เปิดภาพนาทีคนกวาดขยะโดนระเบิด ซ.พระราม 9 57/1 เจ็บ 3 คาด นร.ซุกป่วนอริ (คลิป)

วันที่ 2 ส.ค. 62 สืบเนื่องจากตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดประมาณ 5 จุด ในกรุงเทพฯ คือ หน้าอาคาร B ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ, พงหญ้า BTS ช่องนนทรี – ตึกมหานคร, ซอยพระราม 9 แยก 57/1, สระบัว หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย, สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย และอีก 3 จุดที่พบวัตถุต้องสงสัย

จุดที่พบวัตถุระเบิด
จุดที่พบวัตถุต้องสงสัย

โดยจุดที่บริเวณศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ มีรายงานพบระเบิด 4 ลูก แต่ระเบิดทำงาน 3 ลูก และเจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ได้ 1 ลูก ทั้งหมดเป็นระเบิดประเภทแสวงเครื่อง โดยจุดที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าอาคาร B ศูนย์ราชการ สระบัว หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย และสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย

ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ

โดย 1 ใน 3 ลูก ที่ระเบิดทำงาน มีผู้อยู่ในเหตุการณ์และได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดด้วยคือ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด โดนระเบิดขณะขับรถมาทำงานบริเวณถนนด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพไทย ทำให้รถได้รับความเสียหาย

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด

โดยนายอนุรักษ์ กองแก้ว อายุ 43 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง จุดตรงข้ามกับกองบัญชาการกองทัพไทย บอกว่าเวลาประมาณ 09.00 น. ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นสนั่น มีเศษหินตกกระเด็นตกลงมาใส่ซุ้มวินรับจ้าง ขณะนั้นสังเกตเห็นว่ามีรถเก๋งสีขาวคันหนึ่ง ขับผ่านมาด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพไทย และมีควันโขมงออกมาอยู่บริเวณนั้น ตอนนั้นก็รู้แล้วว่าน่าจะเป็นเสียงระเบิด ตนและพรรคพวกจึงรีบตะโกนบอกและโบกไม้โบกมือให้เจ้าของรถเก๋งคันสีขาวขับออกมาจากจุดที่มีควัน จนเจ้าของรถขับรถออกมาไกลประมาณ 15 เมตร และจอดลงมาดูรถด้วยอาการตกใจ โดยมาทราบทีหลังว่าเจ้าของรถคือรองโฆษกสำนักอัยการสูงสุด

นายอนุรักษ์ กองแก้ว ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง

เบื้องต้นจากการตรวจสอบระเบิดบริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพไทย แรงระเบิดสร้างความเสียหายส่งผลให้พุ่มไม้บริเวณด้านหน้า และม้านั่งหินอ่อน ได้รับความเสียหาย ส่วนบริเวณด้านหน้าศูนย์ราชการอาคาร B พุ่มไม้บริเวณทางเข้าได้รับความเสียหายเช่นกัน แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

สระบัวหน้ากองบัญชาการกองทัพไทย

นอกจากนี้ ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส สถานีช่องนนทรี หน้าตึกคิงพาวเวอร์มหานคร ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เนื่องจากถูกสะเก็ดระเบิด 6 ราย

สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่องนนทรี

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด EOD เเละเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ และเคลียร์พื้นที่ จากการตรวจสอบชนิดระเบิดพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ระยะทำการ 10-15 เมตร

ร่องรอยจากสะเก็ดระเบิด

โดยนางสาวรัตนา สานิชัย อายุ 40 ปี พนักงานร้านเสริมสวย เปิดเผยว่า ช่วงเช้าได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น 1 ลูกตอนแรกนึกว่าเสียงฟ้าผ่า แต่สักพักได้ยินอีก 1 ลูก ตนจึงรีบวิ่งออกมาดู ภาพที่เห็นคือพนักงานก่อสร้างที่อยู่หน้าตึกมหานครได้วิ่งกรูออกมาจากไซต์งานก่อสร้าง

นางสาวรัตนา สานิชัย พนักงานร้านเสริมสวย (ซ้าย)

นอกจากนี้คนในบริเวณนี้ก็ต่างตะโกนโหวกเหวกโวยวายว่า “ระเบิดๆ” ตนก็ตกใจมาก รีบวิ่งเข้าร้านและปิดประตูร้านทันที ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาก่อน หลังจากนี้จึงกังวลเรื่องของความปลอดภัย

