ตระกูลไฮโซบุกอุ้มแม่ชราหายลึกลับ ลูกทหารหวั่นเอาไปอ้างรับมรดก 300 ล้าน (คลิป)

วันที่ 24 ก.ค. 62 พ.อ.โยธิน อัศวเมธ ร้องเรียนว่า พี่สาว 3 คน ลักพาตัวแม่อายุ 86 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ไปกักขังหน่วงเหนี่ยวที่บ้านหลังหนึ่ง ย่านรามคำแหง โดยรู้มาว่าพี่สาวได้ขังแม่ไว้เพื่อหวังเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินและมรดก โดยตนเองดูแลแม่มากว่า 10 ปี ก่อนหน้านี้พี่สาวแอบไปเดินเรื่องขอเป็นผู้อนุบาลแม่ โดยตนเองไม่เคยรู้มาก่อน และศาลแต่งตั้งให้เป็นผู้อนุบาลตั้งแต่เดือน ก.พ.62 ผ่านมา 5 เดือน ไม่เคยมาแจ้งตนเองว่าเป็นผู้อนุบาล แต่จะมาเยี่ยมแม่เดือนละประมาณ 3 ครั้ง

กระทั่งวันที่ 22 ก.ค. อยู่ดี ๆ จะมาเอาแม่ไปเลี้ยงดู ตอนนี้มีคดีที่แม่ต้องต่อสู้ ถ้าชนะคดีจะได้ทรัพย์สิน 200-300 ล้านบาท ดังนั้นการเป็นผู้อนุบาลจะได้บริหารทรัพย์สินทั้งหมด ซึ่งตนเองได้แจ้งความแล้วที่ สน.บางชัน ตนเองอยากรับแม่กลับมาอยู่ด้วย แต่ไม่กล้าเข้าไปช่วยออกมา เพราะกลัวโดนพี่สาวแจ้งข้อหาบุกรุก หลังจากนั้นวันนี้จะไปร้องเรียนที่มูลนิธิปวีณาฯ ให้ช่วยเหลือด้วย

พ.อ.โยธิน อัศวเมธ และแม่

ด้านนางศศิกานต์ อัศวเมธ ภรรยาของพ.อ.โยธิน เปิดเผยด้วยว่า เดิมตนและสามีเป็นผู้ดูแลแม่มาโดยตลอด ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 12 ก.ค. ช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. ตนเองออกไปทำบุญนอกบ้าน มีเพียงคนงานที่บ้านคอยดูแลแม่สามีอยู่ ระหว่างนั้นพี่สาวของสามี 3 คน เดินทางมาที่บ้าน ทำทีมาเยี่ยมแม่ ซึ่งปกติครอบครัวตนไม่เคยปิดกั้นการเข้ามาเยี่ยมอยู่แล้ว วันดังกล่าวพี่สาวสามีบอกว่าแม่ตัวร้อน จึงจะให้ไปโรงพยาบาลและเรียกรถกู้ชีพมารับแม่ไป ตนเองสอบถามจากคนงานที่บ้านทราบว่า วันดังกล่าว พี่สาวของสามีหนึ่งคนมีการเดินเข้าเดินออกบ้าน และโทรศัพท์อยู่ตลอด คล้ายกังวลว่าตนและสามีจะกลับมา อีกทั้งแม่สามีขณะนั้นกำลังถ่ายอยู่ในห้องน้ำ พี่สาวคนหนึ่งกลับทำทีเร่งรีบ บอกให้รีบใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ โดยไม่ต้องล้างก้น ซึ่งตนยังงงว่าแบบนี้เรียกว่ารักแม่ได้อย่างไร

นางศศิกานต์ อัศวเมธ ภรรยาของ พ.อ.โยธิน

จากนั้นพี่สาวสามีก็นำแม่ออกจากบ้านไป จากวันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลา 12 วัน ก็ยังไม่พาแม่กลับมา ซึ่งวันเกิดเหตุนั้นตรงกับวันที่ศาลมีการนัดอ่านคำพิพากษาเกี่ยวกับคดีมรดกของแม่ ที่มีข้อพิพาทมานาน หากคดีตัดสิน และฝ่ายแม่สามีชนะอาจจะได้รับเงินสูงถึง 2-3 ร้อยล้านบาท ส่วนตัวไม่ทราบว่ามารับแม่ไปด้วยสาเหตุนี้หรือไม่ โดยสามีพยายามติดต่อหาฝ่ายพี่สาวแล้ว แต่ก็ไม่รับสาย จนกระทั่งติดต่อกลับมาเมื่อวันที่ 18 ก.ค. แต่ยืนยันว่าแม่สามียังมีร่างกายแข็งแรง ไม่ได้ป่วย ไม่ใช่ผู้ป่วยติดเตียง ตนเองไม่รู้ว่ากลุ่มพี่สะใภ้ต้องการอะไร ทำไปเพื่ออะไร หากอยากได้อะไรตนอยากให้มาคุย เพราะสิ่งที่ฝ่ายตนห่วงที่สุดคือสุขภาพของแม่ และอยากบอกไปถึงคนที่ทำเช่นนี้กับแม่ ขอให้หยุดทำเพราะมันเป็นกรรม

keyboard_arrow_up