ชาวนาผูกคอตาย ญาติเผยเครียดหนี้ 2 แสน เช่าที่ปลูกข้าว เกษตรกรพ้อราคาตก ต้นทุนสูง ขาดทุน (คลิป)

จากกรณีที่ น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.จ.นครปฐม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเล่าถึงเรื่องราวของชาวนารายหนึ่งที่ผูกคอตายหนีปัญหาหนี้สินจากข้าวไม่ได้ราคา โดยทิ้งจดหมายเขียนระบายความเครียดไว้ให้ครอบครัว ทราบชื่อคือนายพงศา อินทร์อยู่ อายุ 49 ปี ชาว ต.ไทรงาม อ.บางเลน จ.นครปฐม โดยพิธีศพเสร็จสิ้นไปตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. 62

วันที่ 23 ก.ค. 62 นางยุพิน เล็บครุฑ อายุ 44 ปี น้องสาวผู้เสียชีวิต เล่าว่า เช้าวันเกิดเหตุ (17 ก.ค.) ตนกับพี่ชายก็ยังคุยกันปกติ โดยไม่ได้มีอาการอะไรบ่งบอกว่าพี่จะตัดสินใจฆ่าตัวตาย พี่ก็ยังฝากเงินมาทำบุญ เพราะตนจะออกไปทำบุญที่วัด พอออกไปได้สักพักสามีกับเพื่อนบ้านก็แจ้งข่าวว่าพี่ชายผูกคอตายในห้องน้ำที่บ้าน จึงรีบกลับมาดูพบว่าพี่ชายเสียชีวิตแล้ว และทิ้งจดหมายไว้เนื้อความว่า “ขอโทษทุกคนด้วย แม่ พี่ น้อง ผมหมดแรงทำกินจริง ๆ หนี้ก็มาก ทำกินไม่เจริญ ขายรถให้เล็กด้วย บอกป้าสีฝากลูกด้วย รักทุกคน รักลูกเมียมากหมดกำลังใจอยู่ต่อ ขอโทษด้วย”

ข้อความที่ผู้ตายเขียนไว้ก่อนเสียชีวิต

ทั้งนี้ ครอบครัวก็ยังตกใจและทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้พี่ชายเคยบ่นเรื่องหนี้สิน ราคาข้าวตกต่ำมาตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมากว่า 200,000 บาท และเป็นเสาหลักที่ต้องดูแลภรรยาที่ทำงานโรงงานและลูกสาว 2 คนที่กำลังเรียนอยู่และแม่วัยชรา

นางยุพิน เล็บครุฑ น้องสาวผู้เสียชีวิต

ด้านนางนิศาภัทร์ พึ่งประชา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 ต.ไทรงาม เปิดเผยว่า ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ก็จะประกอบอาชีพทำนาทำสวน ซึ่งช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ต่างประสบปัญหาราคาข้าวตกเหมือนกันทุกครัวเรือน รวมถึงตนด้วย ยอมรับว่าลำบากมากจริง ๆ

นางนิศาภัทร์ พึ่งประชา ผู้ใหญ่บ้าน

ส่วนตัวของผู้เสียชีวิตตนก็รู้จักดี นายพงศาก็จะคอยมาพูดคุยปรึกษาถึงปัญหาหนี้สินที่เกิดขึ้นจากการขายข้าวได้เงินไม่พอกับค่าใช้จ่าย ตนก็คิดว่าแต่ละคนก็มีขีดจำกัดมีความเข้มแข็งในจิตใจในระดับที่ต่างกัน คนอื่น ๆ ที่ประสบปัญหาก็มีความเครียดบ้าง แต่ก็ไม่ถึงขั้นทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายแบบนี้ อยากจะวอนขอให้รัฐบาลเล็งเห็นถึงปัญหาของชาวนาด้วย ช่วยปรับในเรื่องของราคาข้าวให้ดีขึ้นกว่านี้ ให้ได้ลืมตาอ้าปากกันได้ เพราะทำทุกวันนี้เหมือนทำไปใช้หนี้มากกว่า

นายสุวิชย์ สอาดเอี่ยม ชาวนาในพื้นที่

ขณะที่นายสุวิชย์ สอาดเอี่ยม อายุ 43 ปี ชาวนาในพื้นที่ เปิดเผยว่า การทำนารอบที่ผ่านมาของตน พื้นที่เกือบ 50 ไร่ ได้ข้าวมาแค่ 24 เกวียน จากปกติที่ต้องได้ไร่ละ 1 เกวียน ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพอากาศส่วนหนึ่ง โดยราคาปัจจุบันเกวียนละประมาณ 5,000-6,000 บาท จากเมื่อหลายปีก่อนเคยได้อยู่ที่ 10,000 กว่าบาท ซึ่งจะได้เงินจากการขาย 144,000 บาท คิดจากราคาเกวียนละ 6,000 บาท เมื่อหักต้นทุนการทำนารวมค่าเช่าที่ตกไร่ละ 4,500 บาท ฉะนั้นทำนา 50 ไร่ ต้นทุนทำนาทั้งหมดคือ 225,000 บาท

รายได้จากการทำนาของนายสุวิชย์

นายสุวิชย์กล่าวต่อว่า ราคาข้าวตกลงไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ทุกวันนี้ต้องกัดฟันสู้ ทำเท่าที่ทำได้ ทั้ง ๆ ที่ลำบากมาก เจอปัญหารอบด้าน ต้องไปกู้ธนาคาร และกู้เงินนอกระบบ ซึ่งตนพยายามหาทางแก้ปัญหาแต่ก็ยังแก้ไม่ได้ คงต้องรอความหวังจากภาครัฐอย่างเดียว

keyboard_arrow_up