กว่าจะมีวันนี้ของ ‘เจ้าสัวเจริญ’ เส้นทางสู่มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของไทย

นาทีนี้คงไม่มีประเด็นไหนร้อนแรงเท่ากับการที่บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ ไทยเบฟ
ของเจ้าสัว เจริญ สิริวัฒนะภักดี บรรลุข้อตกลง ทุ่ม 11,300 ล้านบาท ซื้อร้านสาขา KFC จากกลุ่มบริษัท Yum Restaurant จำนวน 240 สาขาในไทย เพื่อสยายปีกธุรกิจ โดยในปีที่แล้วเขาเพิ่งใช้เงิน 3,400 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 122,400 ล้านบาทผ่านกลุ่มบริษัททีซีซี กรุ๊ป เพื่อซื้อหุ้น ‘บิ๊กซี’ 58.6 เปอร์เซ็นต์จาก ‘คาสิโนกรุ๊ป’ ประเทศฝรั่งเศส และก้าวขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่แทน และซื้อหุ้น Ticon บริษัทประกอบธุรกิจเป็นผู้ก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้าให้เช่า ในนิคมอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม เขตส่งเสริมอุตสาหกรรม และทำเลอื่นที่มีศักยภาพในประเทศไทย โดยโรงงานของบริษัทตั้งอยู่ในนิคม 15 แห่ง กว่า 13,230 ล้านบาท

เป็นที่รับรู้กันและปฏิเสธไม่ได้ว่าที่มาของความร่ำรวยของ ‘เจ้าสัวเจริญ’ คือธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่แม่โขง แสงโสม จนถึงเบียร์ช้าง รวมหลายสิบแบรนด์ที่สามารถเข้าถึงทุกกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในตลาด ตั้งแต่ระดับรากหญ้า จนถึงระดับไฮเอนด์

ในปี 2559 เจ้าสัวเบียร์ช้าง ผงาดขึ้นมานั่งแท่นอันดับ 1 บุคคลที่รวยที่สุดในประเทศไทย และติดอันดับที่ 94 ของโลก ด้วยทรัพย์สิน 10,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แซง เจ้าสัวซีพี หรือนายธนินท์ เจียรวนนท์ ที่หล่นมาอยู่อันดับ 2 ของประเทศไทย ด้วยทรัพย์สิน 6,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจัดอันดับโดยนิตยสารชื่อดัง ฟอร์บส์

ย้อนกลับไป เจ้าสัวเจริญ หรือนายเจริญ สิริวัฒนะภักดี มีชื่อเดิมว่า ‘โซวเคียกเม้ง’ เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2487 บิดามีอาชีพ ‘ขายหอยทอด’ เป็นคนมีหัวคิดทางด้านการค้าตั้งแต่เด็กๆ แม้จะเรียนซ้ำชั้นถึง 8 ปี กว่าจะจบป.4 แต่ก็มีข้อดีทำให้มีเพื่อนหลายรุ่น และมีเวลานานพอที่จะหาเลี้ยงชีพด้วยการขายของเล็กๆ น้อยๆ เมื่ออายุได้ 11 ปี ก็เริ่มรับจ้างเข็นรถส่งสินค้าย่านสำเพ็ง จากนั้นก็เริ่มขยับขยายเป็นพ่อค้าหาบเร่

ในปี 2504 โซวเคียกเม้งได้เป็นลูกจ้างในบริษัทย่งฮะเส็ง และห้างหุ้นส่วนจำกัด แพนอินเตอร์ ที่จัดส่งสินค้าให้โรงงานสุราบางยี่ขัน และเพียงปีเดียวเขาได้เป็น ‘ซัพพลายเออร์’ ให้โรงงานสุราบางยี่ขันเอง นำมาสู่การรู้จักกับ
‘จุล กาญจนลักษณ์’ ผู้เชี่ยวชาญการปรุงรสสุรา โดยเฉพาะสูตร ‘แม่โขง’ ทั้งคุ้นเคยกับเจ้าสัว ‘เถลิง เหล่าจินดา’ ผู้มีอำนาจในการจัดซื้ออุปกรณ์ทุกอย่างของโรงงาน โซวเคียกเม้ง กลายเป็นขุนพลคู่ใจของเจ้าสัวเถลิงในเวลาไม่นาน เพราะความอ่อนน้อมถ่อมตน และมีสัมมาคารวะ กลยุทธ์และเคล็ดลับในการทำธุรกิจสุราจึงเป็นของเขาในที่สุด

