สามีเปิดใจทั้งน้ำตา เมียตายต่อหน้า ศาลาริมน้ำแม่กลองถล่ม แค่หันหลังให้ ไม่ทันร่ำลา (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 62 เกิดเหตุศาลาริมแม่น้ำแม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ถล่ม ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย มีผู้เสียชีวิต เเละผู้สูญหาย ภายหลังจากที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามแถลงว่าพบร่างผู้สูญหายเเล้ว เเต่ยังดึงขึ้นมาไม่ได้ ล่าสุด อยู่ระหว่างการค้นหาร่างผู้สูญหายอีก 1 ราย

เจ้าหน้าที่ค้นหาผู้สูญหาย กลางวัน
เจ้าหน้าที่ค้นหาผู้สูญหาย กลางคืน

นายศาสตรา ถาวรศิริ อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่ทีมสายน้ำมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่พบร่างผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย สำหรับเเผนการค้นหาตลอดทั้งวัน มีการนำสิ่งกีดขวางออก ความพยายามจะยกคานปูนขึ้น ซึ่งมีน้ำหนักมาก ยังยกขึ้นไม่สำเร็จ ทำให้ตัวศาลาที่อยู่ใต้น้ำลาดเอียงมากกว่าเดิม จึงยุติปฏิบัติการดังกล่าว

นายศาสตรา ถาวรศิริ ทีมสายน้ำมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์

สำหรับปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญในการค้นหาคือเรื่องเเสงสว่าง เนื่องจากข้างล่างมืดมาก นักประดาน้ำไม่สามารถมองเห็นได้ ใช้ไฟฉายส่องเห็นแค่ระยะ 1 เมตร ประกอบกับกระแสน้ำขึ้นน้ำลง และไหลเชี่ยว ทิศทางการไหลก็ปรับเปลี่ยน ทำให้เป็นปัญหาอย่างมากสำหรับเจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็จะค้นหาอย่างเต็มที่ เพราะถ้าหากเวลาผ่านไปหลายวัน สภาพศพก็จะเปื่อยเเละย่อยสลาย ทำให้การกู้ร่างยากขึ้น

นายชลธี เลาหารวรรณวนิช หัวหน้าชุดปฏิบัติการ

นายชลธี เลาหารวรรณวนิช เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงสว่างเบญจธรรม ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการ เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัย และทีมนักประดาน้ำ มีการปรับแผนในการทำงานในการค้นหาตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา โดยการใช้วิธีทำลายโครงสร้างหลังคา เพื่อลดน้ำหนัก และเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ง่ายยิ่งขึ้น อุปสรรคขณะนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นเรื่องของระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น บวกกับกระแสน้ำ และสภาพดินที่ส่งผลให้ตัวอาคารที่จมอยู่ใต้น้ำมีสภาพเคลื่อนตัว ส่วนระดับน้ำจุดที่ลึกที่สุด คือ 15 เมตร โครงสร้างส่วนขวาของอาคารมีลักษณะเอียง ทำให้สิ่งของในอาคารไหลเทไปทับอยู่ที่มุมขวาของอาคาร จุดนี้เป็นจุดที่คาดว่าร่างของผู้สูญหายจะติดอยู่

ส่วนแผนการยกตัวอาคาร ขณะนี้ยังหยุดไว้ก่อน เนื่องจากตัวอาคารหนักถึง 70 ตัน ทำให้รถเครนที่เตรียมมา รับน้ำหนักไม่ได้ วันพรุ่งนี้เจ้าหน้าที่จะนำโป๊ะเครนมาดำเนินการกู้ซากอาคารขึ้น ส่วนญาติของผู้สูญหายยังคงเฝ้าเกาะติดการทำงานของเจ้าหน้าที่ตลอดทั้งคืน

นายประสิทธิ์ อุระชื่น สามีผู้เสียชีวิต

ที่ศาลาใหม่ วัดน้อยเเสงจันทร์ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม สถานที่บำเพ็ญกุศลศพ นางสุรีย์ อุระชื่น อายุ 37 ปี ผู้เสียชีวิต บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า นายประสิทธิ์ อุระชื่น หรือ กุ๊ก อายุ 36 ปี สามีผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนประกอบอาชีพขายของกับภรรยา อยู่ภายในศาลาดังกล่าว ซึ่งวันเกิดเหตุ ตนก็อยู่ที่ร้านกับภรรยา รวมทั้งแม่และลูกชาย ก่อนเกิดเหตุประมาณ 10 นาที ได้ยินเสียงปูนด้านล่างลั่น ตนเดินออกมาดู  ปรากฎว่าจังหวะที่ตนเดินออกมาด้านนอก ศาลากลับถล่มลงทันที แม่กับลูกชายหนีรอดออกมาได้ แต่ภรรยาจมหาย ในขณะที่ศาลาถล่ม ตนเห็นภรรยาจมหายไปต่อหน้า ตนพยายามดำน้ำลงไปเพื่อจะช่วยภรรยา แต่ก็ช่วยไว้ไม่ได้ การที่เห็นภรรยาตายต่อหน้า โดยที่ช่วยอะไรไม่ได้ มันเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต

นางสุรีย์ อุระชื่น ผู้เสียชีวิต

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเจ็บปวดมาก จากที่เคยอยู่กันเป็นครอบครัว เคยเลี้ยงลูกด้วยกัน หลังจากนี้ ตนจะต้องเข้มเเข็ง เลี้ยงดูลูกชายวัย 12 ปี เพียงลำพัง จะทำให้ดีที่สุด ซึ่งถ้าหากภรรยารับรู้ ก็อยากจะบอกเขาว่าคิดถึงมาก ไม่อยากให้จากไปไหน เขาเป็นนางฟ้าสำหรับเราเสมอ

keyboard_arrow_up