บุกพิสูจน์เต็นท์รถเหยื่อ “ธนบดี” เจอแล้วอึ้ง! ชาวบ้านแฉขนรถเผ่นนับปีก่อน ตร.ลง (คลิป)

จากกรณี นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือ เสี่ยโป้ ออกมาแฉพฤติกรรมฉ้อโกงของ นายธนบดี จิตตา หรือ “มีน” ที่หลอกขายรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น เอ็มอาร์เอส สีเหลือง ให้กับนายบอล รุ่นน้องเสี่ยโป้ หลังจากนั้น นายณัฐวุฒิ สุดธนกิจ หรือ “บูม” อายุ 38 ปี เจ้าของรถตัวจริงได้ติดต่อมาหา เสี่ยโป้ พร้อมกับระบุว่า รถคันดังกล่าว ตนเองนำไปฝากขายที่เต็นท์รถคาร์แฟร์กรุ๊ป ย่านสายไหม เมื่อเดือน มิ.ย. 59 หลังจากนั้นรถกลับหาย และติดต่อนายฐาพบ ไม่ได้จนกระทั่ง นายณัฐวุฒิ มาทราบข่าวอีกครั้ง เมื่อเห็น นายธนบดี โพสต์เฟซบุ๊กว่าขายรถให้กับรุ่นน้องเสี่ยโป้ ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. ตนจึงแจ้งความไว้ที่ สน.คันนายาว วันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา พร้อมติดต่อเสี่ยโป้ เพื่อขอรถคืน

น้องชายเสี่ยโป้ ที่ถูกนายธนบดีหลอกขายรถยนต์

หลังจากเสี่ยโป้ ให้สัญญาว่า จะเป็นคนกลาง ช่วยติดตามนำรถมาคืนให้ นายณัฐวุฒิ เจ้าของรถ เปิดเผยว่า ถ้าหากเสี่ยโป้ นำรถมาคืนให้ ตามที่ตกลงกันไว้ ตนก็จะไม่ดำเนินคดีเอาผิดกับ นายบอล น้องของเสี่ยโป้ โดยเสี่ยโป้ ให้สัญญาว่า จะนำรถมาคืนให้ภายในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ (9 ส.ค.) ส่วนสถานที่คืนรถ อยู่ระหว่างการตกลงกัน ซึ่งนายณัฐวุฒิ ยอมรับว่า รู้สึกดีใจที่จะได้รถคืน แต่หากถึงวันศุกร์แล้วไม่ได้รถคงจะต้องดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย

ทีมข่าวติดต่อไปหา นายบอล ได้เปิดใจว่า เสียความรู้สึกกับ นายธนบดี ที่มาหลอกขายรถคันดังกล่าว และยืนยันว่า จะคืนรถคันดังกล่าวให้กับ นายณัฐวุฒิ เจ้าของรถตัวจริง ภายในวันศุกร์นี้อย่างแน่นอน

สภาพเต็นท์รถที่ร้างมานานกว่า 1 ปี

ส่วนเต็นท์รถดังกล่าว พบว่าพื้นที่โดยรอบถูกปิดด้วยผ้าสแลนสีดำ ด้านในถูกปล่อยรกร้าง และมีป้ายประกาศติดไว้บริเวณเสาของอาคาร ระบุข้อความทำนองว่า ว่า “ห้ามผู้ใดบุกรุก มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย”

ทีมข่าวได้พบกับนางเอ (นามสมมติ) ชาวบ้านละแวกดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนมาพักอาศัยอยู่บริเวณนี้มานานกว่า 3 ปีซึ่งพบว่าพื้นที่ดังกล่าว เป็นเต็นท์รถอยู่แล้ว จนกระทั่ง 1 ปีที่ผ่านมา เต็นท์ดังกล่าวได้ปิดตัวลง ส่วนตัวก็ไม่ทราบสาเหตุ แต่ระบุว่าก่อนที่จะปิดเต็นท์ พบว่ามีการทยอยนำรถออกไป แต่จากการสอบถาม ตนทราบเพียงว่าเขาจะย้ายเต็นท์ไปที่อื่น หลังจากนั้นไม่นาน ช่วงกลางวันของวันหนึ่ง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกมาตรวจคนภายในเต็นท์ ซึ่งตนทราบว่า เจ้าของเต็นท์ติดค่าเช่าพื้นที่ดังกล่าว เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์ เต็นท์ดังกล่าวก็ปิดตัวลงอย่างถาวร

นางเอ (นามสมมติ) ระบุว่า ส่วนตัวไม่เคยเห็นรถยนต์หรูสีเหลืองคันที่เป็นข่าว จำได้เพียงว่าเต็นท์นี้จะขายแต่จำพวกรถยุโรปเท่านั้น รวมทั้งยืนยันว่าตนไม่เคยพบนายธนบดี

ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ผู้ที่อยู่ในละเเวกเต็นท์รถ

นอกจากนี้ทีมข่าวยังได้พบชาวบ้านอีกรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ส่วนตัวเคยคุยกับเจ้าของเต็นท์ ที่เป็นชายอายุประมาณ 50 ปี ปกติก็จะมีอัธยาศัยดี ส่วนกรณีรถหรูสีเหลืองที่เป็นข่าว ตนเคยเห็นมาจอดอยู่ที่เต็นท์ได้ประมาณ 1 เดือน ก็หายไปจากเต็นท์ ซึ่งไม่ทราบว่าหายไปไหน เข้าใจว่าขายออกไป ยืนยันว่าตนนันก็ไม่เคยพบนายธนบดีมาที่เต็นท์

ทั้งนี้ บอกอีกว่าเต็นท์นี้เปิดมาประมาณปี 2553 ซึ่งตนอาศัยอยู่ย่านนี้มาก่อนที่เต็นท์นี้มาเปิด แต่ก็ไม่ทราบว่าเจ้าของเต็นท์มีปัญหาอะไร

keyboard_arrow_up