ขวัญผวา! 2 ไอ้โม่งส่งภาษาเวียดนาม เคาะห้องเพื่อนร่วมชาติ ก่อนมัดมือเท้า กวาด 1 แสนหนี (คลิป)

วันที่ 30 ก.ค. 62 ที่หอพักในพื้นที่หมู่ 7 ซอยพรทิพย์ ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร หลังจากเวลาประมาณ 08.00น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีหญิงสาวสองคนและชายหนึ่งคน ทั้งหมดเป็นคนสัญชาติเวียดนาม

ชาวเวียดนาม ผู้เสียหาย

โดยผู้เสียหายบอกว่าเวลาประมาณ 03.00 น. คนร้ายบุกเข้ามาเคาะประตูเรียก พร้อมอาวุธปืนและมีดติดตัวมาด้วย ได้ถามหาผู้หญิงชื่อแอน ก่อนบุกห้องพักจับหนุ่มสาวเวียดนาม คลุมหัวมัดมือมัดเท้า ปล้นทรัพย์ร่วมแสน

ภาพจำลองเหตุการณ์

ล่าสุด มีการสนธิกำลังกันระหว่างตำรวจสืบสวนภูธรภาค 7 ตำรวจสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ตำรวจสืบสวนกระทุ่มแบนและตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสมุทรสาคร ลงพื้นที่เก็บหลักฐานไล่กล้องบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยกล้องวงจรปิดบริเวณซอยที่เกิดเหตุบันทึกภาพคนร้ายเป็นชาย 2 คน เดินเข้ามาในซอยของหอพัก เมื่อมาถึงบริเวณประตูทางเข้า ซึ่งประตูนี้เป็นประตูเดียวที่ผู้พักอาศัยเดินเข้าออก คาดว่าคนร้ายเห็นกล้องวงจรปิด และมีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 1 คน ดูต้นทางด้านนอก ชายสองคนยืนที่ประตูคาดว่าเห็นกล้องวงจรปิด จึงตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในซอย และน่าจะใช้ช่องทางอื่นในการปีนเข้าไปก่อเหตุ

ภาพจากกล้องวงจรปิด

โดยนายธีรเดช จันทร์แสง อายุ 33 ปี เป็นผู้พักอาศัยที่อยู่มานานกว่า 10 ปี บอกว่า เหตุการณ์นี้ตนเองก็ไม่รู้ว่าแท้จริงนั้นเป็นอย่างไร แค่ได้ยินคนในห้องเช่าพูดกันเมื่อช่วงเช้ามืดว่ามีคนร้ายเดินตามเข้ามาก่อเหตุ และยังบอกอีกว่าหอพักแห่งนี้รั้วรอบขอบชิด เข้าออกได้ทางเดียว ด้านหลังก็เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ทำการปิดกั้นอย่างแน่นหนาไม่มีใครสามารถเข้าไปได้ ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ จะมีเพียงแค่เคยได้ยินว่ามีการจี้ปล้นกันข้างนอกเท่านั้น

นายธีรเดช จันทร์แสง ผู้พักอาศัยในที่เกิดเหตุ

สำหรับเหตุการณ์นี้ ถ้าคนร้ายไม่ได้เข้ามาทางประตู ก็น่าจะปีนตะแกรงรั้วข้างหอพัก เพราะครั้งหนึ่งตนเองเคยลืมกุญแจไม่สามารถเปิดประตูทางเข้าได้ เป็นช่วงเวลาที่ดึกแล้ว ไม่อยากตะโกนรบกวนให้ผู้เช่าห้อง ที่ใกล้กับประตูออกมาเปิดให้ จึงปีนช่องตะแกรงตรงนี้เข้าไป และตรงบริเวณช่องตะแกรงตรงนี้ใกล้กับต้นไม้ร่มรื่น เด็ก ๆ มักจะชอบมาวิ่งเล่นกัน ตนเองและแฟนจะนำต้นไม้ปลูกใส่กระถางมาวางเรียงไว้นานแล้ว ในยามค่ำคืนค่อนข้างจะมืดและไม่มีกล้องวงจรปิด

รั้วหอพักที่เกิดเหตุ

สำหรับหญิงปริศนาชื่อ “แอน” เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้ตัดประเด็น ยังคงเร่งติดตามตัวว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรืออาจจะเป็นเพียงแค่การถูกกล่าวอ้าง ซึ่งจริง ๆ แล้ว ผู้เสียหายทั้งสามคนเพียงแค่รู้จัก แต่ไม่ได้พักอาศัยด้วยกัน ความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งคือคนร้ายน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของคนสัญชาติเดียวกัน และรู้ว่ามีทรัพย์สินจึงลงมือก่อเหตุ

keyboard_arrow_up