตผ่านรัฐธรรมนูญนี้

2. เป็นการกระทำการมิบังควรต่อหน้าพระพักตร์ ซึ่งควรจะต้องรีบดำเนินการแก้ไขในทันที ไม่ใช่ดึงเวลาเพื่อเช็คกระแสสังคม

เรื่องนี้ควรดำเนินการ ขอพระราชทานอภัยโทษโดยเร็วที่สุด ตั้งแต่เริ่มแรกที่รู้ตัวว่ามีความผิดพลาด

การขอพระราชทานอภัยโทษ ถือเป็นพระราชอำนาจ ซึ่งเมื่อทรงมีพระราชวินิจฉัยอย่างไรแล้ว พสกนิกรทุกคนต้องน้อมรับใส่เกล้าใส่กระหม่อม

ขอย้ำว่าเรื่องนี้ ถือเป็นสามัญสำนึกของคนไทยทุกคนที่จงรักภักดีต่อสถาบันฯ ควรดำเนินการทันที โดยไม่ชักช้าประวิงเวลา

3. นายกรัฐมนตรี ควรปฏิบัติตนในลักษณะเปิดเผยต่อสังคม โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ ที่กระทบต่อความรู้สึกของประชาชน ในส่วนที่มิใช่ความลับของทางราชการ

แต่จนถึงวันนี้ประชาชนยังไม่ทราบเลยว่า ประโยคสั้นๆที่เขียนเป็นภาษาไทยอย่างง่ายๆ ให้นายกฯอ่านนำคณะรัฐมนตรีทั้งคณะนั้น มีความผิดพลาดตกหล่น ในขั้นตอนการเขียนหรือการอ่าน และสร้อยคำที่ต่อท้าย เพื่อให้จบคำกล่าวนั้น ถูกอ่านเพิ่มเติมมาได้อย่างไร

สุดท้ายนี้ขอย้ำอีกครั้งว่า
“พลเอกประยุทธ์ ควรเร่งแก้ไขในสิ่งที่เกิดขึ้นโดยทันที ไม่ใช่ออกมาบอกว่าผมรับผิดชอบเอง โดยไม่รีบดำเนินการแก้ไข ตามที่เป็นอยู่แบบนี้ค่ะ”

keyboard_arrow_up