การเข้ามาอยู่ในวงการเจ้าสัว ไม่เพียงแต่ทำให้ โชวเคียกเม้ง ได้เติบโตในเรื่องของธุรกิจเท่านั้น แต่ยังได้พบกับคู่คิดและคู่ชีวิตอย่าง ‘วรรณา แซ่จิว’ หรือปัจจุบันคือ ‘คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี’ บุตรสาวของเจ้าสัวกึ้งจู แซ่จิว ที่เข้ามามีบทบาททั้งเรื่องสถาบันครอบครัวและธุรกิจ

ในปี 2518 บริษัทธารน้ำทิพย์ กลุ่มผู้มีอิทธิพลทางด้านน้ำเมาอย่างเจ้าสัวเถลิงและ ‘เจริญ’ ที่มีหูตากว้างไกลและช่ำชองในธุรกิจสายนี้ก็เข้ามาซื้อกิจการต่อ และพัฒนากิจการจนกลายเป็นบริษัทแสงโสมในปัจจุบัน

ครอบครัวของภรรยาเริ่มเข้ามามีบทบาทในเส้นทางธุรกิจของ เจริญ เมื่อปี 2529 เขากลายเป็น ‘เจ้าสัว’ ได้เข้าสู่ธุรกิจธนาคาร และการเงิน ด้วยความช่วยเหลือของ ‘พ่อตา’ เขาซื้อหุ้นในธนาคารมหานคร บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มหาธนกิจ ซื้อหุ้นในบริษัทอาคเนย์ประกันภัย และอีกหลายกิจการ

ในปี 2537 ซื้อกิจการกลุ่มโรงแรมอิมพีเรียล ที่มีโรงแรมในเครือจำนวนมากจากนายอากร ฮุนตระกูล จากนั้น ‘เจ้าสัวเจริญ’ ก็ขยายธุรกิจอย่างไม่เคยหยุดยั้ง จนกระทั่งถึงปัจจุบัน โดยมีทายาท 5 คน พร้อมสานต่อ คือ อาทินันท์, วัลลภา, ฐาปน, ฐาปนี และ ปณต

ธุรกิจในอาณาจักรของเจ้าสัวเจริญเรียกว่าครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น

อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งแอลกอฮอล์ นอนแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มน้ำอัดลมเสริมสุข เอฟแอนด์เอ็น ไทยเบฟ โออิชิ เป็นต้น และแต่ละบริษัทในเครือ ก็มีระบบลอจิสติกส์ ที่แข็งแกร่งทั้งสิ้น

กลุ่มอุตสาหกรรมและการค้า อย่างเช่น บีเจซี หรือเบอร์ลี่ยุคเกอร์ ซึ่งมีสินค้าอุปโภคและบริโภคมากมายหลายแบรนด์ ทั้งที่เป็นสินค้าของตัวเองและที่รับจัดจำหน่าย

ปี 2544 ซื้อ ‘BJC’ มูลค่า 4,372 ล้านบาท

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีก ที่มีทั้งโรงแรม ศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน พลาซ่า เป็นต้น

ปี 2550 ซื้อหุ้น ‘ยูนิเวนเจอร์’ มูลค่า 452 ล้านบาท
ปี 2559 ซื้อ ‘Big C’ มูลค่า 1.22 แสนล้านบาท

กลุ่มธุรกิจประกันภัยทั้งชีวิต วินาศภัย

กลุ่มธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรม

ปี 2559 ซื้อหุ้น ‘TICON’ มูลค่า 13,230 ล้านบาท

 

และกลุ่มธุรกิจสื่ออย่าง อมรินทร์พรินติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง

ปี 2559 ซื้อ ‘หุ้นอมรินทร์ พริ้นติ้ง’ มูลค่า 850 ล้านบาท

ปรัชญาการดำเนินธุรกิจที่เป็นเลื่องลือของเจ้าสัวเจริญ คือ การซุ่มซ่อนยาวนาน สะสมทุน รอคอยโอกาส ที่สำคัญ ‘คุณธรรมน้ำมิตร’ ที่ว่า ‘บุญคุณต้องทดแทน’ ทำให้เส้นทางของการเติบโตธุรกิจของเขายังมีโอกาสอีกยาวไกล

keyboard_arrow_up