พนักงานกวาดขยะที่ได้รับบาดเจ็บ

ส่วนที่บริเวณซอยพระราม 9 57/1 ระเบิดในจุดดังกล่าวนี้ ส่งผลให้พนักงานกวาดของสำนักงานเขตสวนหลวง กทม. จำนวน 3 คน ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในซอย ถูกแรงระเบิดบาดเจ็บนำตัวส่งโรงพยาบาล 2 คน ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนอีก 1 คนกลับบ้านได้แล้ว

เจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บ

โดยช่วงเวลา 15.00 น. นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ์ กระทรวงยุติธรรม เดินทางมาเยี่ยม ให้กำลังใจ และแจ้งสิทธิ์กับผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ ที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสิรินธร ซึ่งกระทรวงยุติธรรมเตรียมเรื่องค่าเยียวยา แบ่งเป็นค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 40,000 บาท ค่าฟื้นฟูสภาพร่างกาย 20,000 บาท ค่าการขาดประโยชน์จากการทำงาน ซึ่งทางกรมคุ้มครองสิทธิ์จะดำเนินการตามขั้นเพื่อให้ผู้เสียหายได้รับเงินเยียวยาเร็วที่สุด

เจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บ

ด้าน นพ.ยลชัย จงจิระศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิรินธร เปิดเผยว่า อาการล่าสุด ผู้บาดเจ็บ 2 ท่าน มีอาการแก้วหูทะลุ ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่า 3 เดือน หากยังไม่ดีขึ้นอาจต้องเข้ารับการผ่าตัด อีกทั้งยังมีแผลถลอกที่แก้วตา และบาดแผลอื่น ๆ ตามใบหน้า สิ่งที่กังวลมากที่สุดคือแผลถลอกที่ดวงตา เนื่องจากหากมีการติดเชื้ออาจส่งผลให้ตาบอดได้ ขณะนี้ผู้ป่วยมีอาการมึนหัว ปวดหู ต้องพูดเสียงดังขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะในการปรับสภาพร่างกาย

นายชวน ศรีเมือง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใกล้จุดเกิดเหตุ (ซ้าย)

ด้านนายชวน ศรีเมือง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใกล้จุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุประมาณ 08.30 น. ตนเองอยู่ภายในป้อม รปภ. ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 100 เมตร เมื่อระเบิดทำงาน ตนได้ยินเสียงดังสนั่น จึงรีบวิ่งออกมาดู เห็นพนักงานทำความสะอาดต่างแตกตื่น วิ่งขอความช่วยเหลือ ต่อมาเห็นคนเจ็บถูกอุ้มไปพิงอีกฟากของกำแพง

นายชวน ศรีเมือง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใกล้จุดเกิดเหตุ

ส่วนตัวเข้าใจว่าเป็นเสียงดังของหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด แต่เมื่อเดินมาที่เกิดเหตุถึงทราบว่าเป็นแรงจากระเบิด ส่วนตัวเชื่อว่าเหตุการณ์ตรงจุดนี้ เป็นระเบิดของนักเรียนช่างที่นำอุปกรณ์ อาวุธมาซุกซ่อนไว้ เนื่องจากพบพฤติกรรมแบบนี้เป็นประจำ

ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะระเบิดทำงาน

นอกจากนี้ กล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ ช่วงเวลา 08.38.27 น. บันทึกภาพวินาทีที่พนักงานทำความสะอาดนับ 10 คน กำลังทำงานอยู่ แต่ระหว่างนั้นพบว่ามีกลุ่มควันสีขาวพุ่งขึ้นมา ซึ่งเป็นนาทีที่ระเบิดทำงาน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบ จนสามารถจับกุมนักเรียน 3 คน อายุ​ 15-19​ ปี พร้อมของกลาง​ระเบิดแบบประดิษฐ์ทำเอง จำนวน 1 ลูก​ อาวุธปืนปากกา​ 1​ กระบอก​ กระสุนปืน​ ขนาด.38​ มม.​ จำนวน​ 1​ นัด ​และอาวุธมีด​ 2​ เล่ม ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น​ ส่วนของกลางที่พบ อ้างว่านำไปทิ้งไว้ในซอยเพื่อเตรียมไว้ป้องกันตัว​เท่านั้น

keyboard_arrow